เหลือเวลาอีกไม่ถึง 48 ชม.เราก็อาจจะพอทราบว่าสถานการณ์ในกรีซจะเดินไปอย่างไรต่อ หลังจากการประกาศผลลงประชามติของประชาชนชาวกรีซในวันที่ 5 ก.ค.
ว่าจะยอมรับเงื่อนไขมาตรการรัดเข็มขัดเจ้าหนี้หรือ Troika อันประกอบด้วยคณะกรรมการยุโรป ธนาคารกลางยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟหรือไม่
สำหรับเหตุการณ์ต่อไป หลังผลการลงประชามติเป็นที่แน่ชัดในวันอาทิตย์นี้ ได้แสดงไว้ดังตาราง แต่ก่อนที่จะลงรายละเอียดในจุดนี้ จะขอเล่าถึงสถานการณ์ ณ นาทีนี้ ว่าแต่ละฝ่ายกำลังคิดเช่นไร
ขอเริ่มจาก รัฐบาลของพรรค Syriza ภายใต้การนำของนายอเล็กซิส ซีปราส ที่ผมขอพูดแบบภาษาชาวบ้านว่าใช้วิชาหมัดเมาในช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว เดินออกจากโต๊ะเจรจากับทางยูโร ประกาศการทำประชามติในวันอาทิตย์นี้ และชักดาบไอเอ็มเอฟในงวดวันที่ 30 มิถุนายนเสียดื้อๆ ทั้งที่ผลการทำประชามติของชาวกรีซ ซึ่งทีแรกกุนซือของนายซีปราสคงจะประเมินว่าน่าจะออกมาแบบ Vote No แน่ๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างความชอบธรรมกับรัฐบาลของตนเองในการเจรจากับทางเจ้าหนี้ในรอบต่อไป แต่มาถึงตรงนี้ จากการหยั่งเสียงแบบไม่เป็นทางการ ผลลัพธ์ที่ออกมาแบบคร่าวๆกลับตรงกันข้าม โอกาสที่จะเป็นแบบ Vote Yes มีอยู่ไม่น้อย ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ รัฐบาลของนายซีปราสก็แทบจะไม่มีความชอบธรรมในการเจรจาต่อ เป็นได้เต็มที่ก็เพียงรัฐบาลรักษาการในสายตาชาวโลกเพียงเท่านั้น
จึงไม่น่าแปลกใจที่นายซีปราสต้องออกมาปราศรัยหน้าทีวีของกรีซทุกคืน เพื่อเรียกร้องให้ชาวกรีซโหวต No แถมยังกล่าวดื้อๆว่าหากผลออกมาแบบโหวต Yes ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลของเขาจะต้องลาออกเพียงแต่เป็นการแสดงว่ากรีซยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดเพียงเท่านั้น ซึ่งต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้
นอกจากนี้ ปัจจัยที่สำคัญซึ่งตอนแรก นายซีปราสน่าจะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบธนาคารของกรีซ นั่นคือ การเพิ่มค่า Haircut ของหลักประกันของสินทรัพย์กรีซที่วางไว้กับธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบีเพื่อค้ำประกันเงินกู้และพันธบัตร ที่ทางอีซีบีสามารถเพิ่มได้ทุกเมื่อจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และพันธบัตรของกรีซเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเหตุการณ์ไหลมาถึงตรงนี้ เศรษฐกิจกรีซคงไม่น่าจะไปต่อได้ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนๆด้วยประการทั้งปวง
ในมุมของเจ้าหนี้นั้น ทางยูโรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางเองเจลลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมัน ในตอนนี้ เพียงแต่รอให้นายซีปราสเดินมาติดกับดักผลประชามติที่สร้างขึ้นมาเองในวันอาทิตย์นี้ โดยเยอรมันและยูโรยืนยันว่าจะไม่เจรจาใดๆกับกรีซจนผลประชามติออกมา ซึ่งถึงตรงนี้ จากที่กรีซเดินเกมแบบแรงๆเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน กลับกลายเป็นผลักตนเองให้ติดหล่มที่วางไว้เสียเอง นอกจากนี้ หากกรีซยังมั่วนิ่มอีกรอบ คราวนี้ อีซีบีคงขึ้นค่า Haircut ของหลักประกันกรีซเป็นแน่ หลังจากไม่เพิ่มวงเงินช่วยหลือเร่งด่วนมาแล้วเมื่อวันอาทิตย์ก่อน ซึ่งถือเป็นการสวนหมัดที่กรีซเดินออกจากห้องประชุมแบบดื้อๆ
หากถามต่อไปว่า โอกาสของการ Vote Yes/No ของการลงประชามติของกรีซอีก 48 ชั่วโมงนี้ มีมากน้อยแค่ไหน ถึงตรงนี้ ก่อนการโหวต 2-3 วัน ผมยังมองว่าโอกาสที่ชาวกรีซจะโหวต Yes และยอมรับต่อมาตรการรัดเข็มขัดของเจ้าหนี้ยังมีอยู่สูงกว่าอยู่เล็กน้อย เนื่องจากภาพของการเข้าแถวรอคิวหน้าธนาคารของกรีซของผู้เกษียณที่มารอรับเงินบำนาญทุกวัน รวมถึงการประท้วงของชาวกรีซเป็นหลุ่มๆในหลายจุดในเมืองใหญ่ๆของกรีซเพื่อเรียกร้องให้โหวต Yes คงตรึงใจชาวกรีซจะเข้าไปในคูหา นั่นหมายถึงประชาชนชาวกรีซยังประเมินว่าเศรษฐกิจกรีซ ณ ตอนนี้ ยังบอบบางเกินไปที่จะขาดการสนับสนุนทางการเงินจากตัวเจ้าหนี้หรือ Troika และที่สำคัญ การเปลี่ยนผ่านของสกุลเงินจากยูโรมาเป็นสกุลใหม่จากการออกจากยูโรหรือ Grexit หากกรีซโหวต No นั้น เป็นต้นทุนที่ชาวกรีซอาจมองว่าเสี่ยงเกินกว่าที่จะให้เกิดขึ้นได้ ณ เวลานี้ หากจะพูดง่ายๆก็คือ ‘ยอมกินน้อยลง ดีกว่าไม่มีอะไรจะกิน’
ความเสี่ยงของกรีซ ณ นาทีนี้ ก็คือ การที่รัฐบาลกรีซอาจจะล้มผลการลงประชามติ โดยอ้างว่าไม่ถูกกฎหมายหากผลโหวตออกมาอย่างที่ตนเองไม่ต้องการ ถ้าเป็นเช่นนี้ ความวุ่นวายจากความไม่พอใจของมวลชนจะก่อตัวขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ นี้ถือว่าเป็นสิ่งที่อาจจะน่ากลัวกว่า Grexit เสียอีก
กรีซจะเดินไปอย่างไรต่อ หลังวันที่ 5 กรกฎาคม เท่านั้น ถึงอาจจะรู้กันครับ
หมายเหตุหนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน“เล่นหุ้นในไทยรวยไกลรอบโลก”เริ่มวางจำหน่ายทั่วประเทและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่www.facebook.com/MacroViewและLINE ID: MacroView ครับ








