วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องสร้างความเชื่อมั่น

กรณีเจ้าหน้าตำรวจและทหารทำการจับกุมนักศึกษา ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหาร

นัยหนึ่งคือเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตย ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ระดับความเคลื่อนไหวจะมีความแตกต่างกันขึ้นกับสถานการณ์แวดล้อม ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าระบอบประชาธิปไตย ได้ยั่งรากลึกในสังคมไทยและมีคนที่พร้อมจะออกมาต่อสู้เสมอ ไม่ว่าประชาธิปไตยที่ได้มาจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

ฝ่ายเจ้าหน้าที่ระบุว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษา มีผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาล เนื่องจากการรัฐประหารและการจัดการในเรื่องการบริหารราชการในช่วงที่ผ่านมา มีกลุ่มคนที่เสียประโยชน์จากการบริหารประเทศหลังการรัฐประหาร แต่การกล่าวโทษว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังจริงนั้นอาจทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ไปอีกด้าน และทำให้รัฐบาลและคสช.มองว่าการแสดงออกถึงความไม่พอใจทุกครั้งต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง

การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา เรามักจะมองหรือวิเคราะห์กันจนเป็นเรื่องปกติว่ามีผู้ที่อยู่เบื้องหลัง คอยสั่งการและวางแผนสั่งการ เพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะวิธีการมองปัญหาจากฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายที่มีอำนาจ ไม่ว่ารัฐบาลประชาธิปไตยหรือทหาร ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดสมรู้ร่วมคิด และในอดีตที่ผ่านมา การกล่าวหาว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว ทำให้มีการประเมินผิดพลาดและเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น จนกระทั่งสถานการณ์ลุกลามจนนำไปสู่ความสูญเสีย

อันที่จริง เบื้องหลังของเหตุการณ์ทางการเมืองในทุกครั้ง การคิดหรือวางแผนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังเท่านั้น ซึ่งอาจมีคนหนุนหลังหรือฉกฉวยโอกาสหาประโยชน์กับการเคลื่อนไหวทางสังคมของคนในประเทศ แต่เหตุการณ์ไม่อาจลุกลามไปไกลมาก หากไม่มีปัจจัยทางสังคมเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว อาทิ หากคนเห็นว่าการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล คนในสังคมก็ไม่ออกมาสนับสนุน แต่หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่สมควรออกมาแสดงพลัง คนในสังคมก็พร้อมจะรุกขึ้นมาและเสียสละแม้กระทั่งชีวิต

ดังนั้น การเข้าใจการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องแยกแยะให้ออกระหว่างการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ หากรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคงโยงว่ามีคนอยู่เบื้องหลังเสียทุกเรื่อง ก็อาจทำให้เราเข้าใจผิดพลาดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และนำมาซึ่งวิธีการที่ผิดพลาดได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หากมีการประเมินว่าเป็นกระแสการเรียกร้องของคนในสังคมที่ผ่านการต่อสู่เรียกร้องประชาธิปไตยมานาน ก็จำเป็นต้องนำกลับมาพิจารณา

ขณะนี้ถือว่าคสช.และรัฐบาลได้พยายามผลักดันตามโรดแมพที่วางไว้ เพื่อวางรากฐานประชาธิปไตยใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย แต่การบริหารประเทศกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา แม้จะมีทิศทางที่ชัดเจนว่าจะมุ่งไปยังจุดใด แต่ก็ถือว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก หากเราติดตามข้อเถียงในเรื่องของรัฐธรรมนูญหรือกติกาอื่นๆของประเทศ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมีคนไทยจำนวนไม่น้อยยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าประเทศจะเดินไปสู่จุดใด โดยเฉพาะประชาธิปไตยที่คสช.เห็นว่าจะมีกติกาเฉพาะของสังคมไทยเพื่อแก้ปัญหาการเมืองในอดีต

เราเห็นว่าในสถานการณ์เช่นนี้ คสช.และรัฐบาลมีแต่ต้องสร้างความชัดเจน และสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นเท่านั้น การยึดตัวบทกฎหมายหรือเอาผิดกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยเป็นสิ่งที่ไม่อาจแก้ปัญหาได้ หากทุกอย่างมีความชัดเจนและคนเกิดความมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นได้ เราเชื่อว่าคนในสังคมน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งขณะนี้คนไทยที่ผ่านความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงสิบปีที่ผ่านมาก็คงไม่มีใครอยากกลับไปสู่จุดนั้น แต่ก็ต้องการเห็นทิศทางที่เรากำลังจะก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน