วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“วิกฤติผู้ลี้ภัย” บททดสอบใหญ่สำหรับอียู

ปัญหาผู้ลี้ภัยเป็นปัญหาสากล และมักเกี่ยวโยงกับเรื่องการอพยพย้ายถิ่นฐาน การข้ามพรมแดน การค้ามนุษย์

และที่สำคัญประเด็นสิทธิมนุษยชนและปัญหาสังคมอื่นๆ ปัญหาเหล่านี้มิใช่เพียงแต่เป็นปัญหาที่ประเทศกำลังพัฒนาในแถบเอเชียอย่างไทยต้องประสบอยู่ และถูกผลักดันจากนานาประเทศให้แก้ไข แต่ยุโรปเองก็ประสบกับปัญหาผู้อพยพและผู้ลี้ภัยอย่างมาก จนเรียกได้ว่าเป็นช่วง “วิกฤติผู้ลี้ภัย” ที่เหมือนบททดสอบสำคัญของสหภาพยุโรปว่าจะแก้ไขได้อย่างไร

ล่าสุดที่เราได้เห็นในภาพข่าว เป็นภาพผู้ลี้ภัยจำนวนมาก รวมทั้งเด็กและผู้หญิงที่ต้องหนีสงคราม และความแร้นแค้น พยายามข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อไปหาชีวิตใหม่ในฐานะผู้ลี้ภัยในยุโรป

ตั้งแต่ต้นปี 2558 (ม.ค.-ส.ค.2558) จำนวนผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้ามาในยุโรปเป็นจำนวนมาก โดยตัวเลขผู้อพยพที่ทางการตรวจสอบได้ที่ด่านชายแดนของสหภาพยุโรป มีมากถึง 350,000 คน ตามข้อมูลจากองค์กร International Organization for Migration (IOM) ซึ่งยังไม่รวมจำนวนผู้อพยพ และลี้ภัยเข้ามาแล้วแต่ยังตรวจสอบไม่ได้อีกจำนวนมาก

ส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ที่หลั่งไหลเข้ามา เนื่องจากการหนีสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย และความยากจนและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอาฟกานิสถาน และ Eritrea ในแอฟริกา

โดยเฉพาะสงครามซีเรีย ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยกว่า 4 ล้านคน ที่พยายามหนีสงครามออกนอกประเทศ ตามข้อมูลของ UN ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียประมาณ 1.8 ล้านคน หนีไปตุรกีกว่า 600,000 คน หนีไปจอร์แดน และอีก 1 ล้านคน ไปเลบานอน และที่พยายามเดินทางเข้าไปในยุโรปอีกจำนวนเป็นแสน

ผู้ลี้ภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีเข้าไปยังภูมิภาคยุโรปผ่านทางเรือ ที่เรียกกันว่า boat people ตามที่ได้เห็นข่าวว่าตั้งแต่ต้นปี 2558 มีผู้อพยพจำนวนมากกว่า 2,600 คน ได้เสียชีวิตจากการที่เรือผู้อพยพล่มในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในขณะที่พยายามข้ามฝั่งจากแอฟริกา เพื่อเข้าไปยังประเทศอิตาลี หรือกรีซ เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดมาก

นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มผู้อพยพที่พยายามเข้าไปยังยุโรปผ่านเส้นทางบก ผ่านภูมิภาคบาลย่านตะวันตก เพื่อเข้าไปยังเยอรมนี และประเทศยุโรปเหนืออื่นๆ ที่มีนโยบายช่วยเหลือผู้อพยพ ล่าสุด ตามเขตพรมแดนของประเทศยุโรป อาทิ ฮังการี ที่ได้มีการทำรั้วสูงกั้น 4 เมตร ยาวกว่า 100 ไมล์ ตามเขตพรมแดนกับซีเรีย เพื่อกันผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหลเข้ามาทุกวัน และเกิดความวุ่นวายที่สถานีรถไฟ Budapest เมืองหลวงของฮังการี ที่มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องการขึ้นรถไฟไปเยอรมนี

นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าผู้อพยพและลี้ภัยที่รอดชีวิตมาได้ มักได้รับการทำทารุณกรรมโดยกลุ่มผู้ค้ามนุษย์อย่างโหดร้าย ในขณะที่ต้องจ่ายค่าหัวจำนวนหลายพันดอลลาร์ให้แก่กลุ่มผู้ค้ามนุษย์

เป็นเรื่องยากที่สหภาพยุโรปที่มีประเทศสมาชิก 28 ประเทศ จะมีนโยบายร่วมด้านผู้ลี้ภัย เนื่องจากแต่ละประเทศมีนโยบาย กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศ และการดูแลจัดการกับผู้ลี้ภัยที่แตกต่างกัน ทำให้การตกลงกำหนดโควตาว่า ให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปต้องรับจำนวนผู้ลี้ภัยที่เข้ามาในยุโรปแล้ว ไปช่วยกันดูแลจึงเป็นเรื่องแสนยาก

สหภาพยุโรป โดยคณะกรรมาธิการยุโรปพยายามกำหนดโควตาให้ประเทศสมาชิกช่วยกันรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียและแอฟริกาไปช่วยกันดูแล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ผู้นำยุโรปตกลงกันได้เพียงว่าจะช่วยกันรับผู้ลี้ภัย “ตามความสมัครใจ” ประเทศยุโรปที่รับผู้ลี้ภัยมากที่สุด (เทียบกับจำนวนประชากร) ได้แก่ สวีเดน ส่วน ฮังการี มอลคา สวิตเซอร์แลนด์ ก็รับผู้ลี้ภัยเป็นจำนวนมาก

ในปี 2558 นี้ คาดว่าเยอรมนีจะรับผู้ลี้ภัยมากถึง 800,000 คน แต่หลายประเทศก็ยังมีนโยบายลังเลและยังไม่สมัครใจที่จะรับผู้ลี้ภัยดังกล่าว อาทิ สหราชอาณาจักร และประเทศยุโรปตะวันออกหลายประเทศ

ตามกฎหมายสหภาพยุโรป ผู้ลี้ภัยมีสิทธิที่จะได้รับอาหาร การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน (first aid) และการดูแลให้ที่พักที่ศูนย์พักพิง นอกจากนั้น ยังมีสิทธิที่จะทำงานได้หลังจากเดินทางมาถึง 9 เดือน สถิติของสหภาพยุโรป ชี้ว่าร้อยละ 45 ของผู้ลี้ภัยที่เดินทางเข้ามาในสหภาพยุโรปได้รับสิทธิการเป็นผู้ลี้ภัย ได้รับการปกป้อง หรือได้รับการอนุญาตให้พำนักอยู่ในสหภาพยุโรปได้ เมื่อปี 2557 มีผู้ลี้ภัยหลายแสนคนที่ได้รับสถานะดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงวิกฤติผู้ลี้ภัยที่มีจำนวนผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้ามาเป็นแสนคนในยุโรป ทำให้การปรับใช้กฎหมายและหลักการนี้ยังดูเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก

ฝ่ายการเมืองยุโรปถูกกดดันจากลุ่ม NGOs อย่างมาก เกี่ยวกับการรับดูแลผู้ลี้ภัยตามหลักสิทธิมนุษยชน

วันนี้ ในเวลาวิกฤติแบบนี้ คงถึงเวลาที่สหภาพยุโรปจะพิสูจน์ให้นานาชาติเห็นบทบาทนำของยุโรปในการปกป้องสิทธิมนุษยชน

ดร. อาจารี ถาวรมาศ เป็นผู้บริหารบริษัท Access-Europe บริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และนโยบายเกี่ยวกับสหภาพยุโรปสำหรับภาครัฐและเอกชนไทยที่สนใจเปิดตลาดยุโรป www.access-europe.eu หรือติดตามได้ที่ www.facebook.com/AccessEuropeCoLtd