วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลทหารปลอดคอร์รัปชั่น

การเปิดประเด็นจนนำไปสู่การตรวจสอบ รถเบนซ์หรูของ “สมเด็จช่วง”

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ... จะเป็นเพราะกำลังจะมีการตั้ง “พระสังฆราช” องค์ที่ 20 หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป 

000 สาระอยู่ที่ความ “ถูกต้อง” ของรถคันนี้ ตั้งแต่กระบวนการ “นำเข้า” ไปจนถึงการ“ครอบครอง” ที่มีการตั้งข้อสังเกตมากมาย อย่างเช่นรถคันนี้เข้ามาเป็นชิ้นส่วนจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่“ถอดออก”บางชิ้นส่วนเพียงเพื่ออำพราง

000 แล้วผู้ที่“สั่ง”ให้มีการนำเข้า“ตัวจริง”เป็นใคร เพราะขณะนี้ทุกกระบวนการขั้นตอน ถูกระบุว่าเป็นเอกสาร“ปลอม”แทบทั้งสิ้น จะเว้นก็แต่การลงนาม 2 ครั้ง เพื่อรับโอนรถมาเป็น“ตัวเอง”...ของสมเด็จช่วง

000 คดีนี้สุดท้ายอย่างน้อยจะต้องมีข้อสรุปว่ารถคันนี้มีที่มาและนำมาเข้ามาอย่างไร มีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจในขั้นตอนไหนหรือไม่ ใครเป็นคนปลอมเอกสาร และที่สำคัญคนที่ครอบครองหรือมีชื่อเป็นเจ้าของมีส่วน “รู้เห็น”ด้วยหรือไม่อย่างไร

000 จากนั้นจึงค่อยมาพิจารณาถึงการตั้งพระสังฆราชในวันที่ทุกอย่าง “โปร่งใส” ก็ไม่สายเกินไป... ยิ่งถ้าได้ตัว“ญาติโยม” ที่บริจาคเงินออกมาแสดงตัว แสดงเจตนาซะให้ชัดว่าตั้งใจ “บริจาค” เงินเพื่อซื้อรถหรูโดยเฉพาะสังคมจะได้สบายใจ

000 ขณะเดียวกันก็ต้องย้อนถามเรื่องนี้กลับไปที่ พ.ต.ท.ไพศิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพราะรถคันนี้เป็นหนึ่งในรถหรูเลี่ยงภาษีกว่า 5 พันคัน ที่ดีเอสไอตั้งแท่นสอบก่อนหน้านี้ ที่ไม่รู้ว่ามีการดำเนินการไปถึงไหน โดยเฉพาะรถอีก 5 พันคัน ที่เกี่ยวพันคนมีชื่อเสียงหลายราย 

000 รวมทั้งรถ“จากัวร์ แพนเธอร์” ปี1977 สีดำ ในความครอบครองของ“หลวงพี่น้ำฝน” พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ ที่พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ มีหนังสือขอให้นำรถมาตรวจสอบ แต่ยังมีการเล่นแง่ให้ไปตรวจที่วัด

000 เรื่องนี้“ดีเอสไอ”ต้องเร่งมือ..เพราะไม่เพียงแค่“ชำระ”คดีความเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วย“เรียกศรัทธา”กลับคืนมาให้วงการศาสนา ที่ทุกวันนี้มีทั้งข่าวพระโกงเงินสหกรณ์ พระดูหนังโป๊ มั่วสีกา เสพยา ดื่มเหล้า...ไม่เว้นแต่ละวัน

000 อีกเรื่องที่มีการ“ปลุกผี”นำเข้าที่ประชุมครม.เมื่อ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา...ด้วยการเสนอใช้งบประมาณ 633 ล้าน สร้าง“กระเช้า”ขึ้นภูกระดึง เรื่องนี้มีฝ่ายการเมืองหนุนให้เดินหน้าและฝ่ายเอ็นจีโอออกมาคัดค้านตามระเบียบ

000 กลุ่มไม่เห็นด้วยชี้ถึงความไม่“คุ้มค่า”ในการลงทุน เพราะภูกระดึงไม่ได้เปิดให้ขึ้นตลอดทั้งปี แต่มีการเว้นวรรค 4 เดือนในช่วงหน้าฝน รวมทั้งไม่ได้สร้างประโยชน์โพดผลให้กับเศรษฐกิจชุมชนหรือชาวบ้านในพื้นที่ แถมยังบรรยากาศการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

000 ในขณะที่ฝ่ายการเมืองอย่าง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่าการก่อสร้างไม่กระทบป่า โดยจะเสียต้นไม้ไปเพียงประมาณ 1 ไร่ และงบประมาณที่ใช้ก็คุ้มค่า ที่สำคัญยังเป็นเสียงเรียกร้องจากชาวบ้านในพื้นที่

000 ข้อทักท้วงก็ดูมีน้ำหนักน่าฟัง ขณะที่เหตุผลของรัฐบาลแม้จะไม่ถึงกับเป็นเหตุเป็นผล แต่หลายคนก็อาจรู้สึก “ไว้ใจ” มากกว่าหลายโครงการที่ถูกเสนอในรัฐบาลการเมือง... บนสมมุติฐานที่เชื่อกันว่ารัฐบาลทหาร“ไม่โกงกิน” !!?? 

..........................................

อัชชาวดี [email protected]