วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บทเรียนกาสิโนเพื่อนบ้าน : ท้ายสุดอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย

ข้อเสนอเปิดกาสิโนหรือ “บ่อนเสรี” ในประเทศไทย คงจะเป็นประเด็นถกแถลงกันอย่างร้อนแรงต่อไป

 เหมือนกับที่เป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยที่ผ่านมาหลายสิบปี

คนที่เสนอว่าควรจะเอาเรื่องนี้ทำประชามติ เพื่อถามความเห็นประชาชนว่าควรจะเปิดกาสิโนหรือไม่ ควรจะต้องรับรู้ว่าหากถามคนไทยเพียงสั้น ๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็จะเกิดปัญหาว่า มีความเข้าใจในแง่บวกและลบมากน้อยเพียงใด

เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ยอมรับว่าเรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน ต้องมองให้รอบด้าน อีกทั้งยังมีประเด็นซ่อนเร้นทั้งด้านเศรษฐกิจ, การเมือง, วัฒนธรรมและความมั่นคงมากมาย

ดังนั้น หากจะทำประชามติก็จะต้องมีการเปิดกว้างให้มีการแสดงความเห็นในทุก ๆ ด้านให้ครบถ้วนเสียก่อน หาไม่แล้วก็จะเป็นการตั้งคำถามแค่ Yes หรือ No ที่ไม่อาจสะท้อนความต้องการของคนไทยจริง ๆ ก็ได้

แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการหาข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ของประเทศอื่น ๆ ที่เปิดกาสิโนมาแล้วไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา, ลาว, พม่า, ฟิลิบปินส์, มาเลเซียหรือสิงคโปร์ ตลอดไปถึงมาเก๊าและฮ่องกง

ฝ่ายสนับสนุนมีเหตุผลชัดแจ้งประการเดียว คือจะสร้างรายได้ให้กับประเทศหลายแสนล้านต่อปี ซึ่งเป็นหัวข้อที่ต้องวิเคราะห์ด้วยข้อมูลจริง ๆ ว่ารายได้จากบ่อนกาสิโนลงท้ายเข้ากระเป๋าของนักลงทุนแค่ไหน และเป็นรายได้ของรัฐมากน้อยเพียงใด

ฝ่ายต่อต้านชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการตั้งกาสิโนหลายด้าน ตัวอย่างของฟิลิบปินส์และลาวคือการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมในสังคม เพราะการพนันเป็นบ่อเกิดของการก่อเรื่องผิดกฎหมายมากมายหลายด้าน

  กาสิโนในลาวส่วนใหญ่อยู่ตรงชายแดนติดกับจีน และบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ คนลงทุนส่วนใหญ่เป็นคนจีนที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่และมาเก๊า ทำให้เกิดภาวะอิทธิพลต่างประเทศเข้ามาครอบงำวงการนี้ และเมื่อไม่สามารถควบคุมได้เต็มที่ก็เกิดปัญหาอาชญากรรม จนทางการลาวก็สั่งปิดไปบางแห่งก็มี

ประสบการณ์ของฟิลิบปินส์เรื่องบ่อนถูกกฎหมายก็มีปัญหาด้านอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังกลายเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมามากมาย

กาสิโนทั้งในกัมพูชา, ลาว, และพม่า เป็นจุดเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติดและการฟอกเงินผิดกฎหมาย รวมไปถึงเงินของข้าราชการและนักการเมืองที่โกงกินบ้านเมือง

ฝ่ายสนับสนุนในไทยยืนยันว่า หากจะเปิดกาสิโนในไทยก็จะเปิดให้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น จะไม่ให้เยาวชนไทยเข้าไปเล่น และหากเปิดทางให้คนไทยเข้าเล่นก็จะต้องมีกฎเกณฑ์เคร่งครัดเช่นต้องมีรายได้ในระดับสูง และต้องแสดงบัญชีเงินฝากธนาคารด้วย

บางคนเสนอว่าอย่าเรียกว่าบ่อนเสรีหรือกาสิโน ให้เรียกว่าเป็น “ศูนย์บันเทิง” หรือ Entertainment Complex ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวให้ครบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นโรงแรม หอประชุมนานาชาติและบริการอื่น ๆ ที่ประเทศไทยน่าจะมีมากกว่าประเทศอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป

การถกแถลงเรื่องกาสิโนไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด แต่การวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอประชาชนอย่างรอบด้านเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากถือเอาประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ก็จะต้องวิจัยและศึกษากันอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะมีการตัดสินใจ

  การยกตัวอย่างสิงคโปร์ว่าประสบความสำเร็จเรื่องกาสิโนก็ต้องฟังความให้รอบด้าน และสนับสนุนด้วยข้อมูลและการสอบถามอย่างละเอียดรอบด้านเสียก่อน

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างไทยกับสิงคโปร์คือ “ประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย” และนั่นอาจเป็นปัจจัยหลักของการตัดสินว่าหากไทยเปิดกาสิโน เราจะลงเอยเป็นอย่างประเทศไหนกันแน่

ไม่ว่าผู้สนับสนุนอ้างเหตุผลใดมาผลักดันให้มีกาสิโนอย่างเปิดเผย คนไทยทั่วไปก็จะต้องถามว่า หากเรามีกฎหมายว่าด้วยบ่อนเสรี ที่ป้องกันไม่ให้ถูกใช้ไปในทางเสียหายต่อประเทศชาติ, ใครจะรับรองว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะสามารถบังคับใช้กฎหมายได้?

  เพราะปัญหาใหญ่ ๆ ที่ประเทศชาติกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายหรือ?