การขับขี่ Motorbike ของท่านผู้นำ (1)

การขับขี่ Motorbike ของท่านผู้นำ (1)

นอกเหนือจากรถยนต์ประจำตำแหน่งของท่านผู้นำแล้ว รถจักรยานยนต์ก็ถือว่ามีบทบาทเชื่อมโยงกับฐานะความเป็นผู้นำอย่างน่าสนใจ

รวมทั้งจักรยานที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้นำในโลกปัจจุบัน


ถึงแม้จะไม่ได้มีฐานะเป็น “รถประจำตำแหน่ง” เหมือนรถยนต์คันหรูคันโตโก้ขรึม แต่มอเตอร์ไซค์กลับมีบทบาทหลายๆ ประการ ที่รถยนต์ทำไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหนุนเสริมภาพลักษณ์เพิ่มเสน่ห์ของท่านผู้นำในหลายๆ มิติ


โดยพื้นฐานที่สุด จักรยานยนต์มีฐานะเป็น “ยานพาหนะ” ที่ใช้สำหรับการคมนาคมเดินทางทั่วไปและสำหรับคนทั่วๆ ไป แต่สำหรับบุคคลในระดับผู้นำหรือผู้มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ แล้ว มอเตอร์ไซค์เป็นอะไรที่มากกว่าเพียงแค่ยานพาหนะคันหนึ่ง ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองกลุ่ม


กลุ่มแรกคือบรรดาผู้นำ (รวมทั้งคนมีชื่อเสียงในวงการต่างๆ) ที่รักและหลงใหลในมอเตอร์ไซค์อย่างจริงจังมีความสุขกับการได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปในพื้นที่ต่างๆ ด้วยตนเอง ได้สลัดความเป็น “ทางการ” ออกจากรถยนต์ประจำตำแหน่งที่ไม่สามารถขับขี่เองได้ และรู้สึกถึงความเป็นอิสระบนหลักอานสองล้อยนต์ที่มีเสน่ห์เหลือล้นถือเป็นวิธีการพักผ่อนหย่อนใจที่มีคลาสมีราคา (เหมือนเช่นกีฬากอล์ฟที่กลายเป็นกีฬาเฉพาะสำหรับผู้นำ)


ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง มองหรือใช้มอเตอร์ไซค์ในฐานะ “เครื่องมือ” หรือ “สัญญะ” ในการหนุนสร้างภาพพจน์ของผู้นำ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ด้วยเอกลักษณ์หรือรูปแบบเฉพาะตัวของมอเตอร์ไซค์ (โดยเฉพาะฮาร์เลย์ เดวิดสัน) ที่แตกต่างจากจักรยานยนต์ของคนทั่วๆ ไป จึงกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงตัวตนของผู้นำที่แตกต่างจากคนอื่นๆ


แต่ในอีกด้านหนึ่งซึ่งแตกต่างจากการขับเรือยอร์ชหรือเครื่องบินส่วนตัวก็คือ การขับขี่มอเตอร์ไซค์ช่วยหนุนเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำให้มีความเป็นมนุษย์เหมือนเช่นปุถุชนตาดำตาสีฟ้าคนอื่นๆ เพราะการขับขี่มอเตอร์ไซค์ของผู้นำแทบจะไม่มีความเป็นพิธีการให้ยุ่งยากนอกเหนือจากความเป็นส่วนตัวหรือตัวตนของผู้นำคนนั้นๆ จึงเป็นเหมือนการสื่อสารไปถึงสาธารณชนว่า ตัวผู้นำไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วๆ ไปสามารถเข้าถึงหรือสัมผัสได้ ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อความนิยมชมชอบผู้นำคนนั้นๆ ไม่มากก็น้อย


ด้วยความที่อังกฤษเป็นประเทศแรกๆ ที่ผลิตมอเตอร์ไซค์และมอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะหนึ่งที่จำเป็นในสมรภูมิศึกสงครามโลก ดังนั้น การเชื่อมโยงระหว่างผู้นำกับมอเตอร์ไซค์จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกๆ ที่นี่ ถึงแม้ว่าสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 (พระอัยกาของสมเด็จควีนอลิซาเบธที่ 2) จะทรงไม่เห็นด้วยกับการที่พระโอรสคือ สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 (พระบิดาของสมเด็จควีนอลิซาเบธที่ 2) ทรงหลงใหลในมอเตอร์ไซค์ เพราะเชื่อว่า สุภาพบุรุษควรขับรถยนต์ (ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์) ก็ตามแต่ก็ไม่สามารถบังคับห้ามได้


แม้กระทั่ง สมเด็จควีนอลิซาเบธที่ 2 ในขณะที่ยังดำรงฐานะเป็นเจ้าฟ้าหญิงก็ทรงชื่นชอบมอเตอร์ไซค์เหมือนพระบิดาพระองค์เคยทำหน้าที่เป็น “พลขับและช่างเครื่อง” ของกองทัพอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 1952 ก็ไม่เคยปรากฏให้เห็นว่า พระองค์จะทรงขับขี่รถมอเตอร์ไซค์อีกเลย


อย่างไรก็ตาม หลายๆ พระองค์ก็ได้ชื่อว่าทรงชื่นชอบจักรยานยนต์อย่างมากๆ นับตั้งแต่เจ้าฟ้าชายฟิลิป (พระสวามี) และเจ้าฟ้าชายชาลส์ (พระโอรส) โดยเฉพาะเจ้าฟ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าฟ้าชายแฮร์รี่ที่ทรงชื่นชอบมากเป็นพิเศษ


ขณะเดียวกัน กษัตริย์ในประเทศอื่นๆ ที่ได้ชื่อว่าชื่นชอบและหลงใหลในมอเตอร์ไซค์เป็นอย่างมาก ก็คือกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสแห่งสเปน (1975-2014) กษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 แห่งเบลเยี่ยม (1993-2013) และพระเจ้าชาร์ (กษัตริย์พระองค์สุดท้าย) แห่งอิหร่าน


ที่ควรจะต้องกล่าวถึงมากเป็นพิเศษก็คือกษัตริย์ฮุสเซน (1952-1999) พระบิดา และกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน (ซึ่งโลกได้รู้จักหลังจากเหตุการณ์นักบินถูกกลุ่ม IS เผาทั้งเป็น) ที่ปรากฏภาพเป็นประจักษ์ว่าทรงรักและหลงใหลในมอเตอร์ไซค์อย่างหาใครเทียบไม่ได้จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของพระองค์ทั้งสองพระองค์ทรงขับขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยพระองค์เองถือเป็นการเสด็จไปเยี่ยมราษฎรในส่วนต่างๆ ทั่วประเทศนอกจากนี้ สุลต่านแห่งรัฐยะโฮร์ มาเลเซียคนปัจจุบันก็ถือว่าทรงชื่นชอบรถจักรยานมากๆ เช่นกันโดยเฉพาะการตกแต่งรถของพระองค์เป็นลายเสือเหลืองสัญลักษณ์ของประเทศ


การที่กษัตริย์และเจ้าฟ้าชายของหลายๆ ประเทศนิยมและรักในมนต์เสน่ห์ของมอเตอร์ไซค์ ทำให้มอเตอร์ไซค์กลายเป็นพาหนะที่มีระดับไปในตัว (บวกกับภาพยนตร์หลายๆ เรื่องและพระเอกหลายๆ คนที่ทำให้ภาพพจน์ของจักรยานยนต์ดูดีขึ้นไปด้วย)


ในฟากผู้นำของสหรัฐ ซึ่งถือเป็น “บ้าน” ของสุดยอดจักรยานยอดนิยมสำหรับผู้นำอย่างฮาร์เลย์ เดวิดสัน ดูเหมือนแทบจะไม่ปรากฏว่ามีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดที่หลงรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์อย่างมากๆ แต่กลับกลายเป็นกลุ่มวุฒิสมาชิกและผู้ว่าการรัฐหลายๆ คนที่นิยมชมชอบมอเตอร์ไซค์


(อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)