วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กัวเตมาลาน่าจับตามอง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อสำนักใหญ่ๆ ในโลกตะวันตก ให้ความสนใจแก่เรื่องความฉ้อฉลในกัวเตมาลา มากกว่าความฉ้อฉลในอียิปต์

 ทั้งที่อียิปต์มีขนาดใหญ่ และความสำคัญในกิจการด้านการเมืองของโลกกว่าตัวเตมาลามาก อีกทั้งรัฐบาลอียิปต์ยังเพิ่งลาออก เพราะถูกกล่าวหาว่าฉ้อฉล ปัจจัยที่ทำให้สื่อทำเช่นนั้น คงมิใช่เพราะพวกเขาให้ความสำคัญแก่กัวเตมาลามากกว่าอียิปต์ หากเพราะมองว่า การลาออกของรัฐบาลอียิปต์ จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก นอกจากการเปลี่ยนตัวละครในรัฐบาล เพื่อลดกระแสต่อต้านลง ส่วนในกัวเตมาลา สื่อมองว่า การต่อต้านความฉ้อฉลโดยประชนทั่วไป จนทำให้เกิดวิกฤติทางการเมือง มีโอกาสนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนโฉมหน้าด้านการพัฒนาของตัวเตมาลาอย่างแท้จริง

คอลัมน์นี้พูดถึงกระบวนการพัฒนามากว่าสิบปี บ่อยครั้งจะอ้างว่า อุปสรรคหมายเลขหนึ่งของการพัฒนา ได้แก่ ความฉ้อฉล ซึ่งคนไทยโดยทั่วไปมักใช้คำทับศัพท์ว่า “คอร์รัปชัน” จริงอยู่ทุกสังคมมีความฉ้อฉล อันเป็นพฤติกรรมของบุคคลที่ละเมิดกฎเกณฑ์ของสังคม แต่ถ้าการละเมิดนั้นอยู่ในระดับต่ำ มันจะไม่ทำให้การพัฒนาประสบปัญหาสาหัส ด้วยเหตุนี้ โดยทั่วไปในประเทศที่พัฒนาไปจนก้าวหน้ามาก จึงมักมีความฉ้อฉลต่ำกว่าในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะต้องลดความฉ้อฉลลงมาอย่างมีนัยสำคัญ จึงจะสามารถพลิกผันให้เกิดการพัฒนาจนก้าวหน้าอย่างแท้จริงได้ 

เรื่อง “จุดพลิกผัน” ในกระบวนการพัฒนา เป็นแนวคิดสำคัญที่คนไทยโดยทั่วไปไม่ค่อยใส่ใจมากนัก ทั้งที่สังคมไทยมีเครื่องเล่นจำพวกกระดานหกมานมนาน การพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง เป็นไปไม่ได้เมื่อสังคมมีความฉ้อฉลสูงมาก จนกระดานหกไปตกข้างความด้อยพัฒนา หากสมาชิกในสังคมสามารถลดความฉ้อฉลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ กระด้านหกนั้นจะไปตกอีกข้างหนึ่ง แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้เป็นฐานของการเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งขายดีแบบถล่มทลายในสหรัฐชื่อ The Tipping Point โดย Malcolm Gladwell เมื่อปี 2543 (มีบทคัดย่อภาษาไทยอยู่ในเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา www.bannareader.com)

หลังจากหนังสือเล่มนี้พิมพ์ออกมาไม่นาน ชาวอเมริกันนำแนวคิดเรื่องจุดพลิกผันไปใช้ จนมันกลายเป็นคำสามัญในชีวิตประจำวันไปแล้ว สำหรับในด้านการพัฒนา จริงอยู่ไม่มีใครรู้ว่าจุดพลิกผันอยู่ตรงไหน แต่ประเทศกำลังพัฒนาโดยทั่วไปต้องลดความฉ้อฉลลง จึงจะพัฒนาต่อไปได้ดังที่เกาหลีใต้ทำสำเร็จมาแล้ว

คงเป็นที่ทราบกันดีว่า เกาหลีใต้ตกอยู่ในสภาพที่ธนาคารโลกเคยตราว่า ไม่มีทางผุดทางเกิด (Basket Case) หลังสงครามเกาหลียุติ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานในประเทศนั้นถูกทำลาย จนแทบไม่มีอะไรเหลือ แต่เกาหลีใต้ทำให้ชาวโลกฉงน จนต้องก้มไปหน้าศึกษาหาบทเรียนกันอย่างกว้างขวาง บทสรุปมีมากซึ่งคงไม่ยากหากสนใจจะหามาอ่าน  บทสรุปเหล่านั้นมักไม่ได้ให้ความสำคัญแก่เรื่องความฉ้อฉลมากนักเนื่องจากผู้ศึกษาส่วนใหญ่ สนใจเฉพาะในสิ่งที่วัดออกมาเป็นตัวเลขได้เท่านั้น แต่การที่ชาวเกาหลีใต้ปราบความฉ้อฉลอย่างเข้มข้น จนถึงกับตัดสินประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดี และกดดันถึงขั้นทำให้เกิดความละอาย จนอดีตประธานาธิบดีที่มีส่วนพัวพันกับความฉ้อฉลอีกคน ไปกระโดดภูเขาตาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดจุดพลิกผันในการพัฒนา

กัวเตมาลากำลังทำอะไร สื่อจึงสนใจกันมาก และบางสำนักมองว่ากัวเตมาลาจะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว?

คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา อ้างถึงกัวเตมาลาในบริบทของการออกมาประท้วงของประชาชน ในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยว่า “กัวเตมาลาอยู่ในอเมริกากลาง มีประชากรราว 16 ล้านคน และยังมีระดับการพัฒนาล้าหลังไทยในหลายด้าน แต่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี มีความฉ้อฉลอย่างกว้างขวางเกิดขึ้นในหมู่ชนชั้นผู้นำที่อยู่ในรัฐบาล ประชาชนจึงต้องการให้ประธานาธิบดีลาออกเพื่อรับผิดชอบ โดยออกมาประท้วงอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา” 

การประท้วงของประชาชน เป็นผลมาจากรายงานของ “กรรมาธิการระหว่างประเทศ ว่าด้วยการต่อต้านการอยู่เหนือกฎหมายในกัวเตมาลา” ซึ่งชี้บ่งต้นตอของความฉ้อฉล การประท้วงของประชาชนเริ่มได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม จากการจับกุมผู้ว่าการธนาคารกลาง และผู้อำนวยการสถาบันสวัสดิการสังคม ตามด้วยการไล่รัฐมนตรีสามคนออก ต่อด้วยการลาออกของรองประธานาธิบดี และในที่สุดของตัวประธานาธิบดีเอง เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดีคนนั้น ถูกจับขังคุกเพื่อรอขึ้นศาล ผู้สังเกตการณ์ต่างมองกันว่า กรรมาธิการดังกล่าวจะเกิดขึ้นมิได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นผู้นำและประชาชนโดยทั่วไปในกัวเตมาลา นั่นหมายความว่า ชาวกัวเตมาลาพร้อมที่จะพัฒนาในขั้นต่อไป ทั้งในด้านการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย และเศรษฐกิจ ในกรอบของระบบตลาดเสรี โดยการกำจัดความฉ้อฉลออกไปจนทำให้กระดานหกไปตกอีกข้าง

อย่างไรก็ดี ณ วันนี้อาจเร็วเกินไปที่จะฟันธงลงไปว่า กัวเตมาลาจะเป็นเกาหลีใต้ในย่านอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะขจัดความฉ้อฉลกันอย่างเข้มข้นจริงๆ จนสามารถทำให้เกิดจุดพลิกผันในด้านการพัฒนาได้ ต้องจับตาดูว่ากัวเตมาลาจะทำอะไรต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง จึงจะฟันธงลงไปได้ว่ากัวเตมาลาจะขจัดอุปสรรคของพัฒนาได้ในแนวที่เกาหลีใต้ทำสำเร็จมาแล้ว