พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติภารกิจในนครนิวยอร์คมาแล้ว 3-4 วัน
และใกล้จะกลับเมืองไทย มีโอกาสได้ขึ้นทั้งเวทีเล็ก เวทีใหญ่ ได้แสวงหาความร่วมมือกับนานาชาติ ได้แสดงวิสัยทัศน์และบอกเล่าเรื่องราวของเมืองไทยหลายประการ
000 ทั้งในด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ความเท่าเทียมทางเพศและบทบาทสตรี และการขึ้นเวทีสหภาพโทรคมนาคมโลกหรือ “ไอทียู” เพื่อรับรางวัลผู้นำประเทศที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพิื่อการพัฒนาประเทศ
000 รวมถึงการชี้แจง“โรดแมพ” ที่บอกกับชาวโลกว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งภายในปี2560... ถือเป็นครั้งแรกที่ท่านนายกฯ ได้พูดคุยในเวทีโลก แม้จะถูก“กดดัน” จากกลุ่มต่อต้าน และการตั้งคำถามจากนานาชาติ
000 แต่ก็เชื่อว่าเกิดประโยชน์... และเป็นโอกาสที่จะชี้ให้เห็นความชอบธรรมของการยึดอำนาจ รวมทั้งปรากฎการณ์ในทางบวก ที่เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหาร ได้เห็นแนวทางในการแก้ปัญหาบ้านเมือง และที่สำคัญกลุ่มมวลชนที่ออกมา“ตั้งขบวน”ให้กำลังใจ ก็คึกคักไม่น้อยไปกว่ากลุ่มที่ออกมาป่วน
000 หลังภารกิจสำคัญในต่างแดน...กลับมาถึงเมืองไทยในวันที่ 1 ต.ค. ยังมีภารกิจรอให้นายกฯ เร่งดำเนินการทั้งการตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ทั้ง 2 ชุดมีเส้นตาย 6 ต.ค.
000 ในส่วนของประธาน กรธ. แม้ว่าพูดกันมาหลายวันจนคนเริ่ม“เบื่อ” แต่ล่าสุดก็ยังปรากฎชื่อนายมีชัย ฤชุพันธ์ ที่ออกมาเสนอเงื่อนไขผ่านนายวิษณุ เครืองาม ขอให้คำตอบโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี เพราะมีบางประการต้องสอบถามก่อนตัดสินใจ และจะต้องขอดูหน้าตา“ทีมงาน”ด้วย
000 มาถึงบรรทัดนี้“กูรู”หลายสำนักตบเข้าดัง“ฉาด”เพราะชี้อาการมาตั้งแต่ต้นว่านายมีชัย จะตกลงรับหน้าที่นี้ แต่ที่“ลาก”เวลา ก็เพื่อให้สมราคาท่านเท่านั้นเอง ส่วนชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน ก็เพียงถูก“หยิบ”ขึ้นมาเป็นมวยเทียบ เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นไปได้“ยาก”
000 ส่วนกรรมการกรธ.ทั้ง 20 คน รองนายกฯวิษณุ จะตั้งแท่นเอาไว้ราว 30 คน รอให้นายกรัฐมนตรี กลับมาเลือกอีกครั้งภายในเวลา 5-6 วันที่เหลืออยู่ เช่นเดียวกับ สปท.ที่พอจะเห็นหน้าเห็นตากันบ้างแล้ว ทั้งสายทหารที่ชักแถวกันมา หรือกลุ่มอดีตสปช. รวมทั้งตัวแทนจากพรรคการเมือง
000 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีม“ตั้งโต๊ะ” แถลงข่าวคดีบึ้มราชประสงค์... คนที่ติดตามข่าวมาอย่างต่อเนื่องอาจรู้สึกว่า “ไม่มีอะไรใหม่” เป็นเพียงลำดับเหตุการณ์ที่ได้“อ่าน”มาแล้วบนหน้าหนังสือพิมพ์
000 แต่หากแกะ“ถ้อยคำ”ของผบ.ตร. จะพบว่าน่าสนใจตรงประเด็นที่พบ“ความเชื่อมโยง”กับการเมือง โดยการอ้างถึงหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย เมื่อ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นมีผู้ต้องหา“คนไทย” คือนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือ ยงยุทธ พบแก้ว ที่ถูกตั้งข้อหาหนักหลายข้อกล่าวหา
000 เม่ื่อย้อนรอยกลับไปพบว่านายยงยุทธ เกี่ยวข้องเป็นผู้ต้องหาคดีระเบิดไปป์บอมบ์เมื่อปี 2557 ที่ย่านมีนบุรี คดีนี้การสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่พารากอนซึ่งยังจับคนร้ายไม่ได้
000 และยังพบว่านายยงยุทธ เกี่ยวพันเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น เมื่อปี 2553 ที่ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งในทางการสืบสวนพบว่า“ระเบิด”ที่ถูกเก็บไว้ในแมนชั่นแห่งนี้ เกี่ยวพันกับเหตุระเบิดในช่วงชุมนุมทางการเมืองของ“คนเสื้อสี”ก่อนหน้านั้นถึง 4 เหตุการณ์
000 สมมุติฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนหน้านี้ที่พยายามบอกว่าเหตุระเบิดเกิดจากความไม่พอใจของ“ขบวนการค้ามนุษย์”ลักลอบขนส่งชาวอุยกูร์ กำลังจะถูก“ตีกลับ”มาเป็นประเด็นการเมืองอีกครั้ง...แต่การแถลงในประเด็นนี้ยัง“ไม่ชัด”เหมทือนฉายหนังยังไม่จบ...ต้องติดตามต่อไปอย่าได้กระพริบตา !!!
.................................
อัชชาวดี [email protected]






