ยิ่งพบ ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งประทับใจ

ยิ่งพบ ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งประทับใจ

ถ้าทำงานกันไปแต่ละวันด้วยความหวาดระแวงว่า วันใดตัวฉันจะถูกลูกพี่เล่นงาน การงานนั้นคงไปไหนไม่ได้ไกล

ยิ่งนานวันยิ่งสลายจุดแข็งให้กลายเป็นจุดอ่อน ความประทับใจที่ลูกน้องมีต่อลูกพี่จึงเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับการงานในยุคที่มีผู้คนหลายรุ่น หลายอายุ หลายความเชื่อ มาทำงานปะปนกันอยู่เช่นในทุกวันนี้

เราไม่อาจย้อนกลับไปมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ผู้คนรุ่นราวคราวเดียวกัน ชอบอะไรต่ออะไรเหมือนๆ กันได้อีกแล้ว เราผ่านยุคสมัยที่คนไหนมาทำงานครบตามเวลา ถือว่าทำหน้าที่สมบูรณ์ไปแล้ว วันนี้เป็นวันที่การงานสำเร็จด้วยดีได้ด้วยการทำงานจากใจ ทำงานไม่ใช่แค่ให้งานเสร็จ แต่ทำงานให้เสร็จและงานนั้นดีกว่าเดิม ซึ่งไม่มีใครสามารถสั่งการให้คนทำงานอย่างสุดใจได้ มีแต่ใช้ความประทับใจไปขับเคลื่อนให้ทุกคนมีความผูกพันกับความสำเร็จที่ยั่งยืนของการงาน ผู้บริหารจะมีสักกี่สิบค่านิยม จะมีอีกกี่ร้อยคำขวัญ จะมีสักกี่พันคำสั่งก็เพิ่มความผูกพันในการทำงานให้ดีขึ้นมาไม่ได้

ถ้าอยากให้ลูกน้องยิ่งทำงานด้วยกันยิ่งนานวัน ก็ยิ่งประทับใจในลูกพี่ ยิ่งพบยิ่งได้รู้จักผู้บริหาร บุคลากรยิ่งมีความประทับใจ ผู้บริหารต้องแสดงให้เห็นก่อนว่าคำนึงถึงอนาคตของทุกคน ไม่ใช่คำนึงถึงเฉพาะอนาคตของตนเอง จะสั่งการงานมากแค่ไหนก็ได้ หากงานนั้นทำให้คนที่ได้รับมอบหมายให้ทำมีอนาคตการงานที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทำแล้วเก่งขึ้น ทำแล้วเป็นที่ยกย่องมากขึ้น

แต่ในทางตรงข้าม สั่งงานแค่สองสามชิ้นที่ล้วนเป็นงานดับอนาคตของลูกน้อง คงไม่มีคนไหนที่ยิ่งพบยิ่งเจอลูกพี่แบบนี้แล้ว จะบอกว่ายิ่งนานวันยิ่งประทับใจ มีแต่จะบอกว่ายิ่งพบยิ่งเจอก็ยิ่งหมดแรงใจ อยากให้ลูกน้องผูกพันทุ่มเทการทำงาน ผู้บริหารต้องแสดงให้บุคลากรเห็นว่าอนาคตของบุคลากรมีความสำคัญไม่น้อยกว่าอนาคตของตัวผู้บริหารเอง วันหนึ่งๆ เอาแต่แสดงท่าทางว่าฉันห่วงเก้าอี้ของฉันมากกว่าสิ่งอื่นใด จะมีลูกน้องคนไหนที่ทำงานให้ลูกพี่ท่านผู้นั้นอย่างทุ่มเท

ถ้าผู้บริหารจุกจิกในวิธีการทำงานมากกว่าเป้าหมาย เชื่อมั่นในวิธีการมากกว่าเป้าหมาย ทั้งๆ ที่วันนี้เราไม่ได้ทำงานเพื่อทำตามวิธีการที่มีมาแต่เดิม แต่วันนี้เราทำงานเพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมาย ฝรั่งเรียกการจุกจิกกับวิธีทำงานในรายละเอียดที่มากเกินไปว่า Micromanagement ซึ่งอาจเหมาะกับแต่ก่อนที่ใครคล่องวิธีทำแบบเดิม คนนั้นได้เป็นหัวหน้า วันนี้ใครมัวแต่ทำแบบเดิมวิธีเดิม ไม่รู้จักสร้างนวัตกรรม แล้วคนนั้นได้เป็นหัวหน้า บอกได้เลยว่าไม่นานหน่วยงานทั้งลูกน้องทั้งลูกพี่ จะหายไปจากวงการ

วันนี้เขาเรียกหานวัตกรรม คือหาทางทำงานวิธีทำงานใหม่ๆ ที่ให้ประสิทธิภาพประสิทธิผลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้วิธีใหม่ไม่ได้ ถ้าอยากให้ทำงานด้วยกันยิ่งนาน ยิ่งประทับใจ ผู้บริหารทำแค่ชี้เป้าหมาย แล้วคอยปรับแต่งวิธีการทำงานที่บุคลากรเลือกใช้ ต้องทำใจให้กว้างพอที่จะให้สิทธิลูกน้องในการเลือกวิธีการทำงาน เพื่อให้เขาสามารถทำงานสำเร็จได้ ตามวิธีการที่ตนเองชอบ ตนเองถนัด ทำตามสไตล์ของเขา จะเดินทางไปเป้าหมายปลายทางเดียวกัน บางคนอยากใส่เสื้อยึด บางคนเดินทางอย่างสบายใจกว่าถ้าใส่เสื้อเชิ้ต ในขณะที่บางคนอยากใส่เสื้อโปโล

ผู้บริหารกำหนดปลายทาง ส่วนการเดินทางไปสู่ปลายทางนั้น ต่างคนต่างเลือก เชื่อกันว่าคนเราชอบผู้บริหารที่ให้สิทธิเราในการเลือกวิธีทำ มากกว่าผู้บริหารที่ขยันทำ Micromanagement วันนี้ต้องบริหารให้แต่ละคนใช้ความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่บริหารให้ทุกคนเป็นเหมือนสำเนาของตัวตนของผู้บริหาร เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ปล่อยวาง Micromanagement ไปเถอะ

เมื่อทำให้ต่างคนต่างทำงานสู่เป้าหมายด้วยสไตล์ของตนเองได้ ย่อมทำงานด้วยความสบายใจ การงานที่ไม่เครียดประสบความสำเร็จดีกว่าการงานเครียดแสนเครียดแน่นอน

นอกจากวิธีการบริหารแล้ว บุคลิกของผู้บริหารก็มีผลต่อความประทับใจของบุคลากรเช่นเดียวกัน ผู้บริหารที่วูบวาบ เดี๋ยวโมโหโทโส เดี๋ยวใจดีเกินพระเวชสันดร เป็นผู้บริหารที่บุคลากรเครียดในการทำงานด้วยมากกว่าคนที่คงเส้นคงวา จะดุก็ดุให้ตลอด จะใจดีก็ดีให้ตลอด เพราะไม่รู้ว่างานไหนจะเจอพระเวชสันดร งานไหนจะเจอพรหมทัต

แต่ที่ดีที่สุดคือได้ทำงานกับผู้บริหารที่ว่ากันตามหลักการ โดยปราศจากหลักกู ยิ่งทำงานด้วยก็ยิ่งเรียนรู้หลักการมากขึ้น ยิ่งได้รู้จักยิ่งประทับใจ เพราะได้หลักการไปใช้ดัดแปลงวิธีทำงานในสไตล์ของตนเอง ทำงานภายใต้หลักกูนั้นเครียดมาก เพราะหลักอยู่ที่ตัวผู้บริหาร หาผิดหาถูกเองไม่ได้ ทุกอย่างต้องถามท่านเท่านั้น ไม่มีใครประทับใจกับหลักกู ยกเว้นลูกน้องไร้สมองที่เอาแต่ประจบประแจงเท่านั้น

ยิ่งพบยิ่งได้รู้จักกับผู้บริหารที่รู้จักได้สังคมได้ ใครๆ ก็ประทับใจ คือคุยได้ ล้อเล่นได้บ้างตามสมควร ร่วมกิจกรรมได้อย่างถูกกาลเทศะ

วันนี้หมดยุคสำหรับผู้บริหารเปิดงานปิดงาน กล่าวแต่สุนทรพจน์ให้ลูกน้องนั่งฟังอย่างเดียว จะคุยจะเฮฮาอะไรด้วยไม่ได้สักอย่าง เพราะฉันหัวหน้าแกลูกน้องลูกพี่ที่ลูกน้องสังคมด้วยไม่ได้นั้นทำงานใหญ่ไม่สำเร็จแล้วในวันนี้ เพราะวันนี้ต้องทำงานเป็นทีมใหญ่ การสื่อสารสองทางอย่างทั่วถึงจึงจำเป็นอย่างยิ่ง จะสื่อสารสองทางกันได้ ก็ต้องสังคมกันได้ก่อน ไม่ใช่ฉันพูดแกต้องฟังแต่แกพูดฉันไม่ฟัง ยิ่งทีมใหญ่และหลากหลายมากเท่าใด ผู้บริหารก็ต้องมีวิธีการสังคมหลากหลายมากขึ้นเท่านั้น คนหนุ่มสาวชอบเซลฟีก็ต้องเซลฟีด้วยกันบ้าง หัวหน้าแผนกชอบคาราโอเกะ ผู้อำนวยการก็ต้องพอร้องได้ ผู้ใหญ่ชอบตีกอล์ฟก็ออกรอบด้วยกัน

ยิ่งพบยิ่งได้รู้จัก จะยิ่งไร้ความประทับใจ หากเจอะเจอผู้บริหารที่ความสำเร็จเก็บไว้ที่ตัวฉัน ส่วนความล้มเหลวนั้นฉันมอบให้เธอ