ย่อมเป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากเปรียบเทียบกันตัวต่อตัว คนไทยย่อมไม่แพ้ชาติใดในโลก สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งหนึ่ง
ของการเปิดตัวของ iPhone รุ่นใหม่ แต่สิ่งที่ต้องตรึงตาและตรึงใจสำหรับคนไทยทั้งชาติ กลับเป็นผลงานภาพถ่ายปลากัดของ คุณวิศรุต อังคทะวานิช ศิลปินาวไทย ซึ่งเป็นหนึ่งใน Highlights ที่สำคัญของการเปิดตัวของ iPhone ในครั้งนี้ สำหรับหลายคน ผลงานของ คุณวิศรุต กลับเป็นที่น่าสนใจและสมควรติดตาม มากยิ่งกว่า Features ใหม่ๆ ของ iPhone และสินค้าอื่นๆ ที่ได้เปิดตัว โดย Apple ในค่ำคืนนั้น
ฝีมือของคนไทย ได้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีโลก ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิต Content ที่มีทั้งความสวยงาม ความคิดสร้างสรร และศิลปะวัฒนธรรม ครั้นในปัจจุบัน เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอลอันไร้พรมแดน โลกทั้งใบ จึงเป็นเวทีของคนไทยที่มีฝีมือ และไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะในประเทศไทยอีกต่อไป
อย่างไรก็ดี ในขณะที่คนไทย มีฝีมือระดับโลก แต่ประเทศไทย ยังคงขาดเวทีระดับสากล คนไทยที่มีฝีมือหลายคน จึงต้องไปสร้างชื่อเสียงในระดับเวทีสากลเสียก่อน จึงจะกลับมาเป็นที่รู้จักกันในสายตาของคนไทย
เวทีระดับโลก ไม่สามารถถูกสร้างขึ้นมาได้ในวันเดียว บทความนี้ ต้องขออนุญาตกล่าวถึง Cyberjaya เวทีระดับโลกในยุคดิจิตอลแห่งประเทศมาเลเซีย ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาในปี 1997 ภายใต้นโยบายของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่ผลักดันให้ มาเลเซีย เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ สูงจนต้องเป็นจับตาของโลก อย่างที่ไม่น้อยหน้าเสือทั้ง 4 แห่งเอเซีย ซึ่งรวมถึง ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และ ไต้หวัน ที่มีพัฒนาการอย่างไม่แพ้ชาติตะวันตกในยุคก่อนหน้า
ปัจจุบัน Cyberjaya มีส่วนสำคัญที่ทำให้มาเลเซีย ถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน และเป็นเวทีที่มีความสำคัญ ของการแสดงผลงานในยุคดิจิตอล ปีนี้ มาเลเซียถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความพร้อมทางดิจิตอล เป็นอันดับที่ 32 ของโลก โดยเวิร์ด อีโคโนมิค ฟอรั่ม (World Economics Forum) ด้วยการวัดผล เน็ตเวิร์ค เรดิเนส อินเด็กซ์ (Network Readiness Index) ซึ่งอยู่เหนือกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วในโลกตะวันตกหลายประเทศ ในขณะที่ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 67 และอยู่ในกลุ่มของประเทศที่กำลังพัฒนา
Cyberjaya คือกลยุทธ์ ที่จะจำลองความสำเร็จของ Silicon Valley มาไว้ที่มาเลเซีย และเป็นยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้มาเลเซีย เป็นศูนย์กลางในยุคดิจิตอลของภูมิภาค ปัจจุบัน Cyberjaya มีประชากร 70,000 คน โดยเป็นแรงงานชนชั้นความรู้ (Knowledge Workers) กว่าครึ่งหนึ่ง และมีเกือบ 1,000 บริษัท ซึ่ง 38 บริษัท เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาหลายสถาบัน Cyberjaya เป็นการสร้างเมืองใหม่ ที่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์เพียง 20 นาที และอยู่ระหว่างทางไปสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ โดยเป็นพื้นที่เกือบ 20,000 ไร่
นอกจากนี้ Cyberjaya เป็นเมืองแห่งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยมีไฟเบอร์ออพติก 100 Mbps แพร่กระจายทั่วอาณาเขต และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้มาเลเซีย เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของอินเตอร์เน็ต ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ฯลฯ ของภูมิภาค และมีเป้าหมายจะสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 2020 ปัจจุบัน Cyberjaya สามารถชักชวนบริษัทข้ามชาติเป็นจำนวนมาก เช่น HSBC, DHL, Shell, Motorola, OCBC, IBM, Ericsson, BMW and Fujitsu ฯลฯ ให้มาลงทุนเพื่อสร้างศูนย์พัฒนาเทคโนโลยี
ในอีกด้านหนึ่ง Cyberjaya ยังคงเป็น Show Case ที่สำคัญของการสร้างเมืองสีเขียว (Green City) ที่แม้แต่รัฐบาลญี่ปุ่น ยังใช้เป็นต้นแบบเพื่อการวางแผนเมืองในอนาคตของญี่ปุ่น
ไม่เพียงแต่ อดีตนายกรัฐมนตรี มหาเธร์ และ Cyberjaya แต่ อดีตนายกรัฐมนตรี ดาโต๊ะซรี อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี ยังได้มีข่าวคราวระดับโลก ของการเปิดโต๊ะเจรจากับ Google เพื่อให้มาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในมาเลเซีย
ที่ต้องกล่าวถึงมาเลเซีย เนื่องจากอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจลูกเสือ 4 ประเทศ (Tiger Cub Economies) เช่นเดียวกับไทย ที่เคยพลาดโอกาสของการเป็นเสือทั้ง 4 แห่งเอเซีย กลุ่มเศรษฐกิจลูกเสือ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ ประเทศไทย ที่ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (Newly Industrialized Countries -- NICS) ในยุคปัจจุบัน แทนที่เสือทั้ง 4 ที่ได้ก้าวเข้าสู่พัฒนาการอย่างเทียบเท่าชาติตะวันตกไปแล้ว
มาเลเซีย ได้เผชิญศึกหนักที่ไม่แพ้ประเทศไทย เนื่องจากมีพรมแดนติดที่กับ สิงคโปร์ หนึ่งในเสือทั้ง 4 แห่งเอเซีย และประเทศที่มีความพร้อมทางดิจิตอล เป็นอันดับที่ 1 ของโลก เมื่อวัดผลโดย World Economics Forum และตัวเก็งอันดับหนึ่ง ผู้ช่วงชิงความศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ในยุคปัจจุบัน
ที่สำคัญ ถึงแม้คะแนนของมาเลเซียจะเป็นอันดับ 32 แต่องค์ประกอบ ที่ช่วยคะแนนของมาเลเซียมากที่สุด กลับเป็นบทบาทของภาครัฐ ซึ่งรวมถึง กฎหมายที่ใช้กำกับดูแลธุรกิจในยุคดิจิตอล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของหน่วยงานรัฐ วิสัยทัศน์ของภาครัฐที่มีต่อเทคโนโลยี และความสำเร็จของภาครัฐในการสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งเป็นอันดับที่ 8 3 6 และ 6 ของโลก จึงอาจพูดได้อย่างเต็มปากว่า บทบาทของภาครัฐในมาเลเซีย ยังคงเหนือชั้นยิ่งกว่าประเทศชาติที่พัฒนาแล้วในโลกตะวันตก
จึงหวังว่า จะเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของประเทศไทย เพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราจะต้องมีส่วนร่วมกับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในอีกไม่นานข้างหน้านี้








