เมื่อไม่นานมานี้ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ได้พูดถึงเศรษฐกิจไทยในบริบทใหม่ หรือ The New Normal
ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนั้น สัปดาห์นี้ผมขอเกาะกระแสเขียนถึง The New Normal บ้าง แต่ไม่บังอาจเขียนเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจไทยในบริบทใหม่นะครับ แต่จะขอเขียนเกี่ยวกับ The new normal หรือบริบทใหม่ ในมุมมองของพฤติกรรมผู้บริโภค ที่จะส่งผลต่อองค์กรธุรกิจในการนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ
คำว่า The New Normal นั้น มีรากฐานมาจากทางด้านเศรษฐศาสตร์ ที่หมายความถึง สิ่งที่เคยไม่ปกติ แต่กลับกลายมาเป็นสิ่งที่ยอมรับและเป็นปกติ ซึ่งในเชิงของพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือความต้องการของผู้บริโภคนั้น เราจะพบเห็น The New Normal อยู่มากมาย ทั้งนี้ เนื่องจากในเชิงของความต้องการของลูกค้านั้น จะมีการเปลี่ยนแลงอยู่ตลอดเวลา กระแส ค่านิยมบางอย่างที่เคยเป็นที่ยอมรับ ก็อาจจะไม่ได้เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป ในขณะเดียวกัน กระแส ค่านิยม หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมบางอย่าง ที่ไม่เคยเป็นที่ยอมรับ ก็กลายเป็นสิ่งปกติในปัจจุบัน
ท่านผู้อ่านลองนึกดูซิครับว่า ในปัจจุบัน ในเชิงของค่านิยม วัฒนธรรม พฤติกรรมของคนในสังคมนั้น มีอะไรที่ถือเป็น The New Normal ได้บ้าง ที่ชัดเจนก็เกี่ยวกับการยอมรับต่อเพศที่สาม ที่สังคมไทยปัจจุบันเปิดกว้างและยอมรับมากขึ้น หรือค่านิยมของการอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงาน ซึ่งในอดีตสังคมไทยยากที่จะยอมรับ ก็กลายเป็นเรื่องปกติในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น
แนวโน้มของ The New Normal ในเชิงพฤติกรรมของคนในสังคมนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นไปทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีการศึกษาและอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่เริ่มที่จะยอมรับในค่านิยมและทัศนคติทางสังคมใหม่ๆ ซึ่งผมเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่า The New Normal เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เพียงแต่ถ้ามองในเชิงธุรกิจนั้น การจับกระแสหรือโอกาสของ The New Normal ในเชิงสังคมขององค์กรธุรกิจได้นั้น ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับการเติบโตและสร้างความแตกต่างในเชิงธุรกิจครับ
เว็บไซต์ Trendwatching ได้จับกระแสและยกตัวอย่างขององค์กรธุรกิจ ที่สามารถจับกระแส The New Normal ในภูมิภาคเอเชียไว้ได้หลายกรณีศึกษาด้วยกัน โดยเริ่มเปิดประเด็นจากในเกาหลีที่การยอมรับกลุ่มผู้ที่รักร่วมเพศนั้น ได้เพิ่มสูงขึ้นจาก 18% ในอดีตเป็น 39% ในปี 2013 หรือในทั้งภูมิภาคที่นายจ้างที่เป็นสุภาพสตรีเพิ่มขึ้นจาก 22% ในปี 2002 เป็น 30% ในปี 2012 ซึ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยของโลก
ในประเทศอินเดีย แบรนด์เพชรชื่อ Tanishq ได้จับกระแสของการแต่งงานใหม่ (Remarriage) ที่เริ่มเป็นที่ยอมรับและเปิดกว้างมากขึ้นในอินเดีย ซึ่งในอดีตค่านิยมเรื่องของครอบครัวและการไม่แต่งงานใหม่นั้นยังมีความสำคัญอยู่
ในประเทศสิงคโปร์ที่เปิดตัวนิตยสาร Element ในปี 2013 ที่เขาระบุไว้เลยว่าเป็น Asia’s Leading LGBT (Lesbian, Gay, Bisexual, and Transgender) Media Network แต่เป็นนิตยสารที่พิมพ์ออนไลน์เท่านั้น เนื่องจากในประเทศสิงคโปร์ การรักร่วมเพศยังเป็นสิ่งที่กฎหมายไม่ยอมรับ
ในฮ่องกง Chuan Spa ที่ตั้งอยู่ที่ Langham Place Hotel ได้เปิดบริการรูปแบบใหม่ The Metropolitan ซึ่งเป็นสปาที่มุ่งเน้นสำหรับการผ่อนคลายของท่านสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ ทั้งการนวดหลัง ขัดผิด นวดตัวและหน้า ทั้งหมดภายในเวลา 90 นาที
ส่วนที่เกาหลีก็ไม่น้อยหน้าครับ เกาะ The New Normal ของ metrosexual โดยที่สายการบินเกาหลีได้จัดให้มีการอบรมในเรื่องของการดูแลผิว และการดูแลตนเองสำหรับบุคลากรที่เป็นผู้ชาย ที่เขาเรียกว่า “Image making for servicemen” โดยกิจกรรมนี้ไม่ได้จัดให้กับพวกที่ให้บริการบนเครื่องนะครับ แต่สำหรับชายหนุ่มที่ให้บริการภาคพื้นดิน โดยอบรมถึงการดูแลผิวพรรณ การแต่งหน้า (เล็กๆ น้อยๆ)
สำหรับของประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เมื่อสองปีที่แล้ว ททท.ออกแคมเปญ Go Thai. Be Free สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็น LGBT โดยเฉพาะ โดยนำเสนอความเป็นมิตรของคนไทย ทั้งในเชิงสถานที่ แหล่งท่องเที่ยว แหล่งบันเทิง และคนไทย ต่อกลุ่ม LGBT
สำหรับทางธุรกิจแล้ว The New Normal จริงๆ แล้วก็คือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ที่องค์กรธุรกิจทุกแห่งจะต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้ เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นเพียงการพลิกสิ่งที่ไม่เคยเป็นที่ยอมรับ ให้กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับกันได้ครับ









