วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเด็นสำหรับค่าเงินยูโร : วิกฤติหนี้สินของกรีซที่ยังค้างคา

ทีมงาน ThaiEurope.Net เคยรายงานประเด็นต่างๆ ทางการเมือง และเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง

สำหรับการติดตามความเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโรผ่าน EU Watch แล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 (www.bangkokbiznews.com/blog/detail/633262) ซึ่งได้รายงานสรุปสถานการณ์ทางการเมืองของกรีซ และมาตรการทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

สถานะในขณะนี้คือ การเจรจาให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซภายใต้โครงการ European Stability Mechanism (ESM) ยังคงยืดเยื้อ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินยูโร รวมไปถึงความมีเสถียรภาพโดยรวมของเขตสกุลเงินยูโร (ยูโรโซน) ต่อไป ในขณะเดียวกัน มาตรการของ ECB ที่ทีมงานได้รายงานไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้แก่ มาตรการแก้ไขวิกฤติความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของยูโรโซนด้วยโครงการ Outright Monetary Transaction (OMT) ซึ่งมีความท้าทายในแง่กฎหมาย และมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณทางการเงิน (Quantitative Easing-QE) โดยผ่านโครงการ Public Sector Purchase Programme (PSPP) ซึ่ง ECB ประกาศออกมาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 มีความคืบหน้าและการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทีมงาน ThaiEurope.Net จึงขอรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุด ดังนี้

การเจรจาเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือจากยูโรโซนแก่กรีซเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการ ESM

รัฐบาลกรีซได้ผ่านกฎหมายที่เป็นมาตรการเร่งด่วน ตามที่ที่ประชุมสุดยอดผู้นำเขตยูโรโซน (Euro Summit) และรัฐมนตรีคลังประเทศเขตยูโรโซน (Eurogroup) เมื่อวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2558 ได้กำหนดเป็นเงื่อนไขสำหรับกรอบความตกลง ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ ภายใต้โครงการ ESM (ดูรายละเอียดได้จาก www2.thaieurope.net/eurogroup-eurosummit-july-11-13-2015)

ขั้นตอนต่อไปคือ Board of Governors ของ ESM และประเทศสมาชิกยูโรโซน ต้องให้ความเห็นชอบกรอบการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว จากนั้นกรีซจะต้องเจรจารายละเอียดเงื่อนไขของโครงการ ก่อนที่จะสามารถสรุปเป็นบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding-MoU) ซึ่งประเทศสมาชิกยูโรโซนต้องให้ความเห็นชอบตามกระบวนการภายในของแต่ละประเทศอีกครั้ง ซึ่งอาจยืดเยื้อเป็นเวลานานกว่ากรีซจะได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว และกระบวนการทั้งหมดอาจได้รับผลกระทบ หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของกรีซภายในปีนี้ เช่น การประกาศยุบสภา   

นอกจากนี้ การที่กรอบความตกลงกำหนดให้กรีซต้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หลังจากโครงการให้ความช่วยเหลือจาก IMF ของกรีซในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2559 ส่งผลให้เกิดความไม่ชัดเจนถึงบทบาทในอนาคตของ IMF และอาจสร้างความยุ่งยากในการดำเนินการต่อไป เนื่องจาก IMF ได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือภายใต้โครงการ ESM หากไม่มีการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของกรีซ ที่อาจต้องรวมไปถึงการให้ haircut แก่กรีซ ซึ่งมีข้อจำกัดภายใต้กฎหมายของสหภาพยุโรป     

ข้อจำกัดของโครงการ OMT ในการรับประกันเสถียรภาพของยูโรโซน

โครงการ OMT ของ ECB เป็นการแทรกแซงเพื่อแก้ไขวิกฤติความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของยูโรโซน โดยให้คำมั่นว่า ECB จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากตลาดซื้อ-ขายของภาคเอกชน (secondary market) อย่างไม่จำกัด เพื่อควบคุมต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลประเทศสมาชิกเขตยูโรโซน ที่ตลาดคาดการณ์ว่าอาจจะต้องออกจากยูโรโซน โครงการ OMT ถูกท้าทายทางกฎหมายว่าสอดคล้องกับภารกิจของ ECB หรือไม่ แต่เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (Court of Justice of the European Union) ได้ประกาศคำตัดสินที่เป็นไปตามแนวทางของอัยการ (Advocate General) ของศาลแล้วว่า โครงการ OMT ของ ECB เป็นการกระทำภายใต้ขอบเขตและหน้าที่ของ ECB

แต่กรณีของกรีซซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเขตยูโรโซนอย่างมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า โครงการ OMT ไม่สามารถเป็นหลักประกันเสถียรภาพของยูโรโซนได้ หากประเทศที่อาจจะต้องออกจากยูโรโซน กำหนดนโยบายที่ส่งผลให้ไม่สามารถมีสิทธิรับการสนับสนุนจากโครงการ OMT เนื่องจากเงื่อนไขของโครงการ OMT กำหนดให้ประเทศที่ ECB สามารถเข้าแทรกแซง เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ต้องอยู่ภายใต้การให้ความช่วยเหลือของ ESM ซึ่งกรีซไม่ได้อยู่ในโครงการให้ความช่วยเหลือ ESM ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2558 เป็นต้นมา และการเจรจาขอความช่วยเหลือจาก ESM ซึ่งยังยืดเยื้ออยู่ดังกล่าวข้างต้น

ต้นทุนการกู้ยืมของกรีซปัจจุบัน อาทิ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ยังคงสูงกว่าร้อยละ 11 อาจจะได้รับอานิสงส์จากความเป็นไปได้ที่ OMT จะถูกนำมาใช้กับกรีซ หลังจากการเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือกรีซผ่าน ESM ในหลักการ แต่ท้ายที่สุดแล้ว หากการเมืองภายในของกรีซส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซอีกครั้ง ผลทางจิตวิทยาในการรักษาเสถียรภาพของยูโรโซนจากโครงการ OMT ก็จะไร้ประสิทธิภาพไปโดยปริยายอีกครั้งเช่นกัน         

กรีซยังไม่มีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากมาตรการ QE  

เช่นเดียวกับเงื่อนไขของโครงการ OMT เนื่องจากโครงการให้ความช่วยเหลือกรีซด้วยกลไก ESM ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 และพันธบัตรรัฐบาลของกรีซมีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ECB กำหนดไว้ที่ Credit Quality Step 3 (เทียบเท่า Investment Grade ที่ BBB-/Baa3/BBBI) กรีซจึงไม่สามารถได้รับประโยชน์จากมาตรการ QE ของ ECB ได้ และแม้แต่เมื่อกรีซจะกลับมาอยู่ภายใต้การให้ความช่วยเหลือจาก ESM อีกครั้งในอนาคต กรีซก็จำเป็นที่จะต้องผ่านการประเมินผลด้านความคืบหน้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจโดย ECB ก่อน

เมื่อกรีซอยู่ภายใต้โครงการ ESM ครั้งที่แล้ว กรีซไม่ผ่านการประเมินผลของ ECB เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 และไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ PSPP ที่ ECB ได้ดำเนินการเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ QE มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 ได้ ในกรณีที่กรีซผ่านการประเมินผลโดย ECB ระหว่างการเข้ารับความช่วยเหลือจาก ESM ครั้งนี้ กรีซก็ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ PSPP ได้ทันที เนื่องจากกฎระเบียบของ ECB กำหนดว่า กรีซจะสามารถเข้าร่วม PSPP ได้ 2 เดือน หลังจากที่ Board of Governors ของ ESM อนุมัติการเบิกจ่ายเงินกู้งวดแรกหลังจาก MoU สำหรับกรีซมีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น

มาตรการ OMT และ QE ของ ECB เป็นมาตรการที่น่าจะสามารถช่วยเหลือกรีซ และรักษาเสถียรภาพของยูโรโซนได้ในหลักการ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดอยู่ แม้แต่การใช้มาตรการ QE ของ ECB ที่ได้แทรกแซงตลาดเงินด้วยการอัดฉีดเงินจำนวนเงิน 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 โดยตั้งเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ร้อยละ 2 เมื่อสิ้นสุดโครงการในเดือนกันยายน 2559 อย่างไรก็ตาม  ECB ประมาณการว่า อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 1.3 ในปี 2559 และร้อยละ 1.6 ในปี 2560 เท่านั้น ในขณะที่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนจาก Eurostat เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ปรากฏว่าอัตราเงินเฟ้อกลับลดลงจากร้อยละ 0.3 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 เหลือร้อยละ 0.2 ในเดือนมิถุนายน 2558      เนื่องจากประเด็นหนี้สินของกรีซ และการดำเนินมาตรการทางการเงินของ ECB ต่างสามารถส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของยูโรโซนและค่าเงินยูโร คงต้องจับตามองต่อไปว่า มาตรการของ ECB จะมีประสิทธิภาพอย่างไรต่อไป ในขณะที่หนี้สินของกรีซจะยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง

ท่านผู้อ่านสามารถอ่านเข้าไปดูรายละเอียดการดำเนินโครงการ PSPP ของ ECB ได้ที่ www.ecb.europa.eu/mopo/implement/omt/html/index.en.html และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปได้ทาง www.thaieurope.net หรือติดตามรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจาก Twitter “@thaieurope-news” และ Facebook “thaieurope.net”