วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช่วยปราบมาเฟียใกล้ตัวท่านก่อน

วันก่อนเขียนเรื่องเกี่ยวกับคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559

 ว่าด้วยการตั้งทหารทั้งสัญญาบัตรและประทวน (รวมตลอดถึงอาสาสมัครทหารพราน) เป็นเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม ในภารกิจจัดการผู้มีอิทธิพล เรียกง่ายๆ ว่า “ปราบมาเฟีย”

ดูกฎหมายที่ดึงมาให้อำนาจทหารผ่าน “เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” แล้ว มากถึง 27 ฉบับ (รายละเอียดดูและอ่านได้ทาง NOW26 เสิร์ชชื่อ “ทหารปราบมาเฟีย : อำนาจครอบจักรวาล” ครับ)

มองถึงความตั้งใจ ต้องบอกว่างานนี้คงหวังจัดการกันถึงรากถึงโคน เพราะดูจากกฎหมายที่ดึงอำนาจมาให้ทหาร ไม่เว้นแม้แต่ พ.ร.บ.ศุลกากร, พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต, พ.ร.บ.รถยนต์, พ.ร.บ.ทางหลวง ไม่เว้นแม้ พ.ร.บ.โรงจำนำ เรียกว่าเล่นหมด ทั้งรถหรูจดประกอบ แก๊งรีดไถบนทางสาธารณะ มอเตอร์เวย์ แก๊งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด เอาทรัพย์ไปฝากโรงจำนำ ทหารยังตามไปยึดได้

ไม่แปลกที่ชาวบ้านร้านตลาดจะพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ...

แต่อีกด้านหนึ่งงานนี้ก็ถูกวิจารณ์ไปในทางลบ จากสื่อและกลุ่มคนที่มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายเช่นกัน

ในแง่ของสื่อที่มองเชิงการเมือง เชื่อว่าเป็นการเตรียมพร้อมทั้งกำลัง อำนาจ และกฎหมาย เพื่อหวังผลทั้งเรื่องประชามติ และเลือกตั้งปีหน้า ไม่ให้อำนาจเก่าหวนกลับมา (ตอนนี้กำลังซ้อมไล่จับขันแดงกันอยู่)

เพราะชัดเจนว่านักการเมืองบ้านเราจำนวนไม่น้อย มีฐานทุนมาจากธุรกิจผิดกฎหมายในแต่ละท้องถิ่น แล้วก็ต่างตอบแทน เป็นผู้แทนในระดับต่างๆ ตั้งแต่ท้องถิ่นถึงระดับชาติ

งานนี้ถ้าใช้ในทางการเมือง จึงเป็นการกด “กลุ่มเห็นต่าง” ไม่ให้เคลื่อนไหว เป็นหมากเกมการเมืองง่ายๆ ที่ใช้กันมาทุกยุค แม้แต่คุณทักษิณก็เคยใช้ แต่เขาไม่ได้ให้อำนาจหน่วยเดียวมากมายขนาดนี้นะ

แต่แม้ชาวบ้านจะแซ่ซ้อง ลองไปถามดูเถอะว่าเชื่อไหมมาเฟียจะหมดไปจากเมืองไทย ถ้าให้พูดกันจริงๆ ตอบแล้วไม่โดนเชิญปรับทัศนคติ ทุกคนรู้ว่าไม่มีวันหมด เพราะถ้าท่านไม่ได้แก้ปัญหาที่รากโคน ใช้อำนาจหนึ่งไปปราบอีกอำนาจหนึ่ง อำนาจที่เข้าไปปราบ ก็จะมาเป็นมาเฟียระดับชาติแทน

ถูก...ที่หากใช้หน่วยปกติทำก็จะเจอตอ หน้าที่ของท่านคือไปขุดตอโดยผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีอำนาจ แต่ไม่ใช่สร้างตอใหม่เพื่อไปทุบตอเก่า เพราะไม่อย่างนั้นมันก็เป็นแค่งานมหกรรม มันไม่ยั่งยืน

ที่สำคัญหากท่านจะเรียกความเชื่อมั่น ทั้งจากประชาชน และหน่วยที่รับผิดชอบเดิมให้เขาทำงาน ท่านก็ต้องจัดการ “มาเฟียใกล้ตัวท่าน” เสียก่อน

อย่าถามว่าเป็นใคร ไม่เชื่อท่านลองให้สำนักโพลล์ไปสำรวจดูสิครับว่ามาเฟีย 3 ชื่อแรกที่ประชาชนนึกถึงคือใครบ้าง รับประกันต้องมีชื่อ “เสธ.” คนใดคนหนึ่งติดโผมาด้วย หรือไม่ก็อาจจะเป็น เสธ.ทั้ง 3 ชื่อเลยก็ได้

  “เสธ.” ก็คือ “คนมีสี” ซึ่งก็คือทหาร ถ้าท่านจัดการพวกเสธ.ก่อน จะส่งผลทางจิตวิทยาว่าท่านเอาจริง เพราะแม้แต่คนใกล้ตัวท่าน สีเดียวกันท่าน ยังจัดการ พวกที่ทำผิดอยู่ก็จะหยุดเพราะกลัว ขณะที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายอื่นที่คอยตีกรรเชียงเลี่ยงตอ ก็จะกล้าชนตอมากขึ้น เพราะถ้าทำตามอำนาจหน้าที่แล้วชนตอ ก็ยังมี “คสช.” เป็นหลังพิง...ก็คนของตัวเองยังจัดการ ฉะนั้นใครที่ยังหาญเป็นมาเฟีย ใหญ่มาจากไหนก็ใช้กฎหมายจัดการได้

การสร้างจิตวิทยาแบบนี้ ก็เหมือนกับภาคใต้ ทุกวันท่านพร่ำบอกว่าให้ความเป็นธรรมๆๆๆๆ ซ้ำๆ กัน ถามว่าทำไมชาวบ้านไม่เชื่อ ทั้งๆ ที่ความไม่เป็นธรรมคือปัญหาพื้นฐานที่ชาวบ้าน เยาวชนตัดสินใจเข้าป่า จับปืนต่อต้านรัฐ

ที่เขาไม่เชื่อก็เพราะยังไม่เคยเห็นทหารที่กระทำผิดถูกดำเนินคดีแบบที่ชาวบ้านโดนแม้สักคน ถามว่าวันนี้คดีซ้อมทรมาน ยิงผิดตัว ยิงมั่ว ทหารตกเป็นผู้ต้องหา แต่ชื่อยังไม่กล้าเปิดเผยเลย 

สองเรื่องนี้คำตอบคือเรื่องเดียวกัน ถ้าคนใกล้ตัวท่านผิด สีเดียวกับท่านทำผิด แล้วดำเนินการ คำกล่าวอ้างเรื่อง “ไม่เป็นธรรม” ก็จะหมดไป

และหน่วยปกติเขาก็ทำงานได้ ใช้ความรู้ความชำนาญที่เขาร่ำเรียนมา ไปสืบสวน จับกุม สอบสวน และดำเนินคดี

ไม่ใช่ใช้ทหารทำทุกเรื่อง กลายเป็นยุค “ภายใต้พระอาทิตย์ดวงนี้ไม่มีอะไรที่ทหารไทยทำไม่ได้”

นักบริหารที่ดี ที่เก่ง ต้องทำให้ระบบปกติมันเดินได้ ทำงานได้ ไม่ใช่ทำแทนเองทุกเรื่องครับ