ทำไมตำรับตำราเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่แปลมาจากต่างประเทศถึงขายได้ตลอด
ทำไมสัมมนาเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการตลาด(โดยเฉพาะ DIGITAL MARKETING ที่มาแรงแซงทางโค้งในปีที่ผ่านมา) หรือกลยุทธ์ธุรกิจต่างๆ ยังคงมีคนสนใจเข้าอบรมกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด..?
เพราะทุกคนอยากได้กลยุทธ์มาใช้กับหน่วยงานหรือธุรกิจของตัวเอง...
แล้วทำไมผู้บริหารส่วนมากที่นำกลยุทธ์จากฟากตะวันตก กลยุทธ์ระดับโลกที่อ่านมาจากหนังสือ..รวมไปถึงกลยุทธ์อื่นๆ จากธุรกิจอื่นๆ ของประเทศไทยที่ไปเข้าอบรมสัมมนามาใช้..ส่วนมากมักไม่ได้ผล!?
เป็นเพราะเรามักจะ "เรียนรู้เพื่อลอกเลียน หรือ เลียนแบบ"...มากกว่าเรียนรู้เพื่อนำมา "ปรับใช้" ไปจนถึง "คิดค้นกลยุทธ์ของเราเอง" ใช่หรือไม่?
ถ้าการใช้ กลยุทธ์ มันง่ายเพียงแค่ซื้อตำรามาอ่านหลายๆ เล่ม เข้าอบรมสัมมนาสัก 2-3 ครั้ง แล้วก็จะได้กลยุทธ์(ของที่อื่น ของธุรกิจอื่น) แบบสำเร็จรูป...แล้วเรานำมาใช้จนประสบความสำเร็จได้...โลกมันคงสวยไปมั้งครับ?
เพราะแม้กระทั่งธุรกิจที่เคยใช้กลยุทธ์อย่างใดอย่างหนึ่งจนประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นไม่นาน นำกลยุทธ์นั้นมาใช้อีกครั้ง ก็ยังประสบความล้มเหลวเป็นส่วนมาก!
เพราะอะไร?
เพราะกลยุทธ์ "เหมาะกับสถานการณ์ / บริบทนั้นๆ จึงประสบความสำเร็จ" แต่เมื่อนำมาใช้อีกครั้ง ในสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์ที่แตกต่างจากเดิม..จึงไม่ได้ผล!
เพราะกลยุทธ์ "เป็นเรื่องของความ สด ใหม่ เป็นเรื่องของความแตกต่างที่ยังไม่เคยมีใครใช้!" เมื่อเรา ลอกเลียนกลยุทธ์จากตำรา จากการอบรมสัมมนาของธุรกิจอื่นๆ...จึงมักจะล้มเหลว!
เพราะกลยุทธ์ "ไม่ใช่แค่คิดได้แล้วจบ..!" แต่ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ ไปเป็นภาคปฏิบัติ ต้องใช้ความเข้าใจ ความร่วมมือ ทั้งจากคู่ค้า จากพนักงานแทบทุกส่วน...ถึงจะใช้กลยุทธ์กับคู่แข่งและลูกค้าได้ผล!
(ถ้าพนักงานโดนเฉพาะส่วนที่ต้องเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ เช่นพนักงานด่านหน้าทั้งหลายที่ต้องรับหรือต้องติดต่อลูกค้า ยังไม่เข้าใจ ยังสับสน ยังมีทัศนคติที่ไม่ดี หรือทักษะไม่ถึง...ก็อย่าไปฝันว่ากลยุทธ์จะประสบความสำเร็จ!)
จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ ที่แต่ละธุรกิจจะมีบริษัท หรือองค์กรที่โดดเด่น ประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์มีเพียงไม่กี่ที่ เพราะที่เหลือส่วนมาก เป็นแค่ผู้ลอกเลียนแบบ ผู้ตาม ไม่ใช่ผู้คิดค้น!
นี่ก็ปี 2559 แล้ว..สถานการณ์โลกและของประเทศ ยังคงมีความสั่นไหว เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา...ถ้ายังคิดแต่จะมองหา กลยุทธ์สำเร็จรูป แบบไม่ต้องคิดเองมาใช้...ไม่น่าจะรอดนะครับ!
หลายๆ ท่านอาจมีคำถามในใจ..
"แล้วถ้าไม่เอากลยุทธ์ตามตำราหรือจากที่อื่นๆ มาใช้ จะใช้กลยุทธ์อะไรล่ะ!?"
ถ้าผมจะตอบว่า..."ก็ต้องลองคิดเองสิครับ!" เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ผมกวนตั้งแต่ต้นปีเลยนะ!
เอาเป็นว่า ถ้าจะคิดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของเรา และไม่ต้องไปลอกเลียนแบบใครให้เสียราคา..
ลองดูหลักในการคิดกลยุทธ์แบบของใครของมันแบบนี้ดูสิครับ!
กลยุทธ์เริ่มที่คำถาม...
"อะไร?" ที่ว่านี้ อาจจะเป็นสินค้า...เป็นรูปแบบการบริการ...เป็น Campaign ที่โดดเด่น..หรือเป็นอะไรก็ได้ที่เราและคู่แข่งไม่เคยทำ...ยิ่งไม่เคยคิดไม่เคยกล้าที่จะทำ ยิ่งน่าทำ!?
ลองมอง ลองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ กลุ่มที่เราไม่แน่ใจว่าจะเป็นลูกค้าของเราหรือไม่? แม้กระทั่งกลุ่มที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นลูกค้าเราได้....สดใหม่สำหรับธุรกิจของท่านดีนักแหละกลุ่มใหม่ๆแบบนี้ เพราะคู่แข่งก็เคยคิดว่าไม่น่าจะใช่ลูกค้าเหมือนกัน...(คงยังจำกันได้...น้ำยาอุทัย จากผู้ใช้วัยกลางคนรุ่นเก่า ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่โดยบังเอิญ เป็นกลุ่มเด็กสาววัยรุ่นซื้อไปทาให้แก้มแดง! หรือรองเท้ากีฬาอดิดาส เมื่อไปเจาะกลุ่มแฟชั่นขายดิบขายดีไม่แพ้กลุ่มเดิมที่เป็นกลุ่มนักกีฬาหรือผู้ที่ซื้อไปออกกำลังกาย...มีธุรกิจจำนวนไม่น้อย ที่ประสบความสำเร็จจากลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ แต่ต้องกล้าคิดกล้าลองครับ)
ใครจะรู้? กลุ่มที่เราไม่คาดคิดนี่แหละ อาจเป็นกลุ่มที่สร้างยอดขาย หรือสร้างกำไรให้อย่างคาดไม่ถึง เพราะกลุ่มเดิมๆ ถูกแย่งชิงจนช้ำ จนแทบไม่เหลือกำไรแล้ว!
ลองถามคำถามตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมาก(แค่ 2 คำถามตัวอย่างข้างต้น ก็น่าจะเริ่มจุดประกายอะไรบางอย่างสำหรับการเริ่มต้นคิดค้นกลยุทธ์ของท่านได้บ้าง ไม่มากก็น้อยแล้วนะครับ) ลองตั้งคำถามต่ออีกนิด ท่านก็จะเริ่มได้คิด ได้มุมมองใหม่ๆ...นั่นแหละครับ กลยุทธ์เฉพาะธุรกิจหรือองค์กรของท่าน ก็จะค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างชัดขึ้น
ที่สำคัญคือ ต้องกล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง ในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย...เพราะไม่มีอะไรจะการันตีความเสี่ยงและความล้มเหลวได้เท่ากับการลอกเลียนแบบ และการทำสิ่งเดิมๆ อีกแล้ว!
ที่เหลือ...ก็แค่ ขมวดความคิด จากกลยุทธ์ไปสู่แนวทางปฏิบัติ และต้องไม่ลืมว่า..สุดท้ายแล้ว กลยุทธ์จะใช้ได้ผลหรือไม่ ก็อยู่ที่ความเข้าใจของทุกหน่วยงาน และไม่พ้นในเรื่องการเตรียมความพร้อม"คนของเรา"ให้พร้อมและไปในทิศทางเดียวกัน..
หวังว่าปี 2559 นี้...เป็นปีที่ดีสำหรับทุกองค์กรที่...เลิกหากลยุทธ์สำเร็จรูปที่มีเกลื่อนตามท้องตลาด แล้วสรรค์สร้างกลยุทธ์เฉพาะองค์กรของท่านขึ้นมาได้ และประสบความสำเร็จกับกลยุทธ์ที่ท่านคิดค้นในปีนี้นะครับ








