วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความหวังไม่ได้อยู่ที่ อรหันต์นักเขียนรัฐธรรมนูญ

ใครจะมาเป็น 21 อรหันต์องค์ใหม่เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ คงไม่สำคัญเท่ากับว่า

 เราต้องการเห็นกระบวนการร่างกฎหมายสูงสุด ของประเทศเดินหน้าอย่างไร จึงจะสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่แท้จริง

เพราะเอาเข้าจริง ๆ สิ่งที่เรียกว่า “รัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์” ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าดีที่สุด ยอดเยี่ยมไร้ที่ตำหนินั้นไม่มีในโลกนี้

มีแต่รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสังคมนั้นๆ ในภาวะขณะนั้น เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขและพัฒนา ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง และเป้าหมายแห่งการสร้างชาติสร้างสังคม

ผมจึงมองไม่เห็นว่าใครมาร่างใหม่จะทำให้ได้ “ถูกใจ” ประชาชนได้มากกว่าของเดิม

ยิ่งมีเงื่อนไขว่าคนใหม่ที่มาแทนชุดก่อนนั้นจะต้อง “เข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐบาลและ คสช.” ด้วยก็ยิ่งอย่าได้หวังว่าเราจะได้รัฐธรรมนูญ “ในฝัน” อย่างคนไทยเรียกร้องต้องการ

เพราะยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า “เจตนารมณ์ของ คสช.” กับ “ฉันทามติของประชาชน” นั้นมีความสอดคล้องต้องกันกันเพียงใด

หรือถ้าจะบอกว่าหยิบเอา “ข้อดี ๆ” ของรัฐธรรมนูญปี 40, 50 และร่างที่เพิ่งถูกคว่ำไป (ซึ่งก็มีข้อดี ๆ หลายประเด็น) มารวบรวมเอาไว้เขียนขึ้นใหม่ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แต่สังคมไทยจะตกลงกันได้หรือไม่ว่าอะไรคือ “ข้อดี ๆ” ที่ว่านี้

มีผู้วิพากษ์ว่าสื่อนำเสนอแต่เพียงความเห็นของ “นักการเมือง” และ “นักวิชาการ” ไม่กี่คนที่วนเวียนกันแสดงท่าทีเห็นด้วยหรือคัดค้านในบางประเด็นเท่านั้น ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นจริงของสังคมไทย

หากสื่อสะท้อนเพียง “คนเสียงดัง” หรือ “ผู้มีส่วนได้เสีย” เท่านั้น ก็จะได้ภาพเพียงบางส่วนหรือเป็นภาพบิดเบือนจากความเป็นจริงไม่น้อย

คสช. เองก็อ้างไม่ได้ว่า “เจตนารมณ์” ของตนเป็นเป้าหมายสูงสุดของประเทศ และเหมาะสมกับความเป็นไปของบ้านเมือง ชุดความคิดของคนอื่นไม่เหมาะสมถูกต้องก็คงไม่ได้เช่นกัน

การที่ร่างใหม่นี้เพียงผ่านคณะรัฐมนตรีและส่งไปทำ “ประชามติ” เลยก็ไม่ได้แปลว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ “ดีที่สุด” ในภาวะปัจจุบัน เพราะแม้หลังจากที่ ครม. จะแก้ไขปรับปรุงแล้วก็ไม่ได้ หมายความว่าเป็นร่างที่จะไม่สร้างปัญหาให้กับคนอื่น

หากคณะกรรมการชุดใหม่แก้ไขตามที่นักการเมืองเรียกร้องก็เป็นเพียงการปรับปรุงให้มีเสียงวิจารณ์ (จากคนกลุ่มเดียว) น้อยลง

หรือหากคณะกรรมการชุดนี้เดินหน้าเขียนใหม่ให้เป็นไปตาม “เจตนารมณ์ของ คสช.” ก็เป็นเพียงการเดินตามแนวทางของผู้มีอำนาจวันนี้เท่านั้น

“รอยตำหนิ” ของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็จะมีให้เห็นทั้งขึ้นทั้งล่อง

หรือหากเป็นการร่างด้วยท่าที “ประนีประนอม” ให้สอดคล้องกับแนวทาง “ปฏิรูปและปรองดอง” ก็จะมีคำถามว่าคณะกรรมการชุดนี้มีความเป็นอิสระและกล้าหาญเพียงใดที่จะ “ฉีกแนว” ในการร่างให้เกิด “ทางเลือกใหม่” สำหรับประชาชนคนไทยทั้งหลาย

โดยเฉพาะประชาชนคนไทยที่สื่อ คสช. นักร่างรัฐธรรมนูญและผู้รู้ทั้งหลายที่แสดงความเห็นต่อสาธารณชนบ่อย ๆ ไม่เคยไปสอบถามความเห็นได้กว้างขวางและลึกซึ้งมาก่อนเลย

จึงสรุปได้ว่ากระบวนการจากนี้ถึงการเลือกตั้ง (ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ตาม) เป็นเพียงกลเกมของฝ่ายต่าง ๆ ในกระบวนการต่อรองอำนาจทางการเมืองเท่านั้น

พาดหัวข่าวที่คาดคะเนว่าใครจะมาเป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ แม้จะเป็นความหมกมุ่นกับตัวบุคคลปกติ ของแวดวงสังคมไทยตามปกติ ก็ไม่ได้มีส่วนทำให้บ้านเมืองขยับไปข้างหน้าด้วยความหวังอะไรเพิ่มเติมขึ้นเลย...ขอยืนยัน

เพราะยิ่งติดตามข่าวเรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้ถามตัวเองว่า... ประเทศไทยเราเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีอรหันต์อยู่ไม่กี่คนนี้เท่านั้นจริง ๆ หรือ?