ชัยชนะของ “ขั้วอำนาจใหม่” ในอารมณ์ความรู้สึก
ของแฟนบอลไทยจำนวนไม่น้อย ก็ไม่ต่างจากวันที่คนกรุงส่วนใหญ่ แห่มาลงคะแนนเลือก “คุณชายหมู” เป็นผู้ว่า กทม. เพราะไม่ต้องการให้ “จูดี้” ตัวแทนพรรคของทักษิณ ได้รับชัยชนะ
เชื่อว่า หลายคนก็รู้ดีว่า เบื้องหลัง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็คือ เนวิน ชิดชอบ และ วิชัย ศรีวัฒนประภา นายใหญ่แห่งอาณาจักรคิง เพาเวอร์ แต่ก็ “สะใจ” ในความปราชัยอย่างยับเยินของ “เครือข่ายบังยี”
ลึกๆแล้ว ศึกชิงประมุขบอลไทย พ.ศ.นี้ คือภาพจำลองของเกมการเมือง ที่มี “นักเลือกตั้ง” ผู้มากประสบการณ์คอยคุมวางกลยุทธ์อยู่เบื้องหลัง
ฝ่าย “บังยี” ก็ดิ้นสู้สุดกำลัง อาศัยบุญบารมีเก่าๆ แต่ก็สู้ “ศักยภาพ” ของกลุ่มตัวละครหลังม่าน “พล.ต.อ.สมยศ” ไม่ได้
สัญญาณพ่ายนั้น ถูกท้าทายตั้งแต่วันเปิดลีกภูมิภาค เมื่อ “เสี่ยต้อยติ่ง” สุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ประธานอุดร เอฟซีและตัวแทน 53 สโมสรลีกภูมิภาค ประกาศขอเลื่อนวันเตะ จากตรุษจีนไปวาเลนไทน์
ตามมาด้วยการวางมือของรักษาการประธานลีกภูมิภาค เศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ซึ่งเศกสิทธิ์ ถือว่าเป็นขุนศึกบ้านนอกของฝ่ายบังยี
หันมามองที่ผลคะแนนเลือกตั้ง ก็มาตามโผเป๊ะ ธนวัชร์ นิติกาญจนา ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ บุญยิ่ง นิติกาญจนา อดีต ส.ส.ราชบุรี และหลานรักของ สรอรรถ กลิ่นประทุม
กรวีร์ ปริศนานันทกุล ลูกชายสุดรักของ “เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง
“นายกเกีย” ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ คนสนิท เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
“นายกคิง” ทรงยศ เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว ลูกชายวิทยา เทียนทอง และหลายชายของเสนาะ เทียนทอง
อนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย และเป็นเพื่อนรักของเนวิน
รวมถึง “เสี่ยต้อยติ่ง” สุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ผู้มากบารมีแห่งอุดรธานี ผู้เชิญชวน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง กับ วิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี มารวมพลังสร้างทีมอุดร เอฟซี
ถามว่า เปลี่ยนจาก “บังยี” มาเป็น “สมยศ” จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในวงการลูกหนังเมืองไทยบ้างไหม?
คำตอบคือ อาณาจักร “ไทยพรีเมียร์ลีก” เปลี่ยนแน่!
ฤดูกาลไทยพรีเมียร์ลีก 2016 จะดำเนินการแข่งขันภายใต้บอร์ดบริหารชุดใหม่ และคงมีสีสันให้คนวิพากษ์วิจารณ์มิใช่น้อย
ที่น่าสนใจ มี 3 ทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากดิวิชั่น 1 และหนึ่งในนั้นคือ สุโขทัย เอฟซี ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และอดีต ส.ส.สโขทัยหลายสมัย
หลังว่างเว้นการเมือง “สมศักดิ์” ก็หันไปสร้างทีมลูกหนังบ้านเกิด โดยอาศัยฐานการเมืองของน้องสาว ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ปั้นทีมค้างคาวไฟ-สุโขทัย เอฟซี จากลีกภูมิภาคขยับขึ้นมาดิวิชั่น 1 และก้าวสู่ไทยพรีเมียร์ลีก
ทีมสุโขทัย เอฟซี เพิ่งชนะในนัดเตะตกค้างกับทีมนครปฐม ยูไนเต็ด เลยตีตั๋วใบสุดท้ายเข้ามาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก
ส่วนทีมนครปฐม ยูไนเต็ด ผู้บริหารโดย ภาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลูกชาย “เสี่ยอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ อดีต ส.ส.นครปฐม
พร้อมกันนั้น “ภาณุวัฒน์” ตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้สมัครตำแหน่งสภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในทีมอาจารย์หรั่งหรือทีมบังยี ก่อนหน้าวันหย่อนบัตรเพียงวันเดียว
ว่ากันว่า การที่ภาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลาออกจากทีมอาจารย์หรั่ง คิดว่า “เสี่ยอ้อน ไชยา” คงรู้ว่าฝ่ายบังยีไปไม่รอดแน่ จึงสะกิดลูกชายว่า “ถอยดีกว่า”
จริงๆแล้ว สุโขทัย เอฟซี ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ก็เป็นพันธมิตรที่ดีกับทีมชัยนาท ฮอร์นบิล ของ “เสี่ยแฮงก์” อนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท และราชบุรี มิตรผล ของ บุญยิ่ง นิติกาญจนาอดีต ส.ส.ราชบุรี
กล่าวอย่างถึงที่สุด ทีมลูกหนังของนักการเมืองเหล่านี้ ล้วนเป็น “เครือข่ายบุรีรัมย์-ชลบุรี” ด้วยกันทั้งสิ้น
ว่างๆ “เนวิน” น่าจะจัดทัวร์นาเมนท์พิเศษ “ไทยรักไทยคัพ” ชิงถ้วยอดีตนายใหญ่ เพราะเวลานี้ นักการเมืองที่เคยเฟื่องฟูสมัยทักษิณเรืองอำนาจ ต่างก็มี “ทีมบอลระดับแถวหน้า” เป็นของตัวเอง ไม่ต่ำกว่า 7-8 ทีม
ไอเดียนี้บรรเจิด ลองจัดหาทุนสร้างบุญสร้างกุศล ไหนๆ ก็เคยได้พึ่งพาอาศัย “นายใหญ่” ทำมาหากินอยู่หลายปี








