หมายเรียกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ พระธัมมชโย
เข้าพบพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อหา ร่วมกันยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และรับของโจร วันที่ 8 เม.ย.นี้ หลังจากตรวจเส้นทางเงินโดยละเอียดพบว่า เงินที่ ศุภชัย ศรีศุภอักษร ยักยอกไปจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำไปบริจาคให้วัดธรรมกาย ธัมมชโย และพระในเครือข่าววัดดังย่านปทุมธานี
>>> ดีเอสไอ พบว่า เงินที่ศุภชัย ยักยอกออกมาแล้วนำไปมอบให้ธัมมชโย และวัดนั้น ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน จึงถือว่า ธัมมชโย สนับสนุนความผิดศุภชัย จึงเข้าข่ายความผิด ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร
>>> เมื่อวานนี้ (30 มี.ย.) พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ เรียกสอบปากคำผู้เสียหายจากการยักยอกและฉ้อโกงสหกรณ์คลองจั่น ซึ่งเป็นผู้เสียหายชุดสุดท้าย ที่วันนี้ทุกคนมาที่ดีเอสไอ ได้นำสมุดเงินฝากของตัวเอง มายืนยัน เห็นสมุดเงินฝากแล้ว แต่ละคนมีหลายเล่ม เงินหลายสิบล้านบาทค้างอยู่ในบัญชีที่เบิกถอนไม่ได้แล้ว บางคนบอกว่า ไม่อยากมองสมุดเล่มนี้ มองแล้วมันทิ่มแทงใจ
>>> นวลฉวี เกตุวัฒนเวสน์ สมาชิกสหกรณ์คลองจั่น มีสมุดเงินฝากไม่ต่ำกว่า 5 เล่ม เงินทุกอย่างของครอบครัวอยู่ในนี้ทั้งหมด ยอมไปถอนเงินออกมาจากธนาคาร มาฝากสหกรณ์เพราะเห็นว่า 30 ปี สหกรณ์ไม่มีปัญหา มีแต่ความเจริญก้าวหน้า
>>> ศิวภร เปล่งแสงศรี สมาชิกสหกรณ์อีกคน บอกว่า เห็นสหกรณ์เจริญรุ่งเรือง ซื้อที่ดิน ซื้อตึกใหม่ จึงนำเงินที่เก็บหอมรอมริบทุกบาททุกสตางค์มาฝากไว้กับสหกรณ์ แต่เมื่อสหกรณ์มีปัญหา วันนั้น กลับไปกอดคุณแม่ว่า เราโดนหลอกแล้ว เงินรักษาแม่ไม่มีต้องไปหาหมอโรงพยาบาลรัฐ
>>> ส่วน บุปผา ไชยภัฏ บอกว่า เงินที่นำมาฝากมีทั้งเงินเกษียณอายุราชการ ยอมขายที่ดินที่ถือไว้ 30 ปี เพื่อนำเงินมาฝากสหกรณ์ ที่เสียใจคือเงินค่ารักษาสามี 5 แสนบาท ลูกให้เธอถือไว้เพื่อพาพ่อไปหาหมอ ก็เอาไปฝากสหกรณ์ สุดท้ายโดนโกง สามีเครียดจนอาการกำเริบ และตาบอดสนิทในที่สุด
>>> จากที่ทุกคนหมดหวัง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐไม่เคยเอื้อมมือลงมาช่วย จนกระทั่งดีเอสไอ เปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนและเดินหน้าคดีนี้ ยังพอเป็นความหวังได้บ้าง
>>> ที่กรมบังคับคดี จัดโครงการอบรมซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขายทอดตลาด พ.ศ. 2559 สำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการบังคับคดี โดยมี อธิบดีกรมบังคับคดี รื่นวดี สุวรรณมงคล เป็นประธานเปิดโครงการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความรับรู้เกี่ยวกับกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขายทอดตลาด พ.ศ.2559 ซึ่งกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2559 โดยยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขายทอดตลาด ฉบับที่ 1-3 และกำหนดเนื้อหาของกฎกระทรวงใหม่ทั้งฉบับ โดยมีการปรับปรุงเพื่อลดอุปสรรคต่อการขายทอดตลาด เช่น การกำหนดราคาเริ่มต้น ซึ่งเป็นราคาที่สมควรขาย การวางหลักประกันก่อนเข้าเสนอราคา การวางหลักประกันพิเศษการขยายระยะเวลาในการชำระราคาส่วนที่เหลือ และได้มีการปรับลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การขายทอดตลาดเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม
>>> นอกจากนี้ยังปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาเริ่มต้นและราคาที่สมควรขายในการขายทอดตลาด ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
...............................
สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี [email protected]








