วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Top 5 กองทุน RMF สำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้น

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนก็จะสิ้นปี ได้เวลาที่คอลัมน์ มุมคิดธนกิจ จะมาเขียนแนะนำกองทุนที่ใช้ลดภาษี

กันอีกครั้ง บทความนี้จะขอโฟกัสไปที่กองทุน RMF ซึ่งผู้ถือกองทุนนี้ต้องมีอายุครบ 55 ปีถึงจะถอนได้ โดยในครั้งนี้ จะขอตั้งโจทย์ว่าผู้ซื้อกองทุนดังกล่าวมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งก็จะเหลือเวลาในการถือครองกองทุนดังกล่าวอีกราว 5-15 ปีขึ้นไป ผมขอเหมาว่าโดยเฉลี่ยเหลือเวลาในการถือครองกองทุนนี้อีก 10 ปีแล้วกัน

หากจะให้ผมจัด Top 5 ของกองทุน RMF สำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้นไปในปีนี้ อันดับ 1-5 ณ ปี 2015 ของผมมี ดังนี้

เริ่มจากอันดับที่หนึ่ง ผมขอยกให้กองทุน RMF หุ้นยุโรป ด้วยเหตุผล 3 ประการ ได้แก่ หนึ่ง หุ้นยุโรป ถือว่า ณ วันนี้ ราคายังไม่แพง โดยค่า P/E อยู่ที่ประมาณ 15 เท่ากว่าๆ ซึ่งไม่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

สอง จากรูปจะเห็นได้ว่า นับจากปี 1995 หรือ 20 ปีก่อน มูลค่าจีดีพีของยุโรป ณ วันนี้ ยังขึ้นไปไม่ถึง 2 เท่าของตอนนั้น ซึ่งในทางเศรษฐกิจถือว่ายังมีช่องว่างในการเติบโตอยู่อีกพอสมควร แตกต่างจากมูลค่าจีดีพีของสหรัฐ ที่ขึ้นไปเกือบ 2.5 เท่าจากในตอนนั้น ซึ่งถือว่าหากจะโตเพิ่มขึ้นจากนี้ ต้องใช้แรงเยอะขึ้นกว่าเดิม และน่าจะยากกว่ายุโรป ส่วนของญี่ปุ่นไม่ต้องพูดถึง มูลค่าจีดีพีในปัจจุบันเกือบเท่ากับตอนปี 1995 นับได้ว่าเป็นเศรษฐกิจที่เติบโตแบบไม่ปกติ

ประการสุดท้าย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการเงิน ที่หลายคนคุ้นเคยกับมาตรการ QE เป็นอย่างดี ยังอยู่ในแค่ช่วงเริ่มต้นของการใช้มาตรการดังกล่าว

อันดับที่สอง แม้หุ้นในเซกเตอร์Healthcare จะโดนนักการเมืองสหรัฐจ้องจะเล่นงาน เนื่องจากบริษัทหลายแห่งโขกราคายากันเป็นว่าเล่น ผมก็ยังคิดว่า ณ ปี 2015 กองทุน RMF ที่เน้น Healthcare ยังมีราคาที่ยังขึ้นต่อได้อีกเยอะพอสมควร ด้วยเหตุผลหลักคือ การควบรวมกิจการของบริษัทในเซกเตอร์ยังมีต่ออีกหลายชุด แม้ในปีที่ผ่านมา จะมีมูลค่าการควบรวมราว 5 แสนล้านดอลลาร์ แต่นี่ยังถือว่าเป็นแค่จุดเริ่มๆ ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การถือกองทุนนี้ไปอีก 10 กว่าปี น่าจะเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ หากสนใจเรื่อง กองทุน Healthcare อย่าลืมกลับไปอ่านคอลัมน์นี้ของผมเมื่อครั้งที่แล้ว

อันดับสาม ผมคิดว่ากองทุน RMF ที่เน้นตลาดหุ้นเอเชียมีความน่าสนใจมาก ต้องยอมรับว่าปีนี้ บรรดาประเทศในเอเชียที่คาดว่าน่าจะมาแรง พากันเดี้ยงกันเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี หรือฟิลิปปินส์ ไม่ต้องพูดถึงเมืองไทย ซึ่งทำให้ผมคิดว่า ณ เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะที่จะซื้อกองทุน RMF ที่เน้นตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากจะได้ราคาที่ไม่แพง ต้องไม่ลืมว่าประเทศในเอเชียที่ผมกล่าวถึงข้างต้น ล้วนเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีอนาคต เพียงแต่ติดปัญหาการเมืองมากบ้างน้อยบ้าง ทำให้จะเกิดเศรษฐกิจติดขัดในระยะเวลาหนึ่ง โดยผมคิดว่าในระยะยาว อย่างไรเสีย ประเทศเหล่านี้ต้องก้าวไปข้างหน้า และมีความน่าสนใจในการลงทุน ณ วันที่พวกเขายังไม่ออกวิ่ง

อันดับสี่ กองทุน RMF หุ้นจีน อย่าเพิ่งร้องยี้สำหรับหลายท่านที่ยังตราตรึงกับเหตุการณ์ตลาดหุ้นจีนเมื่อกลางปีนี้ เนื่องจากหากมองไปข้างหน้าอีก 10 กว่าปี ด้วยมูลค่าหุ้นที่ถือว่าถูกมากแห่งหนึ่งของโลก ผนวกกับความเปลี่ยนแปลงของผู้นำชุดใหม่ ที่เปิดรับระบบตลาดทุนนิยมมากขึ้น รวมถึงศักยภาพของเศรษฐกิจจีน ที่พร้อมจะผงาดเป็นเบอร์หนึ่งในทางเศรษฐกิจของโลกในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ ไม่ว่าความผันผวนของตลาดหุ้นจีนในช่วงสั้นจะสูงเพียงใด ทว่า หากคิดจะลงทุนแบบถือยาวตามสไตล์กองทุน RMF หุ้นจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็น H-Share มีความน่าสนใจที่น่าจะมีไว้ในพอร์ต

อันดับห้า อย่างไรเสีย ผมคงไม่ลืมหุ้นสหรัฐ แม้ ณ วันนี้ ราคาจะถือว่าแพงก็คงพูดไม่ผิดจากความจริงไปมากเท่าไรนัก แต่ถ้าได้เห็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการตลาด ของบริษัทอย่าง Tesla, Apple, Amazon หรือ Facebook ผมคงยังไม่ขีดตลาดหุ้นสหรัฐออกจาก Top 5 สำหรับกองทุน RMF เป็นแน่

ความจริงแล้ว ผมยังมีกองทุนที่น่าสนใจซึ่งคาดว่ากำลังจะออกเป็น RMF ซึ่งน่าจะติดอันดับใน Top 5 นี้ด้วย ทว่า ณ วันนี้ ยังไม่สามารถซื้อหากันได้ ทำให้ผมจะขอยกยอดกองเหล่านี้ไปไว้ใน Top 5 สำหรับปีหน้าแล้วกันครับ หมายเหตุ สนใจการวิเคราะห์เพิ่มเติมระหว่าง กองทุน LTF และ RMF ติดตามได้ทาง fb.com/MacroView ทาง Blog:bonthr.blogspot.com และ LINE ID: MacroView