เห็นข่าวคณะรัฐมนตรีเมื่อ 2-3 วันก่อนมีมติโยกย้าย อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน
กลับไปนั่งตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อย่างเดิม แต่ถ้ายังจำกันได้เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2557 ช่วงเวลาเกือบๆ 3-4 ทุ่ม วันนั้นมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ออกมาถึง 3 ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
ส่วนคำสั่งที่ 79/2557 เรื่องการกำหนดตำแหน่งเพิ่ม และแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง หนึ่งในคำสั่งนี้ ก็มีชื่อ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ.ร. ไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน แล้วให้ สุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี จริงๆช่วงนั้นข้าราชการระดับอธิบดียันปลัดกระทรวง เรียกว่า“นอนไม่หลับ” ยิ่งกว่าติดละครหลังข่าวเสียอีก เพราะไม่รู้ว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร
มาวันนี้หากจะมีใครถูกโยกย้ายสับเปลี่ยนอย่างไร คงเป็นเรื่องปกติของการทำงาน แต่สำหรับอารีพงศ์ ไม่น่าจะใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่ เท่าที่รับฟังมาก็มีอะไรพิลึกพิลั่นอยู่ไม่น้อยกับการถูกโยกย้ายครั้งนี้ มีข่าวหนาหูเหลือเกินว่า เกิดอาการ“ไม่กินเส้น” กับกลุ่ม “4ยังเติร์ก” นามว่า “ป.-ส.-ณ.-พ.” เรียกว่าไม่พอใจอย่างหนัก ไม่รู้ว่าอารีพงศ์ ไม่สนอง หรือไปขัดขาอะไรกันแน่ จนเกิดอาการไม่พออก พอใจเกิดขึ้น
ถึงขั้นยื่นไม้ตายให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาล ก่อนหน้าประชุมคณะรัฐมนตรีไม่เท่าไหร่ ทำนอง“ไม่ปลด” พ้นปลัดกระทรวงพลังงาน กลุ่ม“4ยังเติร์ก” ก็จะยกทีมลาออกจากรัฐมนตรีเศรษฐกิจทั้งหมด ฟังดูแล้วเป็นเรื่องเป็นราวเสียยิ่งนัก นั่นแสดงว่า อารีพงศ์ ต้องไปทำอะไร หรือไม่ทำอะไร จนกลายเป็นความโกรธขึ้นมาแบบให้อภัยไม่ได้
ถ้าจะให้วิเคราะห์งานนี้ อารีพงศ์ คงจะถูกข้อหาอย่างน้อย 2-3 ประเด็น ส่วนจะเป็นอย่างไรต้องถามเจ้าตัว ประเด็นแรกเห็นทีน่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเปิดประมูล โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ หรือไอพีพี ที่“ขาใหญ่” รายหนึ่งได้ไป แต่ก็เป็นเรื่องเป็นราวอยู่เวลานี้
ว่ากันว่าตอนนี้ก็กำลังจะเจรจาที่จะให้ถอยการก่อสร้างออกไป 1 โรง จากที่ได้มา 2 โรง ด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิเช่น โรงไฟฟ้าที่จะสร้างขึ้นมายังไม่มีสายส่งของกฟผ.มารองรับ ประกอบกับปริมาณสำรองไฟฟ้ามีมากเหลือเกิน ฉะนั้นเป็นไปได้อยากจะให้ถอยไป 1 โรงก่อน เรื่องนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ก็เห็นดีเห็นงามกัน เหลือเพียงแต่บริษัทที่ชนะการประมูลไปจะเอาด้วยหรือไม่ หากเป็นเรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่า อารีพงศ์ ไปขัดแข้งขัดขาอะไรหรือไม่
ประเด็นถัดมาว่ากันว่ามีเรื่องราวในธนาคารกรุงไทย ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้ผู้ยิ่งใหญ่บางคนรับไม่ได้ “มีอาการเสียอกเสียใจ ผิดหวัง รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น” ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรใหญ่โตแค่ไหน ลองไปถามไถ่ คนที่อยู่ทำเนียบรัฐบาลก็แล้วกันว่าเป็นอย่างไร? รู้แต่ว่าวันนี้อารีพงศ์ กำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อ “นายไม่รัก”
เอาละ..เรื่องที่เกิดขึ้นจริงเท็จแค่ไหน อารีพงศ์เท่านั้นที่ย่อมรู้ดี แต่ที่แน่ๆงานนี้ไม่ปกติอย่างที่คิด ส่วนใครจะหนุนหลังใคร และใครจะอยู่ข้างใครก็ว่ากันไป แต่วันนี้เราเริ่มเห็นการประลองกำลังเกิดขึ้นแล้ว จากขั้วที่รักและกลมเกลียวกัน กำลังจะอยู่ในสภาพร้าวลึกขึ้นทุกวัน
ส่วนใครจะส้มหล่นว่าที่ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ คงต้องอดใจรออีกไม่นานก็จะรู้ แต่ก็มีหลายฝ่ายหลายส่วนลุ้นเหลือเกินที่จะให้ คุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน แม้จะเหลืออายุราชการแค่เดือนกันยายนนี้เท่านั้นน่าจะได้นั่งในตำแหน่งปลัดสักครั้ง หากมองย้อนการทำงานตอนนี้ดูเหมือน คุรุจิต ทำงานหนักซะยิ่งกว่าปลัดกระทรวงเสียอีก
ฉะนั้นหากได้เป็นปลัดกระทรวงแทบจะไม่ต้องเรียนรู้อะไรมาก แต่น่าเสียดายเวลาที่เหลือก่อนเกษียณมันน้อยไปครับท่าน...









