จะบอกว่าเป็นความบังเอิญ หรือเป็นเรื่องทำให้เห็นว่าบังเอิญก็แล้วแต่ ความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
(สปช.) บางกลุ่มให้มีการ “ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง” กับคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ว่า “ถ้าจะให้อยู่ต่อก็ไปถามประชาชนกันเอง” ช่างสอดคล้องต้องกันอะไรเช่นนั้น
แรกเริ่มที่ได้ยินข้อเสนอ “ปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง” ก็ยังงงๆ อยู่ว่าในทางปฏิบัติหมายถึงอะไร แปลว่า คสช., สปช. กับ สนช. และรัฐบาลจะอยู่ต่ออีกสองปีแล้วจึงจะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่
ถ้าอย่างนั้น หัวหน้า คสช. และนายกฯจะต้องออกมาแก้ Roadmap ที่วางเอาไว้อย่างไร จะอ้างเหตุผลอันใด
และมีอะไรรับรองว่าสองปีจะเห็นผลการปฏิรูปอย่างแท้จริง
อะไรเป็นไม้วัดความสำเร็จหรือล้มเหลวของการปฏิรูปในสองปี?
ยิ่งจะมีความงงงันมากขึ้นเมื่อมีข้อเสนอจาก สปช. บางท่านว่าการจะให้ปฏิรูปสองปีก่อนเลือกตั้งนั้นควรจะถามความเห็นประชาชน และการถามความเห็นประชาชนก็ควรจะใช้วิธีทำประชามติ
ก็ไหนๆ จะทำประชามติเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ใส่คำถามเรื่องปฏิรูปสองปีก่อนเลือกตั้งเข้าไปในประชามติเสียเลย
นี่คือข้อเสนอของ สปช. ที่ต้องการจะทำทั้งสองเรื่องควบคู่กันไป
เพราะ สปช. ที่ผลักดันเรื่องนี้ไม่อยากจะเป็นคนเสนอเอง ต้องการให้เป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งบางเสียงก็บอกว่าอาจจะมีการล่ารายชื่อของประชาชนเพื่อให้มีการทำประชามติเรื่องนี้
คนที่ผลักดันเรื่องนี้ไม่ต้องการจะได้ชื่อว่าพยายามจะให้ คสช. และรัฐบาลของ นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา “สืบทอดอำนาจ”
นักข่าวถามนายกฯ เรื่องจะอยู่ต่อ นายกฯไม่ได้ปฏิเสธ แต่บอกว่าท่านไม่ได้ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ถ้าจะให้ทำงานต่ออีกระยะหนึ่ง ก็พร้อม แต่ต้องให้ประชาชนส่งเสียงออกมาให้ชัดเจน
และยังบอกว่าใครก็ตามที่ผลักดันเรื่องนี้ ต้องไปช่วยอธิบายกับคนไทยและต่างประเทศให้เข้าใจเสียด้วย
เพราะแน่นอนว่าจะต้องมีคนที่คัดค้านเรื่องนี้ เพราะเท่ากับเป็นการทำผิดสัญญาที่เขียนไว้ใน Roadmap เดิมว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านขั้นตอนทั้งหลาย ซึ่งตีความกันมาตลอดว่าเร็วที่สุดคือไตรมาสแรกของปีหน้า และช้าที่สุดก็คือไตรมาสที่สามของปีหน้า
แต่หากต้องทำการปฏิรูปสองปีก่อนแล้วจึงมีการเลือกตั้ง ก็แปลว่าจะต้องมีการแก้ไขเรื่องใหญ่ๆ ทั้งหมดโดยที่ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นโดยได้รับฉันทามติของคนไทยส่วนใหญ่ได้อย่างไร
มีคำถามว่าถ้าจะทำอย่างนั้นก็เขียนระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร
คำถามต่อมาก็คือว่าสองปีที่จะปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้งนั้น ใครจะเป็นผู้ประเมินว่าการปฏิรูปทุกๆ ด้านของประเทศได้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้หรือไม่อย่างไร
เพราะไม่มีใครตอบได้ว่าการปฏิรูปที่จะทำให้เสร็จก่อนเลือกตั้งนั้นจะวัดกันด้วยสูตรไหน ใครเป็นคนบอกว่าสองปีจะทำได้ และใครจะเป็นคนฟันธงว่าสองปีแล้วการปฏิรูปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่อย่างไร
แน่นอนว่า มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่เป็นห่วงว่าหากมีการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม นักการเมืองที่เข้ามาอาจจะเอาข้อเสนอเรื่องปฏิรูปทิ้งถังขยะเลยก็ได้ เพราะข้อเสนอปฏิรูปหลายข้อเป็นการปรับเปลี่ยนกฎกติกาที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของนักการเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้
ความห่วงกังวลเรื่องนี้มีผลทำให้เชื่อกันว่าหากทำตาม Roadmap เดิม ความพยายามจะปฏิรูปบ้านเมืองก็จะไร้ผล และการรัฐประหารครั้งนี้ก็จะ “เสียของ” อีกรอบหนึ่ง ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาใหญ่ ๆ ของประเทศชาติอย่างที่อ้างเป็นเหตุผลของการก่อรัฐประหารแต่อย่างใด
แต่การกระทำใด ๆ ที่ตีความได้ว่าเป็นการ “สืบทอดอำนาจ” ของ คสช. ก็จะเปิดจุดอ่อนให้มีการโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกเช่นกัน
ดังนั้น จึงควรจะต้องมีสูตรของ “รัฐบาลเปลี่ยนผ่าน” ที่ประชาชนมีสิทธิมีเสียงในการทำให้การปฏิรูปเกิดขึ้นอย่างแท้จริงเพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใส, ยุติธรรมและตรวจสอบได้อย่างเปิดเผย
สูตรที่ว่านี้เป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าผู้รู้ในบ้านเมืองมีมากมาย หากมีจิตใจมุ่งทำงานเพื่อผลประโยชน์ของชาติที่แท้จริง ยอมเสียสละ และไม่ชิงความได้เปรียบทางการเมือง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะถกแถลงเพื่อหาข้อสรุปได้






