วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โลกในสถานการณ์ใหม่ ไทยจะอยู่ตรงไหน?

เหตุโจมตีกรุงปรารีส ประเทศฝรั่งเศส จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก

 ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียจากการโจมตีของก่อการร้ายครั้งใหญ่ที่สุด และอาจเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นว่าการปฏิบัติการก่อการร้ายเริ่มขยายวงกว้างขึ้นในการปฏิบัติการสู้รบของกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์เห็นว่าสาเหตุการปฏิบัติการนอกพื้นที่สู้รบเดิม คือ อิรักและซีเรีย เนื่องจากกลุ่มไอเอสเริ่มตกอยู่ในสถานการณ์ตั้งรับมากขึ้น หลังจากมหาอำนาจทหารของโลกเริ่มเข้าไปมีบทบาทในพื้นที่สู้รบโดยตรง

แต่ปฏิบัติการโจมตีกลางกรุงปรารีสในครั้งนี้ ถือว่าได้ผลในแง่การสร้างความสนใจและการแสดงศักยภาพของกลุ่มไอเอส ซึ่งในครั้งนี้ต่างจากการโจมตีครั้งก่อนในเรื่องของเป้าหมายการโจมตี เนื่องจากการโจมตีในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายของการโจมตีเป็นประชาชนทั่วไป หาใช่คนใดคนหนึ่งที่ถือว่าเป็นศัตรูโดยตรงเท่านั้น ซึ่งลักษณะการโจมตีเช่นนี้่เอง เราเชื่ิอว่าจะส่งผลกระทบตามมามากกว่าครั้งก่อนอย่างเทียบกันไม่ได้ เพราะเท่ากับการลากเอาฝรั่งเศสเข้าไปมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการต่อต้านกลุ่มไอเอส

หากฝรั่งเศสเพิ่มบทบาทมากขึ้นในการต่อต้านก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่มไอเอส ก็หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการเมืองโลก เหมือนดังที่สหรัฐเคยถูกโจมตีในเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งในครั้งนี้สหรัฐได้กระโจนเข้าประกาศสงครามกับก่อการร้ายทั่วโลกและได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในภูมิภาคศาสตร์การเมืองโลก ด้วยคำกล่าวที่ว่า“ถ้าไม่อยู่ข้างเราก็เป็นศัตรูกับเรา” และจากการประกาศสงครามของสหรัฐในครั้งนั้น ทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างๆลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า“โลกจะไม่เหมือนเดิม”

เช่นเดียวกับกรณีของฝรั่งเศสในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่าจากนี้ไปบทบาทของฝรั่งเศสในการเมืองโลกจะเป็นอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าฝรั่งเศสถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งของโลก ทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ ดังนั้นการขยับตัวหรือปรับบทบาทใหม่ย่อมส่งผลกระทบในหลายด้าน ทั้งทางตรงทางอ้อม และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เราเชื่อว่าฝรั่งเศสย่อมไม่นิ่งเฉยเป็นแน่ จึงเป็นเรื่องน่าจับตาว่าจากนี้ไปฝรั่งเศสจะแสดงบทบาทอย่างไรต่อสถานการณ์ก่อการร้าย

หากการโจมตีสหรัฐในเหตุการณ์“9/11”ทำให้โลกก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ที่แตกต่างไปจากเดิม เหตุการณ์การโจมตีในฝรั่งเศสในครั้งอาจเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าสถานการณ์ในศตวรรษที่ 21 ที่กำลังอยู่ในช่วงต้นศตวรรษนั้นมีความชัดเจนมากขึ้น กล่าวคือจะเป็นศตวรรษแห่งความรุนแรงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าจากการก่อการร้าย ซึ่งจะทำให้เกิดมาตรการที่รัดกุมยิ่งขึ้นในการดูแลความปลอดภัยของแต่ละประเทศ และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือจะเกิดการแบ่งแยกหรือคัดกรองมากขึ้นในมาตรการป้องกัน

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิศาสตร์การเมืองนับจากนี้ไป เป็นเรื่องที่ไทยต้องติดตามอย่างใกล้และประเมินผลกระทบต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านก่อการร้ายของประเทศมหาอำนาจโลก คำถามสำคัญสำหรับสังคมไทยคือเราจะแสดงบทบาทอย่างไรและจะดำเนินนโยบายอย่างไร เพื่อไม่ให้ประเทศเข้าไปสู่ความขัดแย้งในครั้งนี้โดยตรง ในขณะที่เราเองก็ยังมีปัญหาในลักษณะใกล้เคียงกันอย่างสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เราเห็นว่ารัฐบาลหรือฝ่ายความมัั่นคงจำเป็นอย่างยิ่งในการประเมินสถานการณ์นับจากนี้ไป เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ซึ่งเราไม่อาจรอให้สถานการณ์ลุกลามมาถึงจึงมาแก้ปัญหา แต่ต้องกำหนดนโยบายป้องกันผลกระทบในทุกด้านก่อนที่ภัยจะมาถึงตัว