วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับเข่าถามความในใจทูตฝรั่งเศส :

เหตุไฉนปารีสจึงเป็นเป้าก่อการร้าย?

     “สงครามยังไม่จบแน่นอน และจะไม่จบตราบที่กลุ่มก่อการร้ายยังไม่ถูกจัดการให้หมดสิ้นไป เพราะอยู่ร่วมโลกกับคนป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรมอย่างนี้ไม่ได้...” ท่านทูตฝรั่งเศสบอกผมด้วยน้ำเสียงที่ยืนยัน ว่าคนฝรั่งเศสจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับความรุนแรง

ผมตั้งวงสนทนากับท่านเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย คุณจิลส์ การาชง (Gilles Garachon) วันก่อนหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ปารีสสัมผัสได้ถึงความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ของฝรั่งเศสที่จะจัดการกวาดล้างและสกัดกั้นกลุ่ม ISIS จนถึงที่สุด

 “ถ้าผู้ก่อการร้ายต้องการให้เราคุกเข่า เราต้องยืนขึ้นเผชิญหน้า ถ้าผู้ก่อการร้ายต้องการจะทำให้เราเงียบ เราต้องตะโกนด้วยน้ำเสียงอันดัง” ท่านตอกย้ำ

ท่านทูตบอกว่าคนฝรั่งเศสได้ต่อสู้มาหลายร้อยปี เพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพและวิถีชีวิตแห่งความเป็นอิสระชน “เราจะไม่ยอมให้คนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไร้ศีลธรรมและความสำนึก ในสิทธิของคนอื่นมาทำลายศาสตร์แห่งชีวิตของเราเป็นอันขาด”

ผมถามท่านทูตว่าทำไมฝรั่งเศสจึงเป็นเป้าของการก่อการร้ายครั้งนี้? ท่านยอมรับว่าเหตุผลหนึ่งคือ การที่ฝรั่งเศสเข้าร่วมในการปราบปราม ISIS ในซีเรีย ด้วยการร่วมถล่มทางอากาศกับสหรัฐและพันธมิตรอื่น ๆ

แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือ การที่คนกลุ่มนี้ต่อต้านวิถีชีวิตอิสระและยึดมั่นในความเป็นตัวของตัวเอง เคารพในเสรีภาพของสิทธิส่วนบุคคล และการแสดงความคิดเห็นที่ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องไปในทางเดียวกัน

ผมบอกว่าอีกเหตุผลหนึ่งน่าจะเป็นเพราะคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่ง ไม่พอใจกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากจน ตกงาน และถูกกีดกันจากสังคมกระแสหลักของฝรั่งเศส

ท่านทูตยอมรับนั่นก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนฝรั่งเศสประมาณ 1,000 คนเข้าไปร่วมขบวนการไอซิส “ซึ่งแปลว่าเราก็ต้องพยายามดึงให้คนเหล่านี้เข้ามาร่วมกับสังคมส่วนใหญ่ ให้ได้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ด้วย”

ท่านทูตฝรั่งเศสเล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์ส่วนตัว ที่ซาบซึ้งกับความมุ่งมั่นของเยาวชนฝรั่งเศส หลังเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ปารีส

“ผมไปพูดให้นักเรียนประถมและมัธยม ของโรงเรียนฝรั่งเศสที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีประมาณ 1,000 กว่าคน เพราะผมต้องการอธิบายให้เด็กฝรั่งเศสเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเด็กมีคำถามและความสงสัยมาก ผมอธิบายให้ฟังถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนฝรั่งเศส เพื่อให้ได้มาซึ่งวิถีชีวิตแห่งเสรีภาพและสิทธิส่วนบุคคล ผมต้องการให้เยาวชนเข้าใจว่าความรุนแรงไม่อาจจะแก้ปัญหาได้ และเราต้องยืนยันที่จะปกปักรักษาความเป็นสังคมเปิด อบอุ่น พร้อมจะรับฟังความเห็นแตกต่างของกันและกัน...”

ท่านทูตบอกว่าเมื่อพูดเสร็จ ทุกอย่างก็เงียบงัน แต่นักเรียนฝรั่งเศสทั้งหมดก็ยังไม่สลายตัว เหมือนกับว่าทุกคนมีความรู้สึกตกค้างอะไรอยู่

“และจู่ ๆ ... ผมก็ได้ยินเสียงเด็กนักเรียนคนหนึ่ง เปล่งเสียงเพลงชาติฝรั่งเศสขึ้นมา โดยที่ไม่มีการตระเตรียม ไม่มีใครสั่งหรือชี้นำ...เป็นเสียงของเด็กคนเดียว...ดังขึ้น ๆ ... และจากนั้นก็มีเสียงของเด็กคนที่สอง... คนที่สาม... คนที่สี่... และอีกไม่กี่วินาทีต่อมาเด็กทั้ง 1,000 คนก็ประสานเสียง ร้องเพลงชาติกันดังกระหึ่มไปทั่วห้องประชุม...”

และแล้วท่านทูตก็ร้องเพลงชาติตามไปด้วย

“เป็นความรู้สึกซาบซึ้งตรึงใจ... น้ำตาผมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว.... ผมไม่เคยได้รับรู้ความรู้สึกอย่างนั้นมาก่อนในชีวิต...”

ผมถามท่านทูตว่าเนื้อเพลงท่อนแรกของเพลงชาติฝรั่งเศสเป็นอย่างไร?

“ท่อนแรกของเพลงชาติบอกว่า.... เราจะผนึกกำลังเพื่อปกป้องเสรีภาพแห่งความเป็นคนฝรั่งเศส...”

(ติดตามชมสัมภาษณ์ทูตฝรั่งเศสพิเศษได้ในรายการ Timeline Suthichai Yoon เวลา 22.30 น. วันเสาร์และอาทิตย์นี้ทาง Nation TV ครับ)