ปฏิบัติการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลของรัฐบาล
โดยเฉพาะล่าสุดที่... พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ให้ “ทหาร” เข้ามามีอำนาจในการปราบปรามมาเฟียตาม 27 ฐานความผิด ในฐานะ“เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” เทียบเท่ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึงบทบาทในการร่วมสอบสวนเสมือนเป็น “พนักงานสอบสวน” ตามกฎหมาย
000 อดไม่ได้ที่จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการ“เดินเกม”ทางการเมือง เพื่อหวังผลในเรื่องการทำ“ประชามติ” ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 ส.ค.นี้ และยังอาจรวมไปถึงการวาง “รากฐาน” ทิศทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ในปี2560
000 แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการส่ง“ทหาร”ลงเดิน“เต็มพื้นที่”อยู่แล้ว ด้วยข้ออ้างว่าเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจร่างรธน. แต่การให้“อำนาจเต็ม”ก็ยิ่งทำให้ถูกมองว่าจะเป็นการเพิ่มความเข้มข้น และช่วยให้“ประกบ”ผู้กว้างขวาง ผู้นำทางความคิด หรือร่างทรงพรรคการเมืองในท้องถิ่นให้ถึงขั้น“กระดิกตัว"ไม่ได้
000 เพราะในความเป็นจริงการดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุด ก็มีผลงานออกมาต่อเนื่อง และออกปฏิบัติการ “ตรวจค้น” เป็นข่าวครึกโครมอยู่หลายครั้ง แม้จะมีข่าวกระเส็นกระสายอยู่บ้างว่าผลงานไม่ค่อย“เข้าตา” รองนายกฯ ประวิตร วงศ์สุวรรณ ก็ตาม
000 แม้ว่ารองโฆษกสตช. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ จะออกมายืนยันว่ามีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน... แต่ก็ไม่วายมีคนมองว่าตำรวจจะ “เสียหน้า”หรือไม่ เชื่อว่าเรื่องนี้ตำรวจคงไม่คิดอะไรไปมากไปกว่าที่เป็นอยู่... เพราะทุกวันนี้ทุกภารกิจ ทุกปฏิบัติการ และทุกสถานีตำรวจ ก็มี“ทหาร”คอยทำงานประกบใกล้ชิดอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญ หลาย“ภารกิจ”ทำท่าว่าจะได้ “ผลดี” กว่าที่ตำรวจทำมา“เนิ่นนาน”... อย่างเช่นการ “จัดระเบียบรถตู้” ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่เป็นภารกิจแรกๆ หลังรัฐประหาร รวมทั้งการจัดระเบียบ“จราจร”ย่านสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ที่ก่อนหน้านี้เจ้าของพื้นที่ สน.บางซื่อ ปล่อยให้แท็กซี่จอด 1 ช่อง และรถเมล์จอดรับคนเลน 2-3-4 จนแทบไม่เหลือที่ให้สัญจร !!!
...................................
อัชชาวดี [email protected]








