วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ใช้เงินต้องรอบคอบ

ภายในเดือนนี้มีรายงานข่าวรัฐบาลได้กู้ยืมเงิน จากแหล่งเงินที่ทราบกันดี ว่ามีเงินกองอยู่จำนวนมาก เริ่มจากเงินประกันสังคม

ที่ปีนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีงบประมาณการลงทุนสูงที่สุดจำนวน 4 แสนล้านบาท คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ปล่อยเงินประกันสังคม 2 แสนล้านบาทให้รัฐบาลกู้ เพื่อใช้เรื่องการลงทุนที่เป็นยุทธศาสตร์การลงทุนภาครัฐต่างๆ เช่น การก่อสร้างระบบรถไฟ ระบบบริหารน้ำ โดยมีข้อแม้ว่ารัฐจะต้องออกพันธบัตรค้ำประกันให้ สปส. ดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 3-3.5

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวเครือข่ายแรงงานได้ออกมาเคลื่อนไหวค้านมติบอร์ดสปส. เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของกองทุนประกันสังคม และอนาคตของผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน เนื่องจาก สปส. จะต้องทยอยจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพให้ผู้ประกันตน หากนำเงินไปลงทุนจำนวนมากโดยไม่มีหลักประกัน อาจกระทบต่อการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ขณะที่นายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าแม้ผลตอบแทนอาจไม่มากเท่ากับการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ แต่ได้ผลตอบแทนในอัตราที่คุ้มค่า ส่วนเรื่องของความมั่นคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะรัฐบาลเป็นผู้ประกัน

วานนี้ (17 มิ.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังยืมเงิน 14,300 ล้านบาท โไม่ได้คิดอัตราดอกเบี้ยจากกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พ.ค.2558 เพื่อนำไปใช้แทนเงินกู้บางส่วนสำหรับโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ และระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน การให้ยืมครั้งนี้ไม่มีดอกเบี้ย โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุน กทปส. มีงบประมาณ กว่า 19,000 ล้านบาท การให้กระทรวงการคลังยืมไปครั้งนี้สำนักงบประมาณจะต้องทำแผนการคืนเงินมาให้ กสทช. ซึ่งโครงการที่กองทุน กทปส. จะต้องดำเนินการ ขณะนี้ คสช. สั่งระงับทุกโครงการไว้ ทำให้เงินในกองทุนที่มีอยู่ไม่ได้ถูกนำไปใช้

อย่างไรก็ตาม นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. แย้งว่า วาระกระทรวงการคลังขอยืมเงินไปใช้ในกิจการพัฒนาระบบน้ำและพัฒนาขนส่ง ไม่น่าจะตรงกับวัตถุประสงค์ของกองทุน กทปส. ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แม้สำนักงานจะอ้างถึง ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 80/2557 เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2558 แต่ที่ประชุมสำนักงานและบอร์ดกองทุนไม่ได้แนบรายละเอียดโครงการ พร้อมทั้งบทวิเคราะห์จากโครงการดังกล่าว ขณะเดียวกัน ครม. น่าจะหารือกับ กสทช. เพื่อทำความเข้าใจในแง่ที่ว่า ผลกระทบจากการนำเงินไปพัฒนาด้านอื่นจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม เช่น การติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะขั้นพื้นฐาน อินเทอร์เน็ตเพื่อชุมชนชนบทสามารถเข้าถึงได้หรือไม่ อย่างไร รวมทั้งผลกระทบต่อความล่าช้าที่จะเกิดขึ้น กระบวนการยังไม่ครบถ้วน รวมทั้งโครงการพัฒนาระบบน้ำ ควรรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเพราะอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ ซึ่ง กสทช. เองยังไม่เห็นรายละเอียดในโครงการดังกล่าว

การที่รัฐบาลมีแหล่งกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลให้หยิบยืมในห้วงเวลาจำเป็น นับเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีเงินให้หยิบยืมด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย ฝ่ายที่กู้ยืมไปจะต้องรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่แลกมาด้วยชีวิต น้ำพักน้ำแรงของคนทำงาน หรือต้นทุนต่อเศรษฐกิจชาติ มีเงินอยู่ในมือต้องใช้อย่างรอบคอบ และรับผิดชอบอย่างสูงยิ่ง