ความกลัวเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่มนุษย์รับมือความกลัวไม่เหมือนกัน โหราศาสตร์คือทางเลือกสำคัญ
สำหรับผู้มีสติปัญญาสูงมานับแต่โบราณกาล
ภัยพิบัติแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) เกิดจากมนุษย์ (2) เกิดจากธรรมชาติ ภัยพิบัติธรรมชาติแม้เกิดไม่บ่อย แต่เมื่อมันเกิด จะสร้างความเสียหายมหาศาลแก่มนุษย์ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นสึนามิ และที่สำคัญคือโรคระบาด
Black Death คือโรคระบาดที่ทำลายล้างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ประมาณว่า ผู้คน 75-200 ล้านคนต้องตาย มันแพร่กระจายแรงสุดในยุโรปช่วง 1347-53 สาเหตุคือเชื้อแบคทีเรีย Yersinia Pestis ซึ่งก่อให้เกิดกาฬโรค (Plague)
ทศวรรษ 1330 กาฬโรคระบาดใหญ่ ผู้คน 25 ล้านคน ในจีนและอาเซียนเสียชีวิต เชื้อโรคที่ติดมากับกองทัพมองโกลและเหล่าพ่อค้า ได้แพร่จากเอเชียกลาง ผ่านเส้นทางสายไหม และถึงเมืองท่า Kaffa ในไครเมียปี 1347 จากที่นั่น มันติดไปกับเรือสินค้าที่ไปซิซิลี
ตุลาคม 1347 กาฬโรคมาถึงซิซิลีและระบาดไปทั่วอิตาลีอย่างรวดเร็ว เชื้อโรคแพร่กระจายไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โจมตีฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส อังกฤษภายในเดือน มิ.ย.1348 จากนั้นเลี้ยวขวาไปตะวันออกผ่านเยอรมันและสแกนดิเนเวียช่วง 1348-50 และไปถึงรัสเซียปี 1351
ในอีกทางหนึ่ง กาฬโรคไปถึงอเล็กซานเดรียในอียิปต์ และคอนสแตนติโนเปิ้ลและเมืองท่าอื่นในทะเลดำปี 1347 มันแพร่ไปทิศตะวันออกไปยังกาซ่า เลบานอน ซีเรีย ปาเลสไตน์ เยรูซาเล็ม ดามัสกัส ฯลฯ เชื้อโรคไปถึงเมกกะ โมซุล แบกแดดในปี 1349 และถึงเยเมนปี 1351
ประมาณว่า 30-60% ของประชากรยุโรปทั้งหมด เสียชีวิตจาก Black Death ประชากรโลกลดลงจาก 450 ล้านคน เหลือ 350 ล้านคน ในศตวรรษที่ 14 และไม่กลับถึงระดับเดิมอีกเลยจนกระทั่งศตวรรษที่ 17
กาฬโรคแพร่กระจายในยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียนตลอดศตวรรษที่ 14-17 เช่นปี 1628-1631 ชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตจากกาฬโรคเกือบ 1 ล้านคน ปี 1665-1666 เกิดการระบาดครั้งใหญ่ของกาฬโรคในลอนดอน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนถึง 100,000 คน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดในลอนดอน ฯลฯ
พิบัติภัยจากโรคระบาดใหญ่หายไปชั่วคราว ต้นศตวรรษที่ 19 มันกลับมาอีกครั้ง ปี 1918 เกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ไปทั่วโลก นับแต่ ม.ค.1918 - ธ.ค.1920 มันเกิดจากเชื้อไวรัส H1N1 ประชากรโลก 500 ล้านคน (1 ใน 3) ติดเชื้อ 50-100 ล้านคน ต้องเสียชีวิต ถือเป็นภัยพิบัติจากโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดอีกครั้งของมนุษยชาติ
ไข้หวัดใหญ่ครั้งนี้รู้จักกันอีกชื่อว่า Spanish Flu เพราะมันระบาดใหญ่ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 (28 ก.ค.1914-11 พ.ย.1918) แต่เพราะเป็นช่วงสงคราม จึงมีการปกปิดข่าวสาร ยกเว้นสเปนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง การเผยแพร่ข่าวโรคระบาดจึงเป็นไปอย่างเสรีและกว้างขวาง
Spanish Flu นี้ร้ายแรงมาก ประมาณ 25 ล้านคน เสียชีวิตใน 6 เดือนแรก ของการระบาด มันฆ่าชีวิตผู้คนมากกว่า Black Death เสียอีก 17 ล้านคน ตายในอินเดีย 1.5 ล้านคน ตายในอินโดนีเซีย ในบราซิลตาย 300,000 อังกฤษ 250,000 ฝรั่งเศสมากกว่า 400,000 คน ฯลฯ อัตราการตายของผู้ติดเชื้อสูงถึง 20% เทียบกับอัตราปกติที่ 0.1%
ในอเมริกา พบอาการของโรคครั้งแรก ม.ค.1918 เดือน มี.ค.เชื้อแพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว ประชากรถึง 28% ติดเชื้อตั้งแต่กันยา 1918-มิ.ย.1919 มีผู้เสียชีวิต 675,000 คน
ภัยพิบัติร้ายแรงอันดับต่อมาคือ โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง มันเกิดจากเชื้อ SARS-Coronavirus พบครั้งแรกที่มณฑลกวางตุ้งของจีน เมื่อ 16 พ.ย.2002 จากนั้น แพร่กระจายไปฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ แคนาดา รวมไปถึงอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ ฯลฯ
12 มี.ค.2003 ขณะที่การระบาดพุ่งถึงขีดสุดในจีน-ฮ่องกง-อาเซียน องค์กรอนามัยโลกได้ประกาศเตือนไปทั่วโลกถึงการระบาดของโรคซาร์ส โชคดีที่ทุกฝ่ายรับมืออย่างดี การระบาดสามารถควบคุมได้ในเดือน มิ.ย.สถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้น จนองค์กรอนามัยโลกประกาศยุติการระบาดเมื่อ พ.ค.2004
และภัยพิบัติครั้งล่าสุดคือการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 อันเกิดจากเชื้อไวรัส H1N1 สายพันธุ์ใหม่ มันเป็นการผสมกันระหว่างเชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ นก และหมู จึงเรียกกันอีกชื่อว่า “ไข้หวัดหมู (Swine Flu)” พบการระบาดครั้งแรกเมษา 2009 ในเม็กซิโก
เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จน 11 มิ.ย.องค์กรอนามัยโลกประกาศเตือนการระบาด (Pandemic) เดือน พ.ย.การระบาดเริ่มลดลง และ 10 ส.ค.2010 องค์กรอนามัยโลกประกาศว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 สิ้นสุดลงแล้ว ทั้งประมาณว่า มีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 284,500 คน
ในโหราศาสตร์ ภัยพิบัติจากโรคระบาดเกิดจากเสาร์-เนปจูนเป็นหลัก เสาร์คือความเจ็บไข้ได้ป่วย เนปจูนคือความอ่อนแอของร่างกาย มันหมายถึงอาการเจ็บป่วยรุนแรง เสาร์คือกรอบจำกัด เนปจูนคือการละลายกรอบ มันจึงชี้ถึงการแพร่กระจายของโรคภัยอย่างรวดเร็วอีกด้วย
เสาร์เข้ามังกร-ร่วมราศีกับเนปจูน 23 ก.พ.-15 มิ.ย.1342 และ 21 พ.ย.1342-11 ก.พ.1345 โดยกุมกันสนิท 22 ม.ค.1344 ที่ 17 องศา 13 ลิปดา การกุมกันของทั้งคู่ทำให้ Black Death ก่อตัวและเริ่มแพร่กระจายผ่านเส้นทางสายไหม
มิ.ย.1347 เสาร์วิกลคติพักร์ที่ต้นราศีมีน ทำมุม 45 กับจุดที่เสาร์กุมเนปจูนสนิท เสาร์ถอยหลังเรื่อยจนเดือน ต.ค. ขณะนั้นพฤหัสเมษถอยหลังทำมุม 90 กับจุดกุมเช่นกัน Black Death เข้าถึงอิตาลี เมื่อพฤหัสเดินหน้าทำมุม 90 อีกครั้ง มันก็แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ 24 ม.ค.1348-23 มี.ค.1350 เสาร์อยู่มีน-ภพวินาศของโลก ซึ่งหมายถึงความสูญเสีย การชำระสะสาง ฯลฯ โรคร้ายแพร่กระจายไปทั่วยุโรป
ทั้งเสาร์-เนปจูนร่วมราศีกันอีกครั้งใน ก.ค.2 สิงหา 1916-18 ก.ย.1918 โดยกุมกันสนิท 1 ส.ค.1917 ที่ 12 องศา 2 ลิปดา Spanish Flu เกิดขึ้นและแพร่ระบาดแรงสุด ทั้งคู่ยังร่วมราศีกันอีกช่วงสั้นๆ 14 มี.ค.-3 มิ.ย.1919
จากนั้น เสาร์เข้าสิงห์เล็งมฤตยูกุมภ์ โดยทำมุม 180 กันสนิท 3 ครั้ง ในเดือน ส.ค.1919-เม.ย.1920-มิ.ย.1920 เสาร์ยกเข้ากันย์ 17 พ.ย.1920 เมื่อเสาร์พ้นมุมเล็งกับมฤตยู โรคร้ายก็จางหายไป
ขณะที่โรคซาร์สและไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งกินเวลาไม่นาน และผู้คนเสียชีวิตไม่มาก เกิดจากมุม 150 ระหว่างเสาร์-เนปจูน คือ เสาร์เมถุน-เนปจูนมังกรช่วงกลางปี 2002-กลางปี 2004 และเสาร์ปลายสิงห์ต้นกันย์-เนปจูนกุมภ์ช่วง 2009-2010
ปี 2015-2016 เสาร์พิจิก-เนปจูนกุมภ์จะทำมุมร้าย 90 กัน 2 ช่วง คือ 15 ต.ค.2015-20 ม.ค.2016 และ 14 เม.ย.- 31 ต.ค.2016 โดยทำมุมกันสนิท 3 ครั้ง ได้แก่ ปลาย พ.ย.2015-กลาง มิ.ย.16-กลางก.ย.2016
พิจิกเป็นธาตุน้ำ กุมภ์เป็นธาตุลม บาปเคราะห์ใหญ่ในธาตุลม-น้ำ ต้องระวังโรคระบาดร้ายแรง พิจิกยังเป็นภพมรณะของโลกอีกด้วย เราท่านทั้งหลายไม่ควรประมาทครับ








