เราอยู่ในยุคสังคมข้อมูลข่าวสาร เราเชื่อกันว่าความทันสมัยของสารพัดเครื่องมือสมัยใหม่จะช่วยเปิดหูเปิดตาเรา
ให้กว้างไกล จะเชื่ออะไร จะตัดสินอะไร เราก็จะกระทำบนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริง ด้วยปริมาณที่เพียงพอที่ได้มาอย่างทันใจ แต่กลับพบว่ายิ่งทันสมัย ยิ่งทันใจ ยิ่งมีความเชื่อที่ผิดๆ เกิดมากขึ้น ข่าวลือที่ไม่ใช่ความจริงกระจายไปได้กว้างขวางกว่าข้อมูลที่เป็นจริง ที่หนักขึ้นไปอีกคือ เมื่อมีใครสักคนให้ความจริงที่ตรงข้ามกับข่าวลืออันเป็นเท็จนั้น ความจริงกลับถูกละเลยจนความเท็จกลายเป็นความจริง
สำหรับผู้คนที่มีเครื่องมืออันทันสมัยนั้น ความทันสมัยกลายเป็นกับดักให้เราติดอยู่กับมโนอย่างแนบแน่นกว่ายุคที่มีแค่สื่อดั้งเดิม จะรู้อะไร จะทราบอะไรก็ช้าไปหมด การส่งเสริมความทันสมัยจึงต้องไปพร้อมกับการส่งเสริมให้คนคิดตรึกตรองว่าที่จะเชื่อนั้น เป็นจริงสมเหตุสมผลหรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้แต่ในสังคมที่พัฒนาแล้ว ตราบเท่าที่คนเรายังมีโมหะอยู่ เราจะเล่าเรียนมามากแค่ไหน โมหะนิดเดียวร่วมกับความทันสมัยในการรับทราบข้อมูลข่าวสาร เราก็หลับหูหลับตาเชื่อกันได้อย่างสนิทใจ เชื่อยิ่งนานวัน เราก็ยิ่งปฏิเสธที่จะพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราเชื่อนั้นไม่เป็นความจริง ตัวเองไม่ยอมพิสูจน์ยังไม่พอ ยังไม่ยอมให้ใครมาพิสูจน์ด้วยว่าสิ่งที่เราเชื่อนั้นเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง
ถ้าย้อนไปเมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ถ้าผู้คนสมัยนั้นมีเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับสื่อสารกันเหมือนในวันนี้ ท่านกาลิเลโออาจต้องย้ายไปเป็นพลเมืองของโลกอื่น เพราะท่านไปสื่อสารความจริง ที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ผู้คนสมัยนั้นสื่อสารระหว่างกัน สมัยนั้นเพียงแค่ท่านกาลิเลโอพยายามทดลองให้ดูว่าที่เชื่อกันอยู่นั้นเป็นความจริงตามธรรมชาติของโลกนี้ไม่ได้ ยังโดนเล่นงานสารพัด เกือบกลายเป็นพ่อมดหมอผี ต้องย้ายหนีไปเมืองอื่น ทดลองให้เห็นตำตา ก็ยังปิดหูปิดตาอยู่ได้อีกเกือบร้อยปี เพราะคุยกันไปคุยกันมาเฉพาะในกลุ่มที่เชื่อเหมือนกัน ไม่ยอมมาคุยกับกาลิเลโอ
งานวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัยในบ้านเมืองเดียวกันท่านกาลิเลโอ พบความจริงจากการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานเครือข่ายสังคมของคนนับล้านคน ในระยะเวลากว่า 5 ปี อาจารย์ท่านนั้นพบว่าคนเลือกที่จะเข้ากลุ่มเครือข่ายสังคมที่เชื่อเหมือนกัน และในกลุ่มที่เชื่อเหมือนกันนั้น ทุกคนจะเสาะหาข้อมูลด้วยสารพัดเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้พบเจอข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อของตนเอง พอเจอแล้วก็เอามาโพสต์ในเฟซบุ๊ค พอมีคนกดไลก์สิบคนก็ยิ่งเพิ่มระดับความเชื่อในสิ่งที่ตนเองเชื่ออยู่นั้นขึ้นอีกหนึ่งเท่า ยิ่งคนมากดไลก์เป็นพันละก็ มโนกลายเป็นความจริงอย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยทีเดียว
สมัยก่อนเชื่ออะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่ง่ายนักที่จะหาหลักฐานสนับสนุนหลายๆ อย่างมาสนับสนุนความเชื่อนั้น เพราะการติดต่อสื่อสารอยู่ในวงจำกัด จำนวนคนที่จะช่วยกันหาอะไรต่ออะไรมาปรุงแต่งให้สนับสนุนความเชื่อนั้นมีไม่มากนัก การตอกยึดความเชื่อที่ผิดๆ จึงต้องใช้กำลังทั้งทางตรงทางอ้อมเพื่อบังคับให้เชื่อเหมือนกัน โดยไม่กล้าท้าทายความเชื่อเหล่านั้น หรือไม่ก็ใช้วิธีสร้างความกลัวต่อการท้าทายความเชื่อนั้น กลายเป็นเรื่องภูตผีปีศาจไปเลย สมัยนี้หากต้องการจะตอกยึดความเชื่อที่ไม่เป็นจริงทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก โดยไม่ต้องข่มขู่บังคับเคี่ยวเข็ญเหมือนแต่ก่อน เพียงแค่หาเครือข่ายสังคมให้คนที่หลับหูหลับตาเชื่อมาชุมนุมเกื้อหนุนมโนของกันและกัน พอใครเชื่อแหวกแนวไป ชุมชนมโนออนไลน์นี้จะช่วยกันหาสารพัดข้อมูลมาหักล้างความเชื่อที่แปลกแตกต่างนี้กันเอง ร่วมด้วยช่วยกันรักษามโนของตนไว้อย่างมั่นคง
ความทันสมัยทำให้เราเปิดหูเปิดตาได้มากขึ้น แต่งานวิจัยนี้พบว่าผู้คนกลับเลือกรับเฉพาะข้อมูลสาระที่สนับสนุนความเชื่อดั้งเดิมของตนเอง ไม่ใช่ใช้ความทันสมัยนั้น เพื่อค้นหาข้อมูลที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่เชื่อนั้นไม่เป็นความจริง คนส่งต่อสาระที่สนับสนุนความเชื่อของตน คนละเลยไม่ส่งต่อสาระที่บ่งบอกว่าที่เชื่อกันอยู่นั้นไม่เป็นจริง บอกความจริงเข้าไปในกลุ่มมโนออนไลน์จึงไม่ได้ประโยชน์ ถ้าหาสาระที่ตรงใจไม่ได้ ความทันสมัยก็ช่วยให้สามารถดัดแปลงสาระที่พบเจอให้กลายเป็นสาระที่ตรงตามที่อยากให้เป็นได้ไม่ยาก
ความทันสมัยไม่ได้แค่ช่วยค้นหาอะไรที่ตรงใจเรา ความทันสมัยยังดัดแปลงสาระที่ได้ให้ตรงใจเราได้อีกด้วย แต่ละคนมียามเฝ้าประตูอินเทอร์เน็ตให้อนุญาตให้เฉพาะสาระที่สนับสนุนความเชื่อเดิมนั้นผ่านเข้ามาได้ และผ่านออกไปได้ ความทันสมัยโดยปราศจากจิตวิญญาณในการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล จึงทำให้คนปิดหูปิดตาท่ามกลางความทันสมัยในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเช่นในทุกวันนี้ ความทันสมัยจึงเป็นประโยชน์กับผู้คนที่รู้จักคิดวิเคราะห์ แต่ความทันสมัยแทบไม่ได้สร้างประโยชน์ใดๆ ในการแสวงหาความจริงในหมู่ผู้คนที่ยังไม่พร้อมจะคิดวิเคราะห์หาความจริง ผู้คนที่สบายใจที่จะเชื่อเหมือนเดิมกันไปเรื่อยๆ
ความทันสมัยทำให้คนปิดหูปิดตาเชื่อได้ก็จริง แต่ไม่ได้ความว่าเราต้องปฏิเสธความทันสมัย ในทางตรงข้ามเราต้องใช้ความทันสมัยนั้นด้วยจิตวิญญาณของการค้นหาความจริง ด้วยใจที่เปิดกว้างขึ้นเท่าๆ กับขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้นในการสืบค้นข้อมูลสาระ
ใครที่คิดจะปิดกั้นความทันสมัย เพราะกลัวคนจะเชื่ออะไรอย่างหลับหูหลับตา คนนั้นแหละที่กำลังหลับหูหลับตาเชื่ออะไรอยู่









