วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ภาวะท้าทาย

หลังจากเกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ทำให้รัฐต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว

 โดยเฉพาะตลาดจีน โดยรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมใช้โอกาสที่จะเดินทางร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ไปร่วมโรดโชว์ในเมืองเฉินตู เพื่อขอเข้าพบประธานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่สุดและเป็นศูนย์กลางดูแลการท่องเที่ยวของจีนทั้งหมด เพื่อยืนยันมาตรการรักษาความปลอดภัยและดูแลนักท่องเที่ยวจีนในไทย

ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้วางมาตรการสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ 3 ระดับ เริ่มต้นด้วยการนำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับถ่ายทอดภาพเหตุการณ์จริงในเชิงบวกที่ยังสะท้อนให้เห็นมุมมองของไทยที่ดี ระดับต่อมาหลังจากมั่นใจว่าเหตุการณ์สงบก็จะเปิดแคมเปญใหญ่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับเข้ามา จากนั้นคือการสร้างความเชื่อมั่นระดับรัฐต่อรัฐ โดยเฉพาะในตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายสำคัญ

ในส่วนของภาครัฐเองก็กำลังมีการปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ ในท่ามกลางการท้าทายหลายอย่าง รวมถึงในบริบทของโลกที่หลายประเทศต่างเผชิญโจทย์ที่ยากไม่แพ้กันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐที่รายละเอียดจากการประชุมเมื่อปลายเดือนที่แล้วของผู้กำหนดนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด สะท้อนว่าผู้กำหนดนโยบายมีความเห็นที่แตกต่างกัน ว่าเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งพอรองรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่

ผู้กำหนดนโยบายเฟดมองว่าสภาพต่างๆ เข้าใกล้ระดับที่เปิดโอกาสให้มีการขึ้นดอกเบี้ย แต่มีหลักฐานว่าเวลายังไม่สุกงอม พิจารณาจากเงินเฟ้อในระดับต่ำ การฟื้นตัวที่ล่าช้าในตลาดแรงงาน การเพิ่มขึ้นของเงินเดือนที่ยังต่ำ และความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน โดยในประเด็นของจีนนั้น ที่ประชุมมองว่าแม้การดำดิ่งของตลาดหุ้นจีน ดูเหมือนมีผลพวงจำกัดต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน แต่ผู้กำหนดนโยบายหลายคนชี้ว่าการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจีน อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับแนวโน้มการเติบโตสหรัฐ

หันมามองในส่วนของจีนเอง กำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และได้เคลื่อนไหวเพื่อประคองเศรษฐกิจเป็นระยะๆ มาตลอด ล่าสุดได้อัดฉีดเงินเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์จากทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศ เข้าสู่ธนาคาร 2 แห่งซึ่งปล่อยกู้ตามคำสั่งของรัฐบาล เพื่อเพิ่มฐานเงินทุนและสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจจริง อย่างการส่งออกและการก่อสร้างโครงสร้างพื้่นฐาน

ส่วนเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกอย่างญี่ปุ่นก็กำลังต่อสู้กับเงินฝืดด้วยมาตรการ “ผ่อนคลายเชิงปริมาณและคุณภาพ” ในรูปของการเข้าซื้อพันธบัตรจำนวนมหาศาล แต่เศรษฐกิจช่วงไตรมาส 2 ของประเทศนี้ ติดลบ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ผลจากการส่งออกซบเซาและผู้บริโภคลดการใช้จ่าย อันเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังชะงักงัน และเพิ่มแรงกดดันให้ผู้กำหนดนโยบาย ดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการเงินหรือการคลังเพิ่มเติม

การขับเคลื่อนประเทศไทย ในท่ามกลางภาวการณ์ที่มีการท้าทายอยู่รอบด้าน จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อประคองและนำพาประเทศให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการท้าทาย และสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง พร้อมไปกับการเติบโตที่ยั่งยืน และความสามัคคี สงบสุขของผู้คนในชาติ