ถิ่นกาขาวในวงการสื่อดิจิทัล

ถิ่นกาขาวในวงการสื่อดิจิทัล

เป็นที่ฮือฮาของวงการดิจิทัลอีกครั้ง เมื่อสมาคมโฆษณาดิจิตอล(ประเทศไทย) หรือ DAATเปิดผลสำรวจ ตัวเลขงบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของปี 2557

โดยผลการสำรวจพบว่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่ารวมกว่า 6,115 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนถึง 44%

            มาถึงตอนนี้ งบโฆษณาดิจิทัลเทียบกับอุตสาหกรรมโฆษณาผ่านสื่อทุกประเภทของไทยที่มีมูลค่า 1 แสนล้าน  "ดิจิทัล"เติบโตกลายเป็นสัดส่วนประมาณ 6% เข้าไปแล้ว 

            จริงๆ แล้วเปอร์เซ็นต์ตรงนี้  ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์กันว่ายังเติบโตขึ้นอีกมากเพราะประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ  ต่างพากันมีสัดส่วนงบโฆษณาดิจิทัลที่สูงกว่านี้  อาทิเช่น  สหรัฐมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ออสเตรเลีย 30% จีน 20%

            คนในวงการดิจิทัลพากันตื่นเต้นดีใจกับตัวเลขอันนี้  อนาคตอันสดใสรออยู่ตรงหน้า อย่างน้อยพวกเรายังมีงานทำ เงินเดือนขึ้นทุกปี ในช่วง 4-5 ปีนี้ อย่างแน่นอน              แต่อย่างไรก็ดี  ผมเองแอบกังวล “ประเทศของเรา” อยู่เหมือนกันครับ  เพราะหากลองมาดูรายละเอียดของตัวเลขโฆษณาดิจิทัลมูลค่า 6,115 ล้านบาท

            พบว่า ตัวเลขของ  Search + Facebook  รวมกันนั้น มีสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงมาก คือ 19.7% + 16.5%  หรือเท่ากับ  36.2%  เลยทีเดียว               ในตลาด Search ของบ้านเรานั้น ถูกยึดครองโดย Google เกือบ 100% อยู่แล้ว หากเรานับงบโฆษณาของ Google ที่แฝงอยู่ใน  Display  ที่เราเรียกกันว่า GDN (Google Display Network)  และโฆษณาวีดิโอบน Youtube ซึ่งก็เป็นของ Google เช่นกัน

            ผมคงไม่กล่าวเกินเลยไปนักว่าตลาดโฆษณาดิจิทัลบ้านเรา  Google + Facebook กวาดเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลไปเฉียดๆ 50%เลยทีเดียว!             หากตัวเลขในลักษณะนี้ ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ  สมมติว่าตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลกลายเป็นสัดส่วน 20%  หรือสักประมาณ 2-3 หมื่นล้าน! แต่กลายเป็นเงินของโฆษณาบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติสักครึ่งหนึ่ง แบบนี้คงดูไม่จืดเลย!! ซึ่งหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆ  พวกบริษัทสื่อที่คนไทยเป็นเจ้าของน่าจะได้รับผลกระทบหนักพอสมควร  ทั้งสื่อทีวี วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ฯลฯ

            ถ้าปรับตัวไม่ทัน หรือไม่คิดจะปรับตัว อาจต้องเตรียมขุดหลุมไว้ล่วงหน้า กันเลยทีเดียว!             ว่าไปแล้วผมนึกถึงประเทศจีน ที่คนทั่วไปพากันก่นด่าว่าเป็นประเทศที่ไม่เสรี ปิดกั้น ไม่ให้ธุรกิจต่างชาติเข้าไปในประเทศ  ทั้ง Facebook หรือ Google เอง  พากันกุมขมับ  ยังไงๆ ก็ไม่สามารถรุกเข้าประเทศจีนได้  เพราะว่ามีรัฐบาลจีน มีนโยบายปิดกั้น  ไม่ให้ยักษ์ใหญ่ทั้งสองนี้ เข้าไปทำธุรกิจได้             มองเผินๆ ดูเหมือนรัฐบาลจีนใจแคบ เผด็จการ แต่ความจริงแล้ว ถือว่ารัฐบาลจีนเองมีวิสัยทัศน์มิใช่น้อย ที่ทำการปิดกั้นเช่นนี้ เพราะถ้าไม่ปิดกั้นก็ไม่มีทางที่จะสู้ยักษ์ใหญ่ต่างชาติได้เลยในระยะเริ่มต้น และด้วยการปิดกั้นเช่นนี้ ทำให้จีนสามารถให้กำเนิดบริษัทยักษ์ใหญ่แบบ Tencent(ที่เข้ามาเทคโอเวอร์ Sanook.com บ้านเรา)  Baidu.com หรือแม้กระทั่ง Alibaba.comที่เป็นข่าวเกลียวกราวในขณะนี้ 

            ถ้าจะมีตัวแทนจากเอเชีย ที่จะสามารถสู้ค่ายตะวันตก ได้แบบสมน้ำสมเนื้อ  ก็คงจะมีค่ายจากทางจีน นี่แหละครับ ที่พอจะวัดมวยกันได้

            หันกลับมามองประเทศไทย  ประเทศเราใจดี อิสระเสรี ใครอยากจะทำอะไรก็เชิญมา ขณะนี้บริษัทดิจิทัล เอเยนซี ในเมืองไทยก็ทยอยโดนเทคโอเวอร์โดยบริษัทต่างชาติ ทีละบริษัทๆ

            ในขณะที่สื่อดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด  แต่ในบั้นปลายแล้ว ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้น จะตกขึ้นอยู่กับใคร

          ถือเป็นเรื่องที่น่าคิดจริงๆ ครับ ...ว่าไปแล้วโซวบักท้ง ก็ก้มหน้าก้มตา ทำงานหาเลี้ยงชีพต่อไป