วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รากเหง้า “โรฮิงญา”

ในที่สุด ดาบอาญาสิทธิ์ ม.44 อาจถูกนำมาใช้อีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ในกรณีของ “โรฮิงญา”

 โดยเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการจัดการอย่างเข้มข้น และจะใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสในการป่าวประกาศแก่ชาวโลกว่า ไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับ “ปัญหาค้ามนุษย์” เลยแม้แต่วินาทีเดียว

000 คนไทยส่วนใหญ่คงกังขาว่า เหตุใด “โรฮิงญา” กลายเป็นคนไร้รัฐ และตกเป็น “เหยื่อ” ขบวนค้ามนุษย์มานานนับสิบปี และทำไมชาติตะวันตก จึงจับจ้องที่ประเทศไทย? ขณะที่ต้นตอบ่อเกิดปัญหานั้นเป็นเรื่อง “ความขัดแย้งภายใน” ของประเทศเมียนมาร์

000 ดังที่ทราบกัน “โรฮิงญา” เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่นับถือศาสนาอิสลาม อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของ “รัฐยะไข่” หรือ “รัฐอาระกัน” ทางตะวันตกของประเทศเมียนมาร์ ติดกับชายแดนบังกลาเทศ...ในอดีต อาระกันเคยเป็นรัฐอิสระ มีประวัติศาตร์ยาวนาน ร่วมสมัยพุทธกาล และโรฮิงญาก็คือ “ปมประวัติศาสตร์บาดแผล” ที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษฝากไว้เป็นมรดกขัดแย้งให้กับคนในภูมิภาคนี้

000 สมัยอังกฤษรบพม่า ได้เข้ายึดเมืองท่า รวมถึงยะไข่หรืออาระกัน ซึ่งอังกฤษได้ปกครองอินเดีย,บังคลาเทศ และพม่า ในลักษณะรวมเป็นอาณานิคม ไม่ได้แยกประเทศ...ในเชิงลึก อังกฤษก็แบ่งแยกกลุ่มชาติพันธุ์ มิให้รวมตัวกันได้ตามนโยบาย “แบ่งแยกแล้วปกครอง” ซึ่งภายหลัง นโยบายดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดสงครามระหว่างพม่ากับกลุ่มชาติพันธุ์มายาวนานตราบเท่าทุกวันนี้

000 หลังสิ้นสุดยุตเจ้าอาณานิคม พม่าได้เอกราช “นายพลอูนุ” พยายามจัด “เขตปกครองพิเศษ” ให้ชาวมุสลิมโรฮิงยา ครั้นผ่านมาถึงยุค “นายพลเนวิน” ที่ปกครองประเทศด้วยอำนาจทหารเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กลับมองชาวโรฮิงญาว่า เป็นตัวก่อปัญหา ต้องการแบ่งแยกเป็น “รัฐอิสระ” จึงยกเลิกเขตปกครองพิเศษ ยกเลิกรายการวิทยุ และยกเลิกสิทธิความเป็นพลเมือง

000 ทัศนะของผู้นำทหารเมียนมาร์เชื่อว่า ชาวโรฮิงญาอพยพมาจากประเทศบังกลาเทศ ไม่น่าจะเป็น “คนพื้นเมืองในรัฐอาระกัน” ที่นับถือศาสนาพุทธ ทั้งที่ความเป็นจริง “รัฐอาระกัน” มีมาแต่โบราณ ด้วยเหตุนี้ ชาวโรฮิงญาจึงถูกขับไสไล่ส่งให้ออกจากถิ่นฐานของบรรพบุรุษ และเกิดเหตุจลาจลระหว่างชาวพุทธยะไข่กับชาวโรฮิงญา เมื่อสองปีที่แล้ว

000 น่าประหลาดใจ ท่าทีของชาวเมียนมาร์ต่อปัญหาชาวโรฮิงญา ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล แม้แต่ “อองซานซูจี” ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยต่อปัญหานี้...และเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แม้ชาวเมียนมาร์ยอมรับว่า มีชนกลุ่มน้อยในประเทศทั้งสิ้น 135 ชาติพันธุ์ แต่ไม่ยอมรับชาวโรฮิงญา เป็นอีกหนึ่งชาติพันธุ์ในวงศาคณาญาติแห่งเมียนมาร์

 

000 ล่าสุด รัฐบาลเมียนมาร์ พยายามผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพ เรียกร้องให้กองกำลัง “ชนกลุ่มน้อย” เข้าร่วมแผนปรองดองชาติ แต่วันนี้ก็ยังมี 3 กลุ่มคือ กองทัพโกก้าง, กองทัพดาระอั้ง และ กองทัพอาระกัน(ชาวพุทธยะไข่) ที่ยังสู้รบต่อไป และส่งผลให้กระบวนการสันติภาพภายใต้การลงนามหยุดยิงทั่วประเทศไม่สมบูรณ์