วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของ 'การลงทุน'

วันนี้ (23 พ.ย.) เป็นวันครบรอบ 3 เดือนที่ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”

 รับหน้าที่เข้ามาเป็นหัวหน้าทีมกุมบังเหียน ขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งเขาใช้โอกาสในการทำงานมาครบ 3 เดือนเดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุน หลังจากสัปดาห์ก่อนเขาได้ให้ความมั่นใจกับนักธุรกิจว่าปี 2559 จะเป็น “ปีแห่งการลงทุน”ทั้งการลงทุนภาครัฐและเอกชนแล้ว ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “อนาคตไทย ก้าวไกลด้วยคลัสเตอร์” ซึ่งจะมีนักธุรกิจและนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การลงทุนภาคเอกชนที่ลดลง ถือเป็นปัญหาฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาการลงทุนของประเทศไทย อยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคโดยเติบโตเพียง 2– 3% ลดลงจากระดับค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนที่ขยายตัวในระดับเฉลี่ย 9– 10% ซึ่งการลงทุนที่ลดลงไม่เพียงทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ ยังทำให้การส่งออกสินค้าก็ประสบปัญหาเห็นจากในช่วงปี2541 – 2550 การส่งออกของไทยเคยขยายตัวเฉลี่ยถึง 14% ต่อปี ต่อมาในช่วงปี 2551 – 2557 การส่งออกเฉลี่ยขยายตัว5% ขณะที่การส่งออกปัจจุบันเริ่มหดตัว จนในปีนี้คาดว่าการส่งออกจะติดลบประมาณ5%

เป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้ได้ในระดับ 10% ต่อปียังเกี่ยวข้องกับเป้าหมายใหญ่ของประเทศไทย ในการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ประเทศปานกลางภายในปี2564 ซึ่งจะต้องสร้างการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในระดับ 5 – 6% ต่อปีต่อเนื่องไปอีก 10ปี

เมื่อตีโจทย์ในเรื่องการลงทุนแตกแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง ได้มีการผลักดันมาตรการส่งเสริมการลงทุน และเร่งรัดการลงทุนออกมาเป็นระยะๆ ทั้งการเพิ่มสิทธิในการยกเว้นภาษีนิติบุคคล การหักภาษีจากค่าเสื่อมราคาและการนำเข้าเครื่องจักร รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และซุปเปอร์คลัสเตอร์ซึ่งจะให้สิทธิพิเศษเหนือกว่าที่บีโอไอสามารถให้ได้เช่น การเว้นภาษีนิติบุคคล10 – 15 ปี รวมทั้งมีการตั้งกองทุนสนับสนุนการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นต้น ซึ่งสมคิดบอกว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับจูงใจให้เอกชนมาลงทุน

สัปดาห์หน้าสมคิดและรัฐมนตรีในกระทรวงเศรษฐกิจ จะเริ่มออกไปโรดโชว์ยังต่างประเทศ โดยเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดการที่จะเข้าพบทั้งชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นรวมทั้งจะพบปะกับนักธุรกิจญี่ปุ่นรวมทั้งปาฐกถาในหัวข้อ “Thailand’s New Economic Policies”

การมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนรูปแบบใหม่ไปเสนอนับเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่เขาอาจต้องเตรียมไปตอบคำถามเมื่อไปโรดโชว์อาจไม่จำกัดเพียงว่าไทยมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนอย่างไร? แต่อาจเป็นคำถามว่า ไทยมีสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการลงทุนอย่างไร? เช่น เรามีความพร้อมเรื่องแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานทักษะสูงเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไฮเทคที่จะเกิดขึ้นเพียงพอหรือไม่?โดยเฉพาะเมื่อใกล้จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยมีนโยบายอย่างไรในการจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เป็นอุปสรรคในการลงทุนและสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักธุรกิจ

อย่าลืมว่าการที่นักลงทุนจะหอบเงินมหาศาลไปลงทุนที่ใดนั้น เขาย่อมต้องหาข้อมูลทุกอย่างอย่างรอบด้าน และบ่อยครั้งการตัดสินใจขั้นสุดท้ายไม่ได้ตัดสินใจเพราะ “ประเทศนั้นมีอะไรบ้าง?”แต่กลับเป็นการตัดสินใจบนฐานว่า “ประเทศนั้นขาดอะไรอีกบ้าง?”

...และคำตอบสำหรับเรื่องเหล่านี้ ถือเป็น “จิ๊กซอว์” ตัวสุดท้ายที่จะต่อให้ภาพการสร้าง“New Growth Engine” ในประเทศไทยมีความสมบูรณ์