วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถึงเวลาปฏิรูปการเงินการคลัง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ

การเงินการคลังของรัฐ ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปการเงินการคลังของประเทศครั้งใหญ่ หากกฎหมายดังกล่าวประกาศบังคับใช้ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของกฎหมายจากหลักการเดิม กล่าวคือจะทำให้ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศในโลก ที่มีกฎหมายในลักษณะดังกล่าวใช้ โดยจะทำให้การใช้งบประมาณของภาครัฐมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อีกทั้งยังกำหนดกรอบไว้หลายด้าน เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจมองว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลทหาร และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการควบคุมนักการเมืองที่มาจากการเลือกเลือกตั้ง เนื่องจากจะทำให้รัฐบาลต่อไปต้องมีข้อจำกัด การใช้งบประมาณจากเดิมค่อนข้างมาก และรัฐบาลมีภาระสำคัญต้องรายงานการใช้จ่ายเงินในโครงการต่างๆอย่างละเอียด ซึ่งอาจเป็นมุมมองในช่วงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ แต่หากพิจารณาเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะเห็นว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องบริหารจัดการอย่างที่ควรจะเป็นตามมาตรฐาน

อันที่จริง ร่างกฎหมายฉบับนี้มีการยกร่างกันมานานแล้วนับ 10 ปี แต่มีปัญหาทางการเมืองหลายด้าน ทำให้ไม่สามารถผลักดันออกมาเป็นกฎหมายได้ ดังนั้นหากเรามองก้าวพ้นความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน จะทำให้มองเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น หากเราต้องการสังคมประชาธิปไตย และการบริหารประเทศของนักการเมืองอย่างโปร่งใส ซึ่งที่ผ่านมา เราเรียกร้องกันมากถึงความโปร่งใสในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือการปราบปรามการทุจริต แต่ไม่เคยมีในระดับรัฐบาล

ดังนั้น หากมีกฎหมายในลักษณะบังคับใช้ ให้รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณของแผ่นดิน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การใช้จ่ายเงินเพื่อนโยบายหาเสียงแบบประชานิยม รัฐบาลจำเป็นต้องรายงานความเสียหาย ตลอดจนแหล่งเงินให้ประชาชนได้รับรู้ ไม่ใช่การโต้แย้งทางการเมืองโดยหาสาระที่แท้จริงอะไรไม่ได้มาก รวมทั้งยังบังคับให้รัฐบาลต้องรายงานการใช้เงินต่อรัฐสภา หรือต้องจัดทำบัญชีรายจ่ายประจำปี เพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลตรวจสอบได้มากขึ้น

หากดูจากบทเรียนในต่างประเทศ ซึ่งก็ปรากฏว่าเกือบ 100 ประเทศมีกฎหมายในลักษณะดังกล่าวใช้ และทำให้เกิดประสิทธิอย่างมาก รวมทั้งการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐทำได้ง่ายมากกว่าเดิม และหากพิจารณาผลดีทางอ้อมต่อการบริหารจัดการภาครัฐ เราเชื่อว่าจะทำให้รัฐบาลประกาศนโยบายประเทศอย่างมัีเหตุผลมากขึ้น เพราะต้องแสดงแหล่งที่มาของเงินให้ชัดเจน ไม่ใช่หาเสียงกันไว้เพื่อหวังคะแนนนิยมโดยไปหาเงินข้างหน้าภายหลังได้รับการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ

เราเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเงินการคลังของประเทศ และจะทำให้การบริหารประเทศของรัฐบาล มีเหตุมีผลมากขึ้น ไม่ใช่ทำเพื่อหวังคะแนนนิยมเฉพาะกลุ่มเฉพาะพวกเหมือนที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมา เราได้รับรู้กันมากถึงผลเสียของประชานิยมต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งก็ปรากฏว่าได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อรัฐบาลต่อมา และเป็นภาระหนักสำหรับรัฐบาลในอนาคต ดังนั้น เราขอสนับสนุนการใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้ และหวังว่าจะมีการใช้ตามหลักการของร่างกฎหมายอย่างแท้จริง