กรมชลประทานเตือนให้คนไทยทั้งประเทศ เตรียมรับมือกับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ
ในปีนี้ เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ปริมาณฝนตกลงมาในประเทศไทยน้อยกว่าปกติ ซึ่งหากติดตามการรายงานปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่จะเห็นว่ามีระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี และกรมชลฯ ประเมินว่ายังใช้น้ำในปริมาณไม่ต่างจากเดิม จะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอย่างรุนแรงในปีนี้ และปริมาณน้ำสะสมที่มีอยู่ในปีนี้อาจไม่เพียงพอ
การประกาศเตือนของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจขัดกับความรู้สึกชาวบ้านไปบ้าง เพราะขณะที่รัฐบาลประกาศเตือนนั้น ในหลายพื้นที่ประสบกับภาวะน้ำท่วมจากฝนตกหนัก รวมทั้งคนในกรุงเทพมหานครที่เผชิญกับภาวะฝนตกหนักมาหลายสัปดาห์ แต่หากติดตามปริมาณน้ำในเขื่อนก็จะเห็นว่าสถานการณ์เป็นไปเช่นนั้นจริงๆ ซึ่งหากไม่มีมาตรการอะไรออกมาเพื่อแก้ปัญหา รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ในปีหน้าอาจมีปัญหามากขึ้นเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นจริง
ขณะนี้เป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการห้ามปลูกข้าวนาปรัง รวมทั้งอาจมีการจัดระเบียบการใช้น้ำอย่างจริงจัง เพื่อรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกรมชลประทานอยู่ระหว่างการประเมินปริมาณฝนในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน โดยคาดว่าในเดือนหน้า รัฐบาลน่าจะสามารถสรุปสถานการณ์ภัยแล้งได้ทั้งหมดและอาจจะมีมาตรการที่เข้มข้น หากเราไม่ต้องการเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากเผชิญ
อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่าปัญหาน้ำเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ และเราไม่ตระหนักถึงความสำคัญในภาวะปกติ แต่เราจะเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติอย่างแท้จริง ซึ่งการใช้น้ำของไทยมีในกิจกรรมที่หลากหลายอย่างมาก และเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ หากเกิดภาวะวิกฤติขึ้นมา อาจทำให้กลายเป็นวิกฤติของประเทศได้โดยง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ดังนั้น เพื่อตั้งรับปัญหาอย่างมีสติ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ หากเกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำขึ้นจริง สิ่งที่ต้องทำอันดับแรก คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลน้ำ ต้องมีการชี้แจงถึงสถานการณ์จริงที่เรากำลังเผชิญในขณะนี้ โดยต้องเป็นการชี้แจงอย่างต่อเนื่องและให้เกิดความเข้าใจในหมู่ประชาชนในวงกว้างมากที่สุด ซึ่งปัญหาการสร้างความเข้าใจในหมู่ประชาชนนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่พอๆกับสถานการณ์การขาดแคลนน้ำ
หากไม่สามารถสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้ เราเชื่อว่าอาจจะเกิดสถานการณ์วุ่นวายในวงกว้าง หากเกิดการขาดแคลนน้ำจริง แต่หากหน่วยงานรัฐสามารถสร้างความเข้าใจได้ ก็อาจจะทำให้มาตรการอื่นๆ ที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ในการฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นที่เข้าใจกันได้ และไม่เกิดการต่อต้านจากประชาชน ซึ่งเท่ากับว่าภาครัฐสามารถสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือกับประชาชนในการรับกับสถานการณ์ภัยแล้งได้
เราเห็นว่าความเข้าใจในสถานการณ์นั้นมีความสำคัญยิ่งกว่าปัญหาจริง เพราะหากสามารถสร้างความมือจากความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว เราเชื่อว่าจะสามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้ และหากเป็นปัญหาถึงขั้นวิกฤติจริง เราเห็นว่าภาครัฐต้องมีมาตรการที่เด็ดขาด และมาตรการช่วยเหลือที่เพียงสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ เราเชื่อว่าความร่วมมือจากความเข้าใจนี้เองจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการรับมือในทุกวิกฤติ









