อินเทอร์เน็ตถึงทุกบ้าน สัญญาณเท่าเทียมดิจิทัล

อินเทอร์เน็ตถึงทุกบ้าน สัญญาณเท่าเทียมดิจิทัล

การประชุมนัดแรกของคณะกรรมการเตรียมการ ด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

 ได้ข้อสรุปตามที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แถลงว่า ที่ประชุมอนุมัติแผนเนชั่นแนล บรอดแบนด์ เพื่อให้ปี 2559 ทุกหมู่บ้านมีอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ใช้งาน และปี 2560 อินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงทุกบ้าน โดยรัฐบาลจะใช้เวลา 3 เดือนรวบรวมเส้นใยแก้วนำแสงหรือไฟเบอร์ออฟติกของเอกชนและหน่วยงานราชการเพื่อสร้างเครือข่ายบรอดแบนด์ และระหว่างนั้นจะจ้างผู้เชี่ยวชาญในการวางแผน และใช้เวลา 6-7 เดือนตั้งบริษัท และ 10 เดือนสร้างเน็ตเวิร์ค

ซึ่งเชื่อว่าภายใน 1 ปี หรือปี 2560 อินเทอร์เน็ตจะครอบคลุมทั่วถึงทุกหมู่บ้าน โดยมีม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นประธานดำเนินการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือหลายค่ายเพื่อให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังจะเปิดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ เพื่อใช้เป็นศูนย์เครือข่ายรวบรวมข้อมูลทุกด้าน โดยศูนย์แห่งนี้จะทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ซึ่งเปิดให้เอกชนลงทุน โดยรัฐเปิดให้เอกชนเข้าประมูล กำหนดเสร็จภายใน 12 เดือน เมื่อศูนย์ดำเนินการแล้วเสร็จจะเปิดให้รัฐและเอกชนรายอื่นเข้าเช่าใช้บริการ


ไม่เพียงเท่านั้น ที่ประชุมนัดแรกครั้งนี้ ยังมีโครงการลดสำเนากระดาษเพื่อบริการประชาชน โดยเริ่มที่กระทรวงมหาดไทยเป็นแห่งแรก ประชาชนไม่ต้องนำสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านไปขอรับบริการ ให้นำเพียงบัตรประชาชนชนิดสมาร์ทการ์ดก็ขอใช้บริการได้เลย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ใช้บริการได้กว่า 100 บริการ รวมถึงการยื่นขอใบอนุญาต 63 บริการ ซึ่งจะแสดงไว้ในเว็บไซต์ระบุว่า จะต้องเตรียมเอกสารใดบ้างเพื่อไปขอใบอนุญาต และจะทำขั้นตอนอย่างไร

ทั้งนี้ต้องประสานงานให้ทุกหน่วยงานไปแก้ระเบียบไม่ต้องเรียกเอกสารจากประชาชน โดยจะขอความร่วมมือกระทรวงต่างๆ เพื่อออกกฎระเบียบการให้บริการใหม่ โดยเฉพาะ 7 กระทรวงนำร่อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องให้บริการประชาชนโดยลดการใช้สำเนาลง รวมถึงการขออนุญาตต่างๆ ก็จะลดการใช้สำเนาลงเช่นกัน จากที่ผ่านมา แม้จะมีมาตรการลดการใช้สำเนาเพื่อทำธุรกรรม หรือการติดต่องานกับหน่วยงานราชการ ไม่ต้องสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร และอื่นๆ เพราะข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ตามเลขประชาชน 13 หลัก แต่หน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจทั้งหลายยังคงขอสำเนาเอกสารราชการจากประชาชนอย่างต่อเนื่องมา ทำให้ประชาชนต้องแบกภาระถ่ายเอกสารต่างๆ ทั้งๆ ที่เอกสารเหล่านี้อาจไม่ได้ใช้เลย แต่พนักงานของรัฐสั่งให้ถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อต้องนำมาใช้และเพื่อให้ถูกระเบียบราชการ


ส่วนการประมูล 4จี ที่เดิมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งชะลอไป 1 ปี ถึง 17 กรกฎาคม 2558 แต่ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการชุดนี้ขอให้จัดประมูล 4จี ให้เสร็จในปลายเดือนสิงหาคม 2558 โดยให้อำนาจการประมูลเป็นของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรทัศน์คมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คิดหาวิธีที่สะดวกสำหรับผู้ใช้ โดยไม่ยึดติดกับคลื่น 1800 หรือ 900 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น ซึ่งคลื่นที่นำมาใช้อาจเป็นย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์


สัญญาณดีๆ จากมติที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการนัดแรกนี้ หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย และกำหนดการที่วางไว้ เชื่อว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยภาพรวม และยังมีประโยชน์ต่อประชาชนทุกครัวเรือนที่จะได้มีโอกาสแห่งความเท่าเทียมทางเทคโนโลยีดิจิทัล