เธอจ๋า หลายเดือนที่ผ่านมา เธอได้มีความเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งคนนอกอย่างฉันที่จับตามองด้วยความห่วงใย
จึงโล่งใจได้บ้าง
ที่ฉันเคยห่วงใยในช่วงก่อนหน้า เป็นเพราะฉันเห็นว่าในระยะต่อไป เศรษฐกิจการเงินโลกในยุค New Normal จะผันผวนมากขึ้น และต้องการธนาคารกลางที่ขับเคลื่อนด้วยพลวัตสูง สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ที่ผ่านมา ฉันเห็นว่าเธอให้ความสำคัญกับเสถียรภาพเศรษฐกิจมากกว่าประสิทธิภาพ แต่เมื่อได้เห็นผู้นำใหม่ของเธอ แถลงว่าพร้อมจะปรับรูปแบบการบริหารจัดการทุนสำรองเงินตราให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น และจะปรับปรุงกรอบการดำเนินนโยบายเป้าหมายเงินเฟ้อให้มีประสิทธิภาพขึ้นนั้น ฉันก็เริ่มอุ่นใจ
กระนั้นก็ตาม แม้เธอจะปรับกลยุทธ์ให้มีพลวัตมากขึ้น แต่ฉันเห็นว่าทิศทางเศรษฐกิจการเงินโลกในปีนี้อาจผันผวนเกินกว่าที่เธอคาดคิด โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ฟังคำตอบของเธอในงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิเคราะห์รายไตรมาสที่เธอจัดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ในครั้งนั้น ฉันถามเธอว่าเธอพร้อมจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม (เช่น ลดดอกเบี้ย) จากปัจจุบันหรือไม่ หากเศรษฐกิจในปีนี้แย่กว่าที่เธอคาด พร้อม ๆ กับที่ไทยก็เผชิญความเสี่ยงเงินทุนไหลออกอย่างรุนแรง ซึ่งเธอตอบโดยสรุปว่า เธอพร้อมจะผ่อนคลายเพิ่มเติมเพราะเห็นว่าความเสี่ยงเงินทุนไหลออกของไทยในระยะต่อไปไม่รุนแรง
แม้ฉันจะเห็นด้วยกับเธอที่ว่าความเสี่ยงของไทยในประเด็นเงินทุนไหลออกอย่างรุนแรงจะมีไม่มากนัก (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจได้ดี) แต่ฉันก็อดห่วงไม่ได้ว่า ในยุคที่นโยบายการเงินโลกกำลังสวนทาง ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจจีนและตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ยังคงชะลอตัวและเสี่ยงต่อภาวะถดถอย และราคาโภคภัณฑ์ยังตกต่ำต่อเนื่อง ด้านเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้านนั้น อาจมีปัจจัยหนึ่งใดที่ทำให้ตลาดตื่นตระหนกและเงินไหลออกอย่างรวดเร็วจนทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงมากได้
โดยฉันได้สมมุติสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นความเสี่ยงต่อตลาดการเงินโลกในปีนี้ไว้ 5 สถานการณ์ ดังนี้
สถานการณ์แรก ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐและอังกฤษ เช่น ภัยธรรมชาติที่รุนแรงในสหรัฐจนทำให้อัตราจ้างงานลดลงมาก รวมถึงปัญหาการเมือง เช่น ผู้สมัครจากพรรครีพับบลิคกันที่มีแนวนโยบายขวาจัดสุดโต่ง (เช่น โดนัลด์ ทรัมพ์) ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ หรือชาวอังกฤษลงมติออกจากการเป็นสหภาพยุโรป ทำให้แนวนโยบายของทั้งสองประเทศมีความไม่แน่นอนมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้อาจทำให้ตลาดการเงินตื่นตระหนก นักลงทุนอาจเห็นเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐและอังกฤษที่ดูเหมือนจะฟื้นตัวอาจกลับตกต่ำลงอีกครั้ง จนทำให้ธนาคารกลางทั้งสองประเทศอาจต้องยกเลิกการทำนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น นำไปสู่สถานการณ์ “กลัวความเสี่ยง” (Risk-off) ทำให้เม็ดเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่กลับไปยังสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ที่ถูกมองว่าเป็นปลอดภัย (Safe-Haven)
สถานการณ์ที่สอง ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น อันเป็นผลมาจากความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดเงินตลาดทุน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากนโยบายที่ผิดพลาดของทางการจีน จนทำให้ตลาดหุ้นตื่นตระหนก หุ้นตกรุนแรงและเงินหยวนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เงินเอเชียรวมถึงบาทต้องอ่อนค่าตามเพื่อให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเงินประเทศเพื่อนบ้าน และนำไปสู่สงครามค่าเงินรอบใหม่
สถานการณ์ที่สาม ได้แก่ การที่ราคาน้ำมันตกต่ำลงมาก หลังจากที่ซาอุดิอาราเบียไม่ยอมชะลอการผลิตแม้ว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่ เพราะรายได้จากการขายน้ำมันหายไปก็ตาม นอกจากนั้นการที่สหรัฐอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันได้ยิ่งทำให้อุปทานน้ำมันโลกเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการยังคงตกต่ำตามสภาพเศรษฐกิจโลกที่ซึมเซา
ราคาน้ำมันที่ตกต่ำนี้ จะกดดันทำให้ราคาโภคภัณฑ์อื่นตกต่ำตาม และกระทบต่อการส่งออกของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงกระทบต่อผลประกอบการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโภคภัณฑ์ทั่วโลก ทำให้ตลาดหุ้นตกต่ำรุนแรงและเงินไหลกับไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย
สถานการณ์ที่สี่ ได้แก่ เกิดวิกฤติในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ดุลบัญชีเดินสะพัดและดุลงบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง หรือพึ่งพิงการส่งออกโภคภัณฑ์เป็นหลัก เช่น บราซิล แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย ซึ่งหากรุนแรงจนเกิดกระแสเงินทุนไหลออกในประเทศเหล่านี้แล้ว อาจลุกลามมายังประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ อย่างประเทศไทยก็เป็นได้
สถานการณ์สุดท้าย ได้แก่ ฝันร้ายของเศรษฐกิจไทย โดยหาก 3 ความเสี่ยงหลักในปีนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน อันได้แก่ หนึ่ง ภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี ทำให้การผลิตภาคการเกษตรรวมถึงรายได้เกษตรกรตกต่ำลง สอง แนวนโยบาย “ชอปปิงช่วยชาติ” ที่เป็นการดึงความต้องการจับจ่ายของประชาชนมาล่วงหน้านั้นทำให้การบริโภคในปีนี้หดตัวลงอีกครั้ง และ สาม ปัจจัยความเสี่ยงเรื่องการเมืองที่อาจกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากการทำประชามติในช่วงเดือนสิงหาคมไม่ราบรื่น ซึ่งหากทั้งสามความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้การบริโภคและลงทุนในประเทศหดตัวลงอีกครั้ง กระทบตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร รวมถึงเกิดเงินทุนไหลออกจากไทยอย่างรุนแรงได้
สถานการณ์แห่งจินตนาการทั้งห้านี้ แม้โอกาสที่จะเกิดขึ้นจะน้อยนิด แต่ฉันก็อยากให้เธอได้เตรียมพร้อม เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว อาจทำให้เงินทุนไหลออกจากไทยรุนแรงขึ้น เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับเศรษฐกิจไทยที่อาจตกต่ำเกินคาด เมื่อนั้น เธออาจต้องตัดสินใจลำบากมากขึ้น เพราะหากลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเศรษฐกิจ ก็อาจยิ่งทำให้เงินไหลออกมากขึ้น แต่หากตรึงดอกเบี้ยก็อาจจะกระทบเศรษฐกิจเช่นกัน
ขอให้เธอโชคดี
ด้วยรัก จากฉันเอง








