วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช่วยกันยิ่งเก่งขึ้น แกล้งกันยิ่งแย่ลง

ใครๆ ก็อยากจะเก่งมากขึ้นในยามนี้ ความเก่งจะมีประโยชน์ก็ตอนที่อะไรต่ออะไรรอบตัวดูยากเย็นไปหมด

แต่การเพิ่มความเก่งตามลำพังนั้นทำได้ยากกว่าแต่ก่อนมากในวันนี้ วันก่อนเก่งขึ้นนิดหน่อยในเวลานับเดือนก็ยังพอไหว เพราะรอบตัวมีความท้าทายต่างๆ ที่ไม่มากมายและค่อยๆ ทยอยกันมาทีละเรื่องสองเรื่อง วันนี้สารพัดความท้าทายหลั่งไหลมาพร้อมๆ กัน และมาเร็วมากกว่าที่คาดไว้อีก เราเพิ่มความเก่งทีละเล็กทีละน้อยไม่ทันกาลแน่ๆ อยากเก่งเร็วขึ้นต้องช่วยกันสร้างความเก่ง ต้องเป็นทีมคนเก่ง ไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่มาเดี่ยวๆ หนังฝรั่งที่เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ที่แต่ก่อนเป็นศิลปินเดี่ยว ข้ามาคนเดียวไล่ปราบผู้ร้ายได้ วันนี้ยังยกโขยงกันมาสู้กับผู้ร้ายไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้ว


แต่ที่น่าคิดก็คือทีมแบบไหนที่ทำให้เราเก่งมากขึ้นในเวลาที่เร็วขึ้นจนสามารถรับมือความท้าทายต่างๆ ที่ยกโขยงกันมาได้อย่างทันกาล เลือกทีมแค่คนถูกใจไม่มีอะไรทำให้แน่ใจได้ว่าเราจะเก่งขึ้นจากการทำงานกับคนที่เราชอบอกชอบใจ ยิ่งร่วมกันทำยิ่งเก่งน้อยลงก็มีให้เห็นกันมาหลายครั้งหลายคราแล้ว อย่างไรก็ตาม คิดจะร่วมทีมกับใครในการสร้างความเก่งให้กับตนเอง ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่ารวมกันแล้วจะช่วยกันให้เก่งขึ้น ไม่ใช่รวมกันเพื่อแกล้งกันให้แย่ลง ถ้าไม่มั่นใจว่าจะช่วยกัน หรือจะแกล้งกัน ขอให้ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างสร้างความเก่งให้ตนเองดีกว่า


ถ้าอยากเก่งขึ้นในเวลาเร็วขึ้น ให้ทำตามที่โบราณท่านว่าไว้คือคบบัณฑิตพาไปหาผล ซึ่งถ้าประยุกต์ใช้กับปัจจุบันหมายถึงทีมทำงานที่จะช่วยให้สมาชิกในทีมเก่งขึ้นในเวลาที่เร็วขึ้นนั้น สมาชิกในทีมต้องมีสติปัญญาไม่ต่างกันมากนัก มีคนด้อยสติปัญญาในทีมแค่คนเดียว ทุกคนในทีมจะไม่เก่งขึ้น มีแต่จะเก่งน้อยลง เพราะไปทำตามคนด้อยสติปัญญา ซึ่งน่าแปลกที่หากเป็นไปในทางตรงข้ามคือเมื่อมีอัจฉริยะอยู่คนหนึ่งในทีม สมาชิกจะไม่ค่อยจะเก่งขึ้นตามอัจฉริยะ แต่จะปล่อยให้อัจฉริยะเป็นศิลปินเดี่ยวลุยกับความท้าทายต่างๆ เป็นหลัก คนอื่นแปลงร่างเป็นกองหนุนคอยดูอย่างเดียวกันไปหมด ดังนั้น หนทางง่ายๆ ที่จะเก่งขึ้นได้ในเวลาเร็วขึ้น ให้เลือกทำงานร่วมกับคนที่สติปัญญาพอๆ กันไว้ก่อน ทำงานร่วมกับคนไอคิวพอๆ กันเราจะเรียนรู้ความเก่งใหม่ๆ ได้เร็วกว่า


อยากเก่งเร็วขึ้นอย่าหวังพึ่งพาการประชุมให้มากเกินไป ความเก่งใหม่ๆ ถูกถ่ายทอดระหว่างสมาชิกในกลุ่มทำงานในระหว่างการพบปะพูดคุยกันนอกเวทีประชุมมากกว่าในห้องประชุมมากมายนัก อธิบายง่ายๆ ว่าทุกคนมีหน้าตาที่ต้องดูแลทำให้เวทีประชุมนั้นอย่างไรก็มีหน้ากากป้องกันตัวตนที่แท้จริงของตนไม่ให้ปรากฏ โดยเฉพาะความไม่เก่งที่ยังติดตัวเราอยู่ อยากได้ความเก่งเรื่องไหน ก็ให้มองหาคนเก่งเรื่องนั้นไว้ แล้วหาเวทีนอกการประชุมสอบถามขอความเก่งจากคนนั้นจะได้ผลดีกว่ามาก ในทางกลับกันควรพยายามหลีกเลี่ยงการอวดความเก่งในการประชุม อวดแล้วถ้าคนอื่นเชื่อ คนอื่นก็จะยกสารพัดงานนั้นให้เราทำแทน ซึ่งอย่างมากก็เก่งเท่าเดิม คิดเอง ทำเอง เก่งเอง ขณะที่คนอื่นยืนดู เราเก่งขึ้นได้จากการดูคนอื่น ไม่ใช่เก่งขึ้นจากคนอื่นดู


พยายามทำงานให้สมาชิกในทีมมองเห็นกันดีกว่าหลบมุมไปทำงานอยู่คนเดียว แม้จะเป็นส่วนงานที่ต้องทำคนเดียวก็ตาม ต่างคนต่างทำงานที่ตนเองต้องดูแล แต่ทำงานในสำนักงานเดียวกัน อธิบายได้ว่าการเรียนรู้ความเก่งใหม่ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเล่าเรียนที่เป็นทางการ หรือเข้ารับการฝึกอบรมในเรื่องนั้น แต่ยังได้มาจากการมองเห็นวิธีทำงานของคนอื่นได้ด้วย เมื่อทำงานในพื้นที่สำนักงานที่มองเห็นกันได้ วันหนึ่งต่างคนอาจต่างสังเกตพบความเก่งใหม่ๆ จากการมองเห็นกันและกันได้ แค่สังเกตวิธีการจัดโต๊ะทำงานก็อาจให้ความเก่งใหม่ๆ กับเราได้ แค่เห็นวิธีการลดสิ่งรบกวนการทำงานที่ดี เราก็เก่งขึ้นได้แล้ว สมัยนี้ยิ่งง่ายขึ้นที่จะทำงานให้เห็นกันและกัน เรามีไลน์ มีเฟซบุ๊คที่จะช่วยขยายหูขยายตาให้ได้ยินได้เห็นกันได้ แม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สำนักงานเดียวกันก็ตาม งานบางอย่างแค่ได้ความเห็นจากเพื่อนร่วมไลน์สองสามข้อความเท่านั้น งานยากอาจกลายเป็นง่ายไปได้เหมือนกัน


ระวังไว้นิดหนึ่งกับสมาชิกร่วมทีมที่ขี้โว คืออย่ารีบร้อนสรุปว่าเราจะได้ความเก่งใหม่ๆ จากคนขี้โว ซึ่งบ่อยครั้งที่โวอย่างน่าเชื่อถือ คอยดูผลงานกันสักระยะหนึ่งแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเรียนรู้ความเก่งใดจากคนขี้โวคนนั้นได้บ้าง อย่าลืมว่าคนขี้โวมักพูดคุยเก่ง และทำให้เกิดภาพลวงตาว่าเก่งจริง ทั้งๆ ที่เป็นแค่คุยโวเท่านั้น ในทางตรงข้ามให้สังเกตคนที่เงียบขรึม ไม่ค่อยพูดอะไรเกี่ยวกับความเก่งของตน ถ้าสังเกตคนเงียบขรึมดีๆ จะเห็นความเก่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา แต่คนทั่วไปมองไม่เห็น เพราะความคมในฝักของคนกลุ่มนี้ ถ้าเห็นความเก่งที่จะเป็นประโยชน์กับตัวเราแล้ว คนเงียบขรึมจะกลายเป็นคนพูดเก่งไปได้ หากเราตั้งประเด็นสนทนาในเรื่องที่เขาเก่ง เมื่อเขาพูดเก่งในเรื่องที่เขาเก่ง เราก็ได้ความเก่งนั้นติดตัวเรามาด้วย ใครๆ ก็อยากให้คนอื่นเห็นความเก่งของตน เพียงแต่บางคนนำเสนอความเก่งของตนเองไม่เก่งเท่านั้น