สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบกับหลายๆธุรกิจ หลายอุตสาหกรรม ขณะที่ภาคการส่งออกก็ไม่ดีนัก
การส่งออกเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าเศรษฐกิจไทยนั้นพึ่งพาการส่งออกมาก ดังนั้นเมื่อการส่งออกหลายธุรกิจชะลอตัวหรือว่าติดลบ จึงทำให้เกิดความกังวลว่าจะมาซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ไทยนั้นมีสินค้าส่งออกหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีมูลค่าอยู่ในอันดับต้นๆ มาโดยตลอด และช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา สร้างรายได้แล้วกว่า 3.54 แสนล้านบาท
ที่น่าสนใจก็คือ เป็นมูลค่าที่ขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 3.24%
แต่ว่าสำหรับตลาดในประเทศนั้น ช่วงเวลาเดียวกัน การขายรถยนต์ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเลขติดลบค่อนข้างสูงคือ 15.9% ซึ่งแน่นอนว่าสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดความห่วงใยตามมาถึงภาพรวมของอุตสาหรรม เรื่องของการผลิต เรื่องของการจ้างแรงงาน และทำให้เกิดสิ่งที่เป็นสมัยนิยมในโลกยุคปัจจุบัน คือ ข่าวลือ เช่น ข่าวลือเรื่องการลดคน ลดพนักงาน
คนในวงการต่างออกมายืนยันว่า ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะยอมรับว่าสถานการณ์ตลาดยังไม่ดี และไม่รู้ว่าจะดีขึ้นเมื่อไร แต่ว่าในเรื่องของการผลิต จะไม่เลวร้ายไปจากปีที่ผ่านมา และล่าสุด จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาบอกว่าการผลิตรถยนต์ปีนี้จะทำได้ 2 ล้านคัน มากกว่าปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 1.9 ล้านคัน
แน่นอนว่าตลาดในประเทศหดตัว แต่การผลิตเพิ่มขึ้น ก็ต้องมาจากการส่งออก ที่ตอนนี้กลุ่มผู้ผลิตประเมินแล้วว่าส่งออกจะเพิ่มขึ้นจาก 1.1 ล้านคันในปีที่แล้วเป็น 1.2 ล้านคันในปีนี้
การส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการขยายตัวของตลาดเป้าหมายนั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของค่ายรถเองที่ต้องการชดเชยตลาดในประเทศ จึงเบนเข็มไปทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยมีบริษัทแม่ในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่คือ ค่ายรถญี่ปุ่น คอยช่วยเกลี่ยตลาดให้ เพื่อรักษาสถานะการผลิต และการเป็นฐานการผลิตนอกประเทศที่สำคัญแห่งนี้เอาไว้
อุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นอุตสาหกรรมใหญ่ มีมูลค่าสูง และสามารถที่จะเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ หลายๆ วิกฤติที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง น้ำท่วมใหญ่ ที่ฉุดอุตสาหกรรมลงไปอย่างรุนแรง ท้ายที่สุดก็กลับมาได้ทุกครั้ง
ที่หยิบยกขึ้นมา เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้มีความแข็งแกร่ง และปรับตัวได้เร็ว ซึ่งทำให้หลายๆ ครั้งเมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างในเชิงนโยบาย คนในอุตสาหกรรมมักจะออกมาพูดในแนวทางเดียวกันว่า อะไรก็ได้ แต่ขอให้เป็นนโยบายที่นิ่ง และระยะยาว ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปๆมาๆรวดเร็ว ใครมาเป็นรัฐมนตรีใหม่ก็เปลี่ยนใหม่ อย่างนั้นไม่เอา
ตัวอย่างสักหน่อยไหม เอาที่ใกล้ๆ และยังเห็นผลอยู่ในทุกวันนี้ คือ โครงการรถคันแรก ซึ่งเมื่อเริ่มโครงการ คนในอุตสาหกรรมบอกว่าไม่อยากได้โครงการนี้ เพราะจะทำให้ตลาดบิดเบี้ยวและเกิดผลเสียในระยะยาว แต่คนในรัฐบาลยุคนั้นไม่สนใจ ยืนยันที่จะผลักดันให้เกิดให้ได้ บอกตามตรงผมเองก็งงเหมือนกัน เพราะช่วงนั้นตลาดรถยนต์ไม่ได้เลวร้าย แต่กำลังเติบโตด้วยตัวเอง แต่รัฐก็พยายามที่จะส่งเสริมการขายเข้าไปอีก
เรียกว่าเด็กสมบูรณ์แข็งแรงอยู่แล้ว แต่พ่อแม่ก็ยังเลือกที่จะอัดขนมเข้าไปให้ จนทำให้เด็กแข็งแรงกลายเป็นเด็กอ้วน และสุดท้ายโรคภัยต่างๆ ก็ตามมา ถึงวันนี้ ยาปัจจุบัน ยาหม้อ ก็ยังรักษาไม่ได้
ตลาดรถยนต์ในประเทศจึงคงติดลบรุนแรงดังที่เห็น และต้องพึ่งพายานอก คือการส่งออกนี่แล









