วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซีย : เงินนี้ท่านได้แต่ใดมา?

นายกฯนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย จะรอดจากการสอบสวนข้อกล่าวหา เงินจากกองทุนรัฐบาลถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว

ของเขาถึง 700 ล้านดอลลาร์ (กว่า 23,000 ล้านบาท) ได้หรือไม่?

ดูจากข่าวคราวตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา การย้อนรอยเส้นทางการเงินดูเหมือนจะขยับใกล้ตัวของผู้นำมาเลเซียมากขึ้นทุกที

ข่าวบอกว่าบัญชีธนาคาร 6 บัญชี ที่ถูกอายัดต้นสัปดาห์นี้ อย่างน้อยหนึ่งในนั้นเป็นของนายกฯราซัคเอง

ไม่แต่เท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังยึดเอกสารที่โยงไปถึงอีก 17 บัญชี ในธนาคารต่าง ๆ ไปสืบสวนต่อเพราะสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับข้อหาคอร์รัปชันครั้งนี้ด้วย

นายกฯราซัคออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง บอกว่าศัตรูทางการเมืองของเขาเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ “เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง” เขาบอก

เงินที่ว่านี้มีแหล่งมาจาก “กองทุน 1MDB” หรือ 1 Malaysian Development Bhd ของรัฐบาลซึ่งดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นแหล่งทุนเพื่อพัฒนาประเทศ

นอกจากจะมีตัวเลขขาดทุนต่อเนื่องแล้ว ก็ยังเป็นหนี้อยู่ไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 374,000 ล้านบาท เพราะกู้ธนาคารและออกพันธบัตรเงินกู้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะสามารถคืนหนี้สินเหล่านี้ได้อย่างไร

ที่ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาก็เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ คณะกรรมการสอบสวนพิเศษชุดนี้มีตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ธนาคารกลาง, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมาธิการรัฐสภาด้วย

จากการแกะรอยเบื้องต้นพบว่าเงิน 2 ก้อนใหญ่ถูกโอนเข้าบัญชีของนายกฯราซัค ก้อนแรก 620 ล้านดอลลาร์ ก้อนที่สอง 61 ล้านดอลลาร์

จังหวะเวลาของการโอนเงินอยู่ในช่วงเดือนมี.ค. 2556 ซึ่งตรงกับระยะเวลาการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด

คณะผู้สอบสวนพบว่าเงินสองก้อนนี้ถูกโอนจากบริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน ผ่านธนาคารสวิสที่ถือหุ้นโดยกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติของอาบูดาบี

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal เปิดโปงเรื่องนี้ด้วยรายละเอียดที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนมาเลเซียไม่น้อย เพราะสื่อกระแสหลักของประเทศนี้ถูกรัฐบาลควบคุมอย่างเข้มข้นมาตลอด

ยิ่งอดีตนายกฯมหาธีร์ โมหะหมัด คนดังเป็นคนเขี่ยประเด็นนี้ในการให้สัมภาษณ์หลายครั้ง และประกาศให้นายราซัคลาออกจากตำแหน่ง ก็ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ เหล่านี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

หากหลักฐานที่พบสามารถพิสูจน์ถึงความเชื่อมโยงระหว่างกองทุน 1MDB กับนายกฯมาเลเซียโดยตรงความฉาวโฉ่จะกว้างไกล เพราะจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองมาเลเซีย ที่นายกรัฐมนตรีถูกสอบสวนเรื่องคอร์รัปชันในระดับสากลทีเดียว

กองทุน 1MDB นี้มีนายกฯราซัคเป็นประธานด้วย และตอนที่ตั้งขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อนนั้น นายราซัคก็คุยไว้มากมาย เช่นว่า กองทุนนี้จะผลักดันให้สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ และจะทำให้กรุงกัวลาลัมเปอร์เป็น “ศูนย์กลางการเงินของโลก”

แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่มีผลงานอะไรที่เป็นน้ำเป็นเนื้อ นอกจากไปซื้อโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ อีกทั้งไปลงทุนในโครงการพลังงานหลายแห่ง ผลประกอบการย่ำแย่ เป็นหนี้เป็นสินรุงรัง

และหากคณะกรรมการสอบสวนพบว่าเงินจากกองทุนนี้ ไหลออกไปสู่โครงการไฟฟ้าต่างประเทศ แล้วถูกโอนกลับเข้ามาทางใดทางหนึ่ง เพื่อช่วยในการหาเสียงและสร้างคะแนนนิยมให้กับเขา รับรองว่าดูไม่จืดแน่นอน

รองนายกฯมูห์ยิน ยาสซิน จากพรรคอัมโนเดียวกัน แทนที่จะออกมาปกป้องนายราซัค กลับบอกว่าข้อกล่าวหานี้ร้ายแรง กระทบต่อความน่าเชื่อถือของนายกฯ จึงขอให้คณะกรรมการสอบสวนเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ว่าจะไปทางใดทางหนึ่งโดยเร็ว

ฝ่ายค้านใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้นายราซัคลาออก เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนเป็นไปอย่างอิสระ และปราศจากแรงกดดัน

ในวัย 61 และดำรงตำแหน่งนายกฯมา 6 ปี วันนี้เป็นวิกฤติร้ายแรงที่สุดในชีวิตการเมืองของนาจิบ ราซัคอย่างไม่ต้องสงสัย