AIIB อีกก้าวของการขยายอำนาจทางเศรษฐกิจจีน

AIIB อีกก้าวของการขยายอำนาจทางเศรษฐกิจจีน

สถาบันการเงินน้องใหม่ของโลกที่กำลังเป็นที่สนใจของประเทศกำลังพัฒนาที่เกิดใหม่ในเอเชียก็คือ ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย

หรือ Asian Infrastructure Investment Bank ที่มีชื่อย่อว่า AIIB ซึ่งเป็นความริเริ่มและผู้สนับสนุนทางการเงินรายจากประเทศจีน ที่คาดว่าจะกำเนิดขึ้นภายในปีนี้ และปรากฏข่าวว่ามหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งอย่างสหรัฐอเมริกาไม่พึงพอใจต่อการจัดตั้งองค์กรใหม่นี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวว่าสหรัฐอเมริกาไม่พอใจที่ประเทศอังกฤษได้ลงนามร่วมเป็นประเทศผู้จัดตั้งธนาคารแห่งใหม่นี้ กล่าวว่าอังกฤษไม่หารือกับสหรัฐอเมริกาเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจในยุโรปทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรการเงินใหม่แห่งนี้ แม้ว่าจะถูกต่อต้านหรือกีดกันโดยมหาอำนาจบางประเทศก็ตาม ในที่สุดแล้วองค์กรใหม่นี้ก็น่าจะเกิดขึ้น เพราะจนถึงปัจจุบันมีประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศลงนาม/ประกาศสนับสนุนจีนในฐานะประเทศผู้ร่วมจัดตั้ง ซึ่งถึงรวมประเทศไทยและสมาชิกกลุ่มอาเซียนทั้งหมด


วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย เพื่อให้ความช่วยเหลือเงินกู้เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในเอเชีย ทั้งนี้ ได้เคยมีรายงานการศึกษาของธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB (Asian Development Bank) ในปี ค.ศ. 2009 พบว่าประเทศในเอเชียมีความต้องการเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในช่วงปี ค.ศ. 2010-2020 จำนวนสูงถึง 8 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งร้อยละ 68 เป็นความต้องการขยายกำลังการผลิตของประเทศสมาชิก (คิดเป็นการลงทุนในสาขาไฟฟ้า 51% ระบบโครงข่ายถนน 29% และระบบสื่อสารโทรคมนาคม 13%)


เมื่อพิจารณาถึงความต้องการจำนวนเงินลงทุนจำนวนมหาศาลดังกล่าว น่าจะเกินกว่ากำลังของธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย จึงเปิดโอกาสให้จีนเสนอตัวขึ้นมาเป็นผู้นำในการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว โดยในเบื้องต้นจีนจะลงขันเป็นทุนจัดตั้งธนาคารนี้ในจำนวนเงิน 50,000 ล้านดอลลาร์ และอาจจะเพิ่มวงเงินขึ้นเป็น 100,000 ล้านดอลลาร์ได้ ซึ่งเงินทุนในการจัดตั้งดังกล่าวเป็นจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนที่มีอยู่ถึงประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์ (จีนเป็นประเทศที่มีเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากที่สุดในโลก) และเป็นวิธีหนึ่งที่จะสามารถนำเอาทุนสำรองฯ ที่มีอยู่จำนวนมหาศาลนี้ไปหารายได้ให้เกิดดอกออกผล ท่ามกลางแรงกดดันให้เงินหยวนให้แข็งค่าขึ้น แต่ เหตุผลที่สำคัญไปกว่านั้นในการจัดตั้ง AIIB นี้ก็คือ การขยายอิทธิพลของประเทศจีนในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชีย เพราะสถาบันการเงิน/องค์กรทางการเงินที่สำคัญๆ ของโลก ได้แก่ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย นั้น จีนมีบทบาทและการเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้อยมาก


ต้องยอมรับว่าการเกิดขึ้นของธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชียย่อมนับว่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญขององค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญ 2 หน่วยงาน คือ ธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย เพราะวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง AIIB นั้นจะไปทับซ้อนกับบทบาทของธนาคารโลก และธนาคารแห่งเอเชีย ทั้งนี้ ธนาคารโลกนั้นมีชื่อเต็มว่า International Bank for Reconstruction and Development ที่จัดตั้งภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองจากผลการประชุมของประเทศมหาอำนาจที่เมืองเบรตตันวูดส์ มลรัฐนิแฮมเชอร์ สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือน ก.ค. พ.ศ. 2487 ที่เสนอให้จัดตั้งองค์กรการเงินระหว่างประเทศ 2 หน่วยงาน คือ ธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ


ธนาคารโลกในระยะเริ่มแรกตั้งจะเน้นให้ความช่วยเหลือในการความช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการบรูณะความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สอง และต่อมาก็ได้ปรับบทบาทมาให้การสนับสนุนการพัฒนาระยะปานกลางและระยะยาวในรูปแบบเงินกู้ยืมโครงการพัฒนาที่เน้นเป็นเฉพาะรายโครงการ ซึ่งโครงการเพื่อการพัฒนาส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเภท ระบบถนนและคมนาคมขนส่ง และโทรคมนาคม ซึ่งในอดีต 40-50 ปีก่อนประเทศไทยก็ได้อาศัยเงินกู้จากธนาคารโลกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่ในระยะหลังนี้ไทยพึ่งเงินกู้จากธนาคารโลกลดน้อยลงมาตามลำดับ


สำหรับ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2509 โดยความช่วยเหลือของสหประชาชาติ ที่มีประเทศสมาชิกอยู่ประมาณ 60 ประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศแถบเอเชียและแปซิฟิกผ่านการให้เงินกู้ ในการพัฒนาโครงสร้างทางทางการเงิน การสาธารณสุข การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งแล้ว ธนาคารโลก (ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของ สหรัฐอเมริกา) ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของญี่ปุ่น) น่าจะยอมถูกกระทบจากการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย


สำหรับประเทศไทยและประเทศในเอเชียแล้ว การเกิดขึ้นของธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้ย่อมน่าจะเป็นประโยชน์ที่จะเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกใหม่ที่อาจจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหรือมีเงื่อนไขการกู้ที่ผ่อนปรนมากกว่าองค์กรทางเลือกเดิมๆ ที่มีอยู่