ปฏิเสธไม่ได้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นร้อนที่หลายท่านให้ความสนใจ คือกรณีคุณแตงโมและคุณโตโน่
แม้ว่าสื่อและสังคมรอบข้างจะแสดงความคิดเห็นกันไปอย่างไรแต่เรื่องราวที่ผ่านมามีเพียงเขาสองคนที่รู้ดีที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ทั้งสองคนจะเข้าใจตรงกันหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เรื่องความรักและสัมพันธภาพ เป็นเรื่องที่มนุษย์แทบทุกวัฒนธรรมให้ความสำคัญ สังเกตได้จากบทเพลงและวรรณกรรมของศิลปินในทุกยุคทุกสมัย ผู้เขียนเองก็มีผู้มาขอการปรึกษาเรื่องความรักอยู่ไม่น้อย จากคนทุกเพศทุกวัย หลายคนมองว่าเพศหญิงมักให้ความสำคัญกับความรักมากกว่าเพศชาย และเมื่อมีปัญหาจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและการงานได้มากกว่าเพศชาย แต่จากประสบการณ์การบำบัดของผู้เขียนแล้วพบว่า
ทั้งหญิงและชายมีโอกาสเสียใจและชีวิตสั่นสะเทือนได้ไม่ต่างกัน
คนที่มีสุขภาพจิตใจดี เข้มแข็งทางใจ มีโอกาสเสียใจ และผิดหวังกับความรักได้อย่างมากมายเฉกเช่นเดียวกับคนอื่น หากได้ตกหลุมรักแล้วละก็ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะทำใจยอมรับกับความสูญเสีย
ชายวัยทำงานคนหนึ่งคบหาดูใจกับแฟนสาวมาเป็นเวลา 5 ปี ชายคนนี้เป็นคนอารมณ์ดี ใจดี ยิ้มง่าย ชอบเข้าสังคมและสังสรรค์กับเพื่อนมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น พื้นฐานครอบครัวอบอุ่น พี่น้องรักใคร่ ทั้งสองคนได้รับการต้อนรับอย่างจริงใจจากครอบครัวของอีกฝ่าย แน่นอนว่าฝ่ายชายรักแฟนสาวของตนมาก และมองอนาคตของชีวิตที่เหลือของเขากับผู้หญิงคนนี้
วันหนึ่ง ฝ่ายหญิงมาบอกว่า จะไปทำงานในต่างประเทศ และไม่รู้ว่าจะไปนานแค่ไหน บอกฝ่ายชายว่าไม่ต้องรอ
เมื่อได้รับข่าวอย่างกะทันหัน ไม่ทันตั้งตัว ฝ่ายชายไม่เคยสังเกตเห็นสัญญาณของการเลิกรามาก่อน จึงเสียใจอย่างมาก รู้สึกว่าความมั่นคงของชีวิตทั้งชีวิตได้หายไปในพริบตา มองไม่เห็นอนาคตที่มีความสุขอีกต่อไป ครอบครัวและคนรอบข้างก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายคนนี้รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ไม่มีเรี่ยวแรง ทำงานแบบไม่มีสมาธิ ทำงานไม่ได้ ผลงานย่ำแย่ เพราะรู้สึกว่าภายในจิตใจมีแต่ความว่างเปล่า รู้สึกใจหายอยู่ตลอดเวลา ไม่อยากเจอเพื่อนฝูงหรือผู้คน จากที่เคยแต่งตัวดีก็กลายเป็นไม่สนใจตนเอง ไม่อยากอาหาร สับสนย้ำคิด ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกยอมรับไม่ได้ เกิดเป็นความเครียดและอารมณ์เศร้ากับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในครั้งนี้
สองสามเดือนผ่านไปที่ฝ่ายชายจมอยู่กับความเศร้า จนวันหนึ่งเขาได้นั่งทบทวนสัมพันธภาพที่ผ่านมาอีกครั้ง และชายคนนี้ก็เริ่มยอมรับว่าที่ผ่านมาฝ่ายหญิงก็รักตนเช่นกัน แต่มีสัญญาณให้เห็นว่าฝ่ายหญิงไม่ได้มีความสุขในความสัมพันธ์นี้ ทัศนคติหรือเป้าหมายชีวิตก็แตกต่างกัน และไม่ได้มองเห็นอนาคตร่วมกัน สุดท้ายฝ่ายชายเริ่มยอมรับได้ว่า
ความรักของตนไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
ชายคนนี้เริ่มกลับมาทำกิจกรรมกับเพื่อนฝูงและครอบครัวมากขึ้น ทำสิ่งต่างๆ ให้ตนเองมีความสุขมากขึ้น กลับมาอร่อยกับอาหารจานโปรด และรู้สึกว่าชีวิตของตนเองมีค่าอย่างที่เคยเป็นมาตลอด แต่แน่นอนว่า เขาคงไม่มีทางลืมแฟนสาวคนนี้ เพียงแต่จะไม่ได้นึกถึงตลอดเวลาอย่างเช่นเมื่อก่อน เท่านั้น
ความแตกต่างของคนสุขภาพจิตใจดีกับผู้มีจิตใจไม่มั่นคง อยู่ที่ความรุนแรงและระยะเวลาของการแสดงออกต่อความทุกข์ใจในความรัก การร้องไห้และพูดปรับทุกข์กับญาติหรือเพื่อนสนิทเป็นเรื่องที่ปกติและสมควรทำอย่างยิ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด ตรงกันข้าม หากเก็บกดความเจ็บปวดไว้เพียงลำพัง บาดแผลทางใจจะฝังรากลึกและเกิดเป็นความชอกช้ำทวีคูณมากกว่าที่ควรจะเป็น
องค์การอนามัยโลกและวงการจิตเวชสากล ให้เวลาคนเราปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต 2 – 3 เดือน แต่หากยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเช่นเดิมหรือคล้ายเดิมได้ พื้นฐานบุคลิกภาพเดิมหรือปัญหาทางจิตใจอาจเป็นอุปสรรค กรณีนี้อาจมีการช่วยเหลือด้านอื่นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการให้การปรึกษา จิตบำบัด หรือยาจิตเวชบำบัด
สำหรับบุคคลที่มีปัญหาทางอารมณ์หรือสุขภาพจิตอย่างมากอยู่เดิม เมื่อต้องมาเจอกับการสูญเสียใหญ่ แน่นอนว่า ยิ่งต้องการความช่วยเหลือมากกว่าปกติ โดยต้องเป็นการช่วยเหลือแบบพิเศษที่มีความสอดคล้องกับบุคลิกภาพและอาการเดิมของโรคนั้น
หากท่านอยู่ในฐานะของครอบครัว เพื่อน หรือผู้คนรอบข้าง สิ่งที่ทำได้คือการรับฟัง และให้กำลังใจ พยายามหลีกเลี่ยงการบอกผู้สูญเสียว่า “อย่าคิดมาก” หรือ “อย่าเศร้า” เพราะไม่มีใครในโลกที่จะไม่คิดมากหรือไม่เศร้ากับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ การรับฟังอย่างเข้าใจและชักชวนให้ทำกิจกรรมตามปกติร่วมกัน ก็เป็นการช่วยเหลือที่เยี่ยมยอดแล้ว
“หากได้ตกหลุมรักแล้ว มันไม่ง่ายเลย ที่จะยอมรับความสูญเสีย”








