วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Divergence Diversity And Convergence สถาบัน รัฐ ตลาด (48)

เมื่อหลายปีก่อน คณะนักวิจัยเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งจากสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัย Stanford ต้องการจะเปรียบเทียบ

Silicon Valley เมื่อ 50 ปีก่อนกับวันนี้ รวมทั้งเปรียบเทียบกับ Cluster ที่สำคัญๆ ของโลก โจทย์ที่สำคัญที่ผู้วิจัยอยากรู้ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจก็คือ อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Silicon Valleyเกิดขึ้น แล้วดำรงอยู่ยาวนานได้อย่างยั่งยืน สองเรื่องนี้ต่างกันหรือไม่

คณะผู้วิจัยได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ Gordon Moore เจ้าของ Moore’s law ที่ว่าผลิตภาพของคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวทุกๆ 2 ปี ข้อมูลของ Moore น่าจะมีความสำคัญเพราะว่า ในช่วงทศวรรษ 70 เป็นช่วงแรกๆ ของการที่สหรัฐเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำ และ Moore เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและสร้าง Intel (กับ Robert Noyce ในปี 1968 และ Andy Grove ในเวลาต่อมา) และ Intel ซึ่งตั้งอยู่ที่ Santa Clara ใน Silicon Valley ก็เป็นบริษัทผู้นำโลกในอุตสาหกรรมนี้ (อย่างน้อยจนกระทั่งต้นทศวรรษ 80 เมื่อ Intel สูญเสียความเป็นผู้นำให้ญี่ปุ่น โดยเฉพาะในการผลิต Memory chip)

Moore ซึ่งปัจจุบันอายุ 87 ปี น่าจะรู้จัก Silicon Valley ดีที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ข้อมูลและความเห็นของเขาน่าสนใจมาก Moore คิดว่ามันไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องวิเศษเวทมนตร์หรือ magic ในการเกิดขึ้นและการเติบโตของ Silicon Valley โดยเฉพาะตั้งแต่ทศวรรษ 60 เรื่อยมา ในทางประวัติศาสตร์ บริเวณนี้โดยเฉพาะบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก มันมีพื้นฐานอุตสาหกรรมไฮเทคตั้งแต่แรกๆ มีชุมชนผู้ประกอบการแม้จะเป็นขนาดเล็ก ไม่มีแหล่งเงินทุนประเภท Venture Capital หาได้สะดวกเหมือนในปัจจุบัน ปัจจัยสำคัญซึ่งเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ Cluster นี้เติบโตได้ คือหนึ่ง ผู้ประกอบการหรือบริษัทมีขีดความสามารถในการทำให้บริษัทเติบโตได้ มีทักษะทางด้านบริหารจัดการ สอง มีอุปทานของแรงงานที่มีทักษะ และสาม มีตลาดที่เชื่อมโยงกับพื้นที่หรือภูมิภาค

ในช่วงแรกๆ ความสำคัญของ Silicon Valley ไม่ได้เกิดจากผลของความเป็นเครือข่าย การเพิ่มขึ้นของจำนวนบริษัท ทำให้เกิดผลทางเศรษฐกิจด้านบวกทั้งจากการเพิ่มขึ้นและผลตอบแทนจากขนาด และผลจากภายนอก หรือ Synergies ซึ่งปรากฏการณ์จะเกิดขึ้นภายหลัง เมื่อ Silicon Valley เติบโตและดำรงอยู่ได้ Moore มีความเห็นว่า บางอย่างมันก็เป็นเรื่องของโชค เพราะทศวรรษ 50 และ 60 หลังสงคราม เทคโนโลยี Semiconductor ทำให้เกิดโอกาสทางเทคโนโลยีอื่นๆ ตามมา รวมทั้งโอกาสทั้งธุรกิจ นี่เป็นหัวใจสำคัญ ขณะเดียวกัน ที่บอกว่าเป็นเรื่องโชคหรือความบังเอิญ เพราะว่ามันมีตลาด มี Demand รองรับ Demand นี้มาจากรัฐทางด้านการทหาร และจากผู้บริโภค หรือ Consumer Electronics หรือต่อมาก็คือเทคโนโลยีสารสนเทศถ้าพูดถึงเงินในบริบทสมัยใหม่ ในทัศนะของ Moore มันไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญ

ที่สำคัญกว่าคือ ผู้ประกอบการที่มีความกระหายกระตือรือร้นมุ่งมั่นที่เห็นโอกาสจากเทคโนโลยีและตลาด และลงไปคลุกปั้นให้มันเกิด แต่ Moore ก็ยอมรับว่าเมื่อเวลาผ่านไป การดำรงอยู่ของ Cluster นี้ มันหมายความว่า ถ้าคุณมีความคิดดีๆ มีความอุตสาหะ การเป็นผู้ประกอบการจะง่ายขึ้นถ้าคุณอยู่ใน Cluster นี้ เมื่อเทียบกับที่อยู่ภายนอก Moore ต้องการจะย้ำว่าในยุคแรกๆ ผลบวกจากสิ่งแวดล้อม หรือปฏิสัมพันธ์จากแหล่งภายนอก หรือการเข้าถึงการเชื่อมโยงในลักษณะเครือข่ายหรือความเป็นหุ้นส่วน มีความสำคัญน้อยมาก ไม่มีครูผู้มีประสบการณ์ด้าน Business Model หรือจาก Venture Capitalist ซึ่งเรามักให้ความสำคัญกันมาก นี่คือปรากฏการณ์หรือชีวิตจริงของ Silicon Valley ในช่วงแรกๆ ซึ่งอาจจะมองได้ว่าเป็นเศรษฐกิจแบบเก่า

สำหรับ Moore Silicon Valley ในทศวรรษ 60 น่าจะเป็นปรากฏการณ์ของ Cluster อื่นๆ ทั่วโลก ในระยะแรกๆ หัวใจอยู่ที่การลงทุนในทุนมนุษย์ การเสริมสร้างบริษัทให้ความเติบโต การสร้างตลาด ในระยะแรกๆ นี้ผู้ประกอบการไม่ได้หวังผลตอบแทนที่สูงอย่างน่าอัศจรรย์เหมือนที่เราพบในปัจจุบัน ตั้งแต่ Microsoft, Google, Amazon, Facebook ถึง Uber เวลา Startup ทำ IPO ในยุคแรกๆ ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้บุกเบิกหรือ Pioneer มุ่งสร้างบริษัทให้เติบโต โดยไม่คาดหวังที่จะต้องได้ค่าเช่าทางเศรษฐกิจหรือผลตอบแทนที่สูงมากๆ

ผลรวมของปรากฏการณ์นี้มีต่อ Silicon Valley คือการสะสมสินทรัพย์ทั้งทางวัตถุและทุนมนุษย์ การเติบโตของจำนวนบริษัทก็ดี ขนาดของบริษัทก็ดี การเกิดขึ้นและการไหลเวียนของสถาบันสนับสนุน ตั้งแต่สถาบันการเงิน บริษัทกฎหมาย นักกฎหมาย เครือข่ายของ Supplier แรงงานระดับมืออาชีพและมีทักษะ รวมทั้งการเชื่อมโยงของ Cluster ในประเทศและระหว่างประเทศ ส่งผลต่อคุณภาพและความลุ่มลึกของ Cluster ในเวลาต่อมา

สำหรับประเทศที่ต้องการเลียนแบบ Silicon Valley ของสหรัฐ ปัญหาน่าจะอยู่ที่การเริ่มต้น และเมื่อมันเริ่มได้แล้วจะให้มันโตได้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร ซึ่งจากบทเรียนที่เราได้เรียนรู้จากงานวิจัยของ Stanford และข้อมูลจาก Gordon Moore ทำให้เราเข้าใจได้ว่า สองเรื่องนี้ต้องการสิ่งแวดล้อมคนละแบบ เราพบว่าประเทศที่เริ่ม Cluster วันนี้ไม่ว่าที่ไหนในโลก มันคล้ายกับตอน Silicon Valley เริ่มต้น มันมีรูปแบบและลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจคล้ายๆ กัน ใครเริ่มสำเร็จก่อน ก็ได้เปรียบในการที่เป็นผู้มาก่อน แต่ก็อาจจะไม่ยั่งยืน ปัจจัยที่ทำให้ Cluster เกิดขึ้นได้อาจไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ Cluster โตและดำรงต่อไปได้ เพราะมันเป็นคนละปัจจัย

การทำให้ Cluster เกิดและโตต่อไปได้ เราพบว่าพื้นฐานที่ดูเหมือนง่ายและจำเป็นจะคล้ายๆ กัน คือเราต้องการการลงทุน ต้องการผู้ประกอบการที่เก่งในการบริหารและสามารถสร้างขีดความสามารถของบริษัท Cluster ใหม่ๆ นี้ ในโลกานุวัฒน์ แหล่งของแรงงานที่มีทักษะ มีที่มาหลากหลาย บริษัทและ Clusterสามารถสร้างและดึงดูดแรงงานที่มีทักษะจากภายใน (บริษัทใหญ่ๆ ใน Silicon Valley เป็นกลไกสำคัญในการสร้างคนที่มีทักษะสูงมาเสมอ แม้จะไหลไปอยู่ที่อื่นหรือเริ่มเป็น Startup เอง) และภายนอก ทั้งในและต่างประเทศเหมือนที่ Silicon Valley หรือ Cluster อื่นๆ สามารถทำได้มาตลอด (เช่น วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์จากยุโรป จีน อินเดีย และไต้หวัน เป็น Global Brainpower ให้กันและกันระหว่าง Silicon Valley กับ Cluster ในจีนและไต้หวัน หรือ Cluster ของอิสราเอล ก็ใช้วิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์ของรัสเซีย)

ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา Cluster ที่เกิดใหม่ๆ เช่น ในอิสราเอล ไต้หวัน จีน อินเดีย มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐโดยเฉพาะ Silicon Valley ทางด้านการเคลื่อนย้ายของคน การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี รวมทั้งทางด้านตลาดหรือ Demand โดยที่ Cluster ใหม่ๆ เหล่านั้นเป็นฝ่ายพึ่งพาสหรัฐ Cluster ระดับโลกในลักษณะนี้ที่ผ่านมา มีลักษณะเสริมหรือ Complementary ซึ่งกันและกัน มากกว่าการแข่งขันกัน แต่ในอนาคตอาจไม่เป็นเช่นนั้น

เมื่อ Cluster โตแล้ว ปัจจัยทางด้านนวัตกรรม ผลของเครือข่าย ผลของการรวมตัวกันของบริษัทและของจำนวนบริษัท (Agglomeration Economies) ผลของขนาด ซึ่งล้วนมีผลต่อผลตอบแทนของการเพิ่มขึ้นทางสังคม จะมีความสำคัญมาก ต่างกับระยะแรกของการทำให้ Cluster เติบโตได้ แน่นอนว่านวัตกรรมย่อมมีความสำคัญไม่ใช่เฉพาะ Cluster แต่สำคัญกับระบบเศรษฐกิจด้วย (เศรษฐกิจสำหรับประเทศที่เจริญแล้ว ร้อยละ 50 มาจากปัจจัยด้านนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี) สำหรับ Cluster การเปลี่ยนแปลงในระดับบริษัทมีความสำคัญ

การเติบโตของบริษัทอาจเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความสำเร็จ ไม่ใช่สาเหตุของความสำเร็จ สำหรับ Cluster วัยกลางคน ขนาดของบริษัทมีความสำคัญมากกว่าระยะแรก และการเติบโตของขนาดของบริษัทอาจสำคัญกว่าจำนวนบริษัท เพราะว่าในตลาดเทคโนโลยี ผลตอบแทนหรือขนาดของกำไรส่วนเกินหรือ Rent จะสูงมากในระดับปลายน้ำ หรือ Downstream ประสบการณ์ของบริษัทใหญ่ๆ ใน Silicon Valley ที่บริษัทมีความมุ่งมั่นในการทำให้บริษัทมีการเจริญเติบโตมีขนาดใหญ่ขึ้น มีผลต่อความเจริญเติบโตของ Cluster ในระยะยาวมากกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนบริษัท เพราะมันส่งผลกระทบที่มีต่อผู้อื่นมากมาย เช่น ทางด้านการลงทุน การพัฒนาทุนมนุษย์ การพัฒนาความเชื่อมโยงที่ไปข้างหน้าและข้างหลัง การพัฒนาขีดความสามารถทางด้านการจัดการและเทคโนโลยี