วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักท่องเที่ยวจีนกับเหตุการณ์วิกฤติ

แม้ว่าจะช้าไปสักนิด ผู้เขียนก็ยังอยากขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และครอบครัวของผู้เสียชีวิต

จากเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อเย็นวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนไทยถ้วนหน้า

เหตุระเบิดนับเป็นวิกฤตการณ์ที่เขย่าขวัญวงการท่องเที่ยวโดยตรง ที่รุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตถึง 14 ราย มากกว่าคนไทย (6 ราย) ที่น่าสงสารที่สุดน่าจะเป็นครอบครัวของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ที่มากัน 7 คน ได้กลับไปเพียง 2 คน เป็นที่น่าสังเกตว่า นักท่องเที่ยวที่ศรัทธาในท่านท้าวมหาพรหม แม้จะมาจากหลายประเทศ แต่ก็มักจะมีเชื้อสายจีน ส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ก็เริ่มหันมาศรัทธาในท่านท้าวมหาพรหมเช่นกัน

เราคงปฏิเสธไม่ได้อีกแล้วว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจะเป็นนักท่องเที่ยวหลักของบ้านเรา ในเดือนมิถุนายนปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนมามากถึง 6.3 แสนคน (กรมการท่องเที่ยว, 2558) วงการธุรกิจท่องเที่ยวคาดว่า หากไม่มีเหตุระเบิด ปีนี้นักท่องเที่ยวจีนน่าจะสูงกว่า 7 ล้านคน จาก 4.6 ล้านคน ในปี 2557 เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางในช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคการศึกษาของจีน ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเติมในช่วง Low season ของการท่องเที่ยวไทย

เราลองมาดูพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนต่อเหตุการณ์วิกฤติที่ผ่านมา (ดูตาราง) ซึ่งรวบรวมและคำนวณโดยอาศัยข้อมูลรายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม 2531 ถึงมิถุนายน 2558 ของ ดร.อัครพงศ์ อั้นทอง พบว่า หากเป็นเหตุวิกฤติจากโรคระบาด ผลกระทบจะลากยาวประมาณ 4 เดือน เช่นโรคซาร์ส ไข้หวัดนก แต่ความสูญเสียจะไม่เกิน 20% ต่อเดือน และลดลงเรื่อยๆ แต่หากเป็นเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เช่น สึนามิ ความรุนแรงในกรุงเทพฯ (วิกฤติการเมืองไทย) ผลที่เกิดขึ้นคือ การลดลงของนักท่องเที่ยวจะค่อนข้างสั้นประมาณ 1-2 เดือน อย่างไรก็ดี เราต้องไม่ลืมว่า คนจีนจะค่อนข้างเชื่อฟังรัฐบาล หากรัฐบาลประกาศคำเตือนออกมา แม้จะไม่ถึงขั้นชักธงแดง ก็อาจจะยังมีผลอยู่

ท่านผู้อ่านสามารถใช้ตารางนี้พยากรณ์ผลกระทบของการสูญเสียนักท่องเที่ยวจีน ได้โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ เช่น ถ้าเกิดโรคระบาดที่รุนแรงในลำดับเดียวกับซาร์ส หรือไข้หวัดอีกครั้ง ก็ให้เอาจำนวนนักท่องเที่ยวของเดือนถัดไป คูณด้วยเปอร์เซ็นต์ความสูญเสีย เช่น ถ้าเกิดในเดือนที่เดือนถัดไปนักท่องเที่ยว 800,000 คน ก็คาดว่าจะสูญเสียนักท่องเที่ยว 18% ประมาณ 0.18x800,000 คนx2 เดือน = 288,000 คน ใน 2 เดือน

ดังนั้น หากใช้ข้อมูลในตารางนี้มาพยากรณ์นักท่องเที่ยวจีน โดยเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่แยกราชประสงค์ในครั้งนี้ น่าจะพอเทียบเคียงกับเหตุการณ์ ระเบิด 3 จุดในซอยสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 ได้มากที่สุด ระเบิดครั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนน่าจะลดลงไม่เกิน 1.84 แสนคน และคาดว่าจะสูญเสียรายรับจากนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 7.56 พันล้านบาท ที่ขนาดของการสูญเสียดูมากกว่ากรณีก่อนๆ ก็เพราะว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนในแต่ละเดือนมีจำนวนสูงมาก โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม และช่วงวันชาติจีนในเดือนตุลาคม

ดร.อัครพงศ์ ยังประเมินว่า ภายในสิ้นปีนักท่องเที่ยวจีนน่าจะถึง 7 ล้านคน แน่นอน อย่างไรก็ตาม ต้องไม่มีเหตุการณ์น่าหวาดเสียวเกิดขึ้นอีก ผลกระทบที่น่าเป็นห่วงมากกว่า จะเป็นผลกระทบจากการลดลงของอัตราการเจริญเติบโตของจีน และอัตราแลกเปลี่ยนของจีนเทียบกับไทยและคู่แข่ง (ในที่นี้คือเกาหลีและญี่ปุ่น) ซึ่งในโมเดลของเรา ผลกระทบค่อนข้างจะมีค่าทางสถิติที่ชัดเจน ซึ่ง ททท.จะต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

ในอนาคตจำนวนนักท่องเที่ยวย่อมต้องขยายตัวขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ข้อมูลทางจีนระบุว่า ปีหนึ่งๆ คนจีนท่องเที่ยวในประเทศถึงกว่า 3,000 ล้านคน (ครั้ง) หากคนจีนพบว่า การมาเที่ยวไทยมีค่าใช้จ่ายถูกว่าไปเที่ยวในประเทศเสียอีก คนจีนอีกจำนวนมากจะหลั่งไหลมาประเทศไทยอย่างรับไม่ไหว และถ้ารัฐบาลพัฒนาสนามบินรองในจังหวัดต่างๆ และปรับอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินพาณิชย์ระดับนานาชาติ ปัญหาผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่ปกติใน กทม.ก็จะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

ประเด็นสำคัญก็คือ รัฐบาลต้องเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวให้เป็นระบบ ให้ปราศจากมาเฟีย หัวคิวที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเตรียมการด้านสาธารณูปโภค และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมไม่ให้เสื่อมโทรม

มิฉะนั้นเราจะได้ไม่คุ้มเสียค่ะ