วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งรับมือเศรษฐกิจโลกซบยาว

ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ส่งสัญญาณ

ว่าไม่มีแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนเดือนมิถุนายน ด้วยการระบุว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างช้าๆ และอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะแม้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ต้องคำนึงถึงภาพกว้างเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเงินในโลกด้วย รวมถึงราคาน้ำมัน และภาพรวมการเติบโตของโลก โดยแนวโน้มพื้นฐานทางเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ มีสภาพไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการคาดหมายเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาลง

ผู้ว่าการเฟดสาขาชิคาโก สนับสนุนการใช้แนวทางระมัดระวังของประธานเฟด เพราะมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากกว่าปกติเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ หากเกิดภาวะช็อกจากภายนอก จากก่อนหน้านี้ที่ผู้ว่าเฟดบางสาขาระบุว่า เงินเฟ้อที่เริ่มเพิ่มขึ้นและตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแง่ดี น่าจะเปิดทางให้ขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ นี้

ในท่ามกลางที่ประเทศต่างๆ พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการออกมาตรการต่างๆ มากมายนั้น มีเสียงเตือนล่าสุดจากฝ่ายเอกชน ว่านโยบายนอกรูปแบบที่ธนาคารกลางของบางประเทศนำออกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี การตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำหรือการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ เริ่มมีประสิทธิภาพน้อยลง สอดคล้องกับประธานธนาคารกลางอังกฤษ ที่ระบุว่าการท้าทายในภาวการณ์ที่การเติบโตอยู่ในระดับต่ำ ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการมุ่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพียงอย่างเดียว

ประเด็นที่น่าวิตกคือสภาพการณ์ที่เศรษฐกิจ อาจเติบโตในระดับต่ำไปอีกหลายปี และผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษเตือนว่าการลดดอกเบี้ยสู่แดนลบของบางประเทศ เสี่ยงที่จะทำให้โลกอยู่ในวังวนของการขยายตัวในระดับต่ำ ซึ่งผู้ว่าการธนาคารกลางของหลายประเทศ ก็ได้พยายามหาทางแก้ไข ด้วยการพูดคุยกันถึงวิธีจัดวางกรอบนโยบายการเงิน เพื่อสร้างผลกระทบในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้ได้ผลมากที่สุด

หากดูแนวโน้มระยะใกล้สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยังส่อแววไม่สดใส ล่าสุดธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีน ในช่วงของการปรับโครงสร้าง และมีศักยภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ล้นเกินมหาศาล อันจะถ่วงทั้งเศรษฐกิจจีนและภูมิภาคเอเชีย ทำให้คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 6.5% จากคาดการณ์เดิม 6.7% สำหรับเอเชียคาดว่าจะขยายตัว 5.7% ลดลงจากเดิมที่ 6% ส่วนไทยคาดว่าจะโต 3% จากคาดการณ์เดิม 3.5%

ในส่วนของอินเดีย ก็ถูกปรับลดคาดการณ์การเติบโตเหลือ 7.4% ปีนี้ จากคาดการณ์เดิมที่ 7.6% ก่อนเร่งเครื่องไปโตได้ 7.8% ปีหน้า ซึ่งนับเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าจีน สำหรับอินโดนีเซียคาดว่าจะขยายตัวได้ 5.2% ปีนี้ แน่นอนว่าการขยายตัวในระดับสูงของบางประเทศ เป็นสิ่งดีสำหรับภาพรวมในท่ามกลางที่ประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของโลก ล้วนขยายตัวได้ในระดับต่ำ แต่ขณะเดียวกันก็ย้ำเตือนว่าการท้าทายยังไม่หมดไป เพราะเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกอย่างสหรัฐกับจีน ยังไม่เติบโตอย่างมั่นคง อันกระทบถึงหลายประเทศที่พึ่งพาการค้ากับต่างประเทศ รวมถึงไทย