วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้บริหารกับการนำองค์กร

ความคิด จินตนาการ และความสามารถของผู้บริหารองค์กรต่างๆ จะไม่มีวันบรรลุถ้าไม่สามารถจูงใจให้บุคลากรที่เหลือตอบสนองต่อสิ่งนั้น

ถึงแม้ว่าผู้บริหารระดับกลาง หัวหน้างาน และพนักงานจะเป็นคนกลุ่มใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 ขององค์กร และเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการผลิตสินค้าและบริการ ตลอดรวมถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ

 

แต่ทิศทางก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวขององค์กร แม้ว่าจะเป็นไปด้วยความเร็วเหนือคู่แข่ง แต่ถ้าผิดทิศผิดทางก็อาจจะไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ได้ ดังนั้นบุคคลกลุ่มที่สามที่คอยกุมบังเหียนขององค์กรอันได้แก่ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริหารองค์กร จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งเพราะต้องนำทุกคนให้ไป ไม่ใช่แค่ตัวเท่านั้น แต่ต้องไปทั้งใจด้วย

 

ความศรัทธาในตัวผู้นำก็เป็นสิ่งผูกพันความรู้สึกทางใจได้เป็นอย่างดี ดังที่เรามักเห็นหรือได้ยินชื่อของผู้บริหารองค์กรชั้นนำที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบใหญ่ได้ อาทิ Sam Walton ผู้สร้างอาณาจักรซุปเปอร์สโตร์ยักษ์ใหญ่ในชื่อ Wal-Mart นักขายผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถผลักดันยอดขายรถยนต์ Chrysler ให้ผงาดขึ้นมาในวงการยานยนต์ได้อย่าง Lee Iaccoca หรือเจ้าพ่อซอฟท์แวร์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล Bill Gates ซึ่งมีคนน้อยมากในโลกที่ไม่เคยใช้หรือสัมผัสระบบปฏิบัติการที่มีอายุยืนนานอย่าง Windows รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นภายใต้แบรนด์ไมโครซอฟท์ Howard Chultz ผู้สร้างตำนานร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งแผ่ขยายกลิ่น รสชาติและความหอมหวลไปทั่วทุกมุมโลก หรือ Jack Welch ผู้นำผู้สร้างแรงบันดาลใจและทำให้ GE ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้วจากอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สู่ธุรกิจการเงินที่พลิกโฉมจนเกินจะคาดถึง

 

ความคิด จินตนาการ และความสามารถของผู้บริหารในองค์กรต่างๆ จะไม่มีวันบรรลุได้เลยถ้าไม่สามารถจูงใจให้บุคลากรที่เหลือตอบสนองต่อสิ่งนั้น บทบาทของผู้บริหารต่อการพัฒนาองค์กรจึงน่าสนใจและน่าค้นหาอย่างยิ่ง และนี่คือตัวอย่างเล็กๆเท่าที่ประมวลมาได้เพื่อจุดประกายในการหันมาสำรวจตนเองว่าเราพร้อมที่จะเป็นผู้บริหารที่ดีเพียงพอหรือยังดังนี้

 

- ส่งเสริมและพัฒนาพนักงาน ผู้บริหารจะต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานอย่างจริงจังและเป็นระบบ ผ่านรูปแบบและวิธีการต่างๆที่สอดคล้องเหมาะสมกับหัวข้อและผู้เรียน โดยไม่ใช่มองเพียงแค่ตั้งงบประมาณ และใช้ให้หมดไปในปีหนึ่งๆเท่านั้น แต่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และความรู้ที่เพิ่มเติมให้แก่พนักงานนั้นจะต้องเอื้อต่อการปฏิบัติงานในปัจจุบัน หรือเสริมทักษะใหม่ๆที่กำลังจะเป็นไปในอนาคต รวมถึงเปิดโอกาสให้ไปศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อเปิดโลกทัศน์และขยายมุมมองใหม่ๆ

 

- ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารงาน และการทำงานข้ามสายงาน ด้วยการให้เข้าร่วมในเวทีที่ต้องใช้ความคิด การจัดทำแผนงานร่วมกับผู้บริหาร นอกจากเป็นการเตรียมพร้อมผู้บริหารหรือผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคต ยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้บริหารกับพนักงานที่มีศักยภาพ แทนที่จะปล่อยให้ทำงานในสายงานตามหน้าที่เพียงอย่างเดียว

 

- ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจลูกน้องในขณะปฏิบัติงานอยู่เสมอ หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Management by Walking Around ถึงแม้ว่าจะมีนัยของการตรวจติดตามความก้าวหน้า แต่ต้องสร้างบรรยากาศของการเยี่ยมให้กำลังใจ อีกทั้งยังเป็นโอกาสได้เห็นพนักงานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมจริง โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมีพื้นที่ทั้งที่เป็นภายในอาคารและที่โล่งแจ้ง ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ทุกโรงงานที่อยู่ในห้องปรับอากาศอย่างดี แต่บางที่ก็มีกลิ่นหรืออุณหภูมิที่สูง การเข้าไปสัมผัสและรับรู้ก็จะนำมาซึ่งความเห็นอกเห็นใจด้วย

 

- จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ที่เพียงพอและเหมาะสม โดยลงทุนในเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีที่ไม่เป็นอันตรายหรือส่งผลกระทบทางร่างกายแก่ผู้ปฏิบัติงาน

 

- เอาใจใส่และรับฟังผลตอบรับจากลูกค้า มีหลายองค์กรโดยเฉพาะในบริษัทญี่ปุ่นที่มีวัฒนธรรมในการออกพื้นที่เยี่ยมเยียนคู่ค้า ลูกค้า และรับฟังปัญหา หลังจากรวบรวมและประมวลผลกับข้อมูลในด้านอื่นๆแล้ว ก็จะนำมาปรับแผนงานการตลาดต่อไป

 

- พัฒนาทักษะความสามารถการจัดการของตนเอง ถ้าเราไม่อยากเป็นผู้บริหารหลงยุคตกสมัย ไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และสิ่งที่ผู้บริหารทั่วไปนิยมกันคือการอ่านนิตยสารเพราะจะมีเรื่องราวที่ทันสมัยอยู่เสมอ เข้าร่วมเวทีเสวนาหรือการประชุมนานาชาติ ในองค์กรใหญ่ๆบางแห่งก็อาจใช้ที่ปรึกษาส่วนตัว (Executive coach) ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนให้กับตัวเอง กรณีที่มีภารกิจมากและไม่มีเวลาเหลือมากพอ

 

- สื่อสารนโยบายเป้าหมายอย่างชัดเจนและทั่วถึง เพราะการถ่ายทอดสิ่งที่องค์กรกำลังจะก้าวไปให้พนักงานในระดับชั้นต่างๆเข้าใจและเห็นภาพร่วมกัน จะทำให้ทุกคนไม่หลงทิศและออกนอกเส้นทาง แต่ทั้งนี้กลไกการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ถ้ามีการประเมินผลการรับรู้ข่าวสารด้วยจะยิ่งดี

 

- สุขภาพร่างกายต้องพร้อมรับกับสถานการณ์เสมอ ข้อสุดท้ายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่จะก้าวมาเป็นผู้บริหาร เพราะในอดีตมีบทเรียนให้เห็นกันมามากแล้วจากการทำงานหนัก ขาดการพักผ่อนการออกกำลังกาย และขาดการดูแลเรื่องโภชนาการ ทำให้สุขภาพร่างกายของผู้บริหารเสื่อมถอย แม้ว่าสมองจะดีแต่ถ้าสุขภาพร่างกายไม่เอื้อ ก็ทำให้ธุรกิจติดหล่มได้เหมือนกัน

 

ทั้งหมดนี้คือเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของบุคลากรในระดับชั้นต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาองค์กร จำไว้ว่าก่อนจะเปลี่ยนแปลงใคร ให้เริ่มต้นที่ตัวเราก่อนเสมอ