เส้นทางของธุรกิจไอที (1)

เส้นทางของธุรกิจไอที (1)

ถึงจะคลุกคลีกับธุรกิจไอทีมานานกว่า 30 ปี ผมยังคิดเสมอว่าธุรกิจนี้ ยังคงเต็มไปด้วยพลวัตรหรือความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากที่สุด

นับแต่การเกิดขึ้นของคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในปี2489 ที่มีขนาดเท่าห้องขนาดใหญ่ จนถึงปัจจุบันที่คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเพียงมือ และติดตัวเราไปได้ทุกที่ ทั้งหมดกินระยะเวลาเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้น เทียบกับการพัฒนาในยุค อื่นๆ ของโลกแล้ว ต้องยอมรับว่าธุรกิจไอที พัฒนาอย่างรวดเร็วในอัตราที่เร่งขึ้นเรื่อยๆ


นับแต่ การเกิดขึ้นของคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ในยุคแรก จนกลายเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แม้จะใช้เวลากว่า 20 ปี แต่ภายหลังจากผู้ผลิตอย่าง Xerox ผลิตคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องแรกของโลก การเติบโตของธุรกิจไอทีเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รูปแบบของคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาไปอย่างมากมาย ขณะที่ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการทำงานก็ถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานควบคู่กัน


ในอดีต เราอาจเคยชินกับสินค้าขายดีอย่างเดสก์ทอปคอมพิวเตอร์ ที่มียอดการเติบโตมหาศาล ก่อนที่พฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคจะผลักดันให้เกิดการผลัดใบสู่คอมพิวเตอร์พกพา หรือ โน้ตบุ๊ก จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลราคาเครื่องละ 3 แสนบาท ลดลงเหลือเครื่องละ 1 แสนบาท 5 หมื่นบาท สองหมื่นบาท และปัจจุบันเครื่องละไม่ถึง 1 หมื่นบาทยังมีให้เห็นได้


อัตราการใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อประชากร จากแต่ก่อน 1 เครื่องต่อประชากร 1 แสนคนกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้านับรวมอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟน และแทบเล็ตแล้ว อัตราส่วนของคอมพิวเตอร์ต่อประชากรน่าจะอยู่ที่ 2-3 เครื่องต่อประชากร 1 คนเลยทีเดียว


แม้จุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์จะมีมาอย่างยาวนาน และเปลี่ยนผ่านมาหลายยุคหลายสมัย แต่ละยุคก็มีพัฒนาการสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์รวดเร็วขึ้น แต่ยุคที่เริ่มมีบทบาทจริงๆ คือ นับแต่ช่วงปี 2524 เป็นต้นมา ที่ไอบีเอ็ม ได้ผลิตเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกในชื่อ ไอบีเอ็มพีซี


ปี2525 คือจุดเปลี่ยนของคอมพิวเตอร์สู่ไมโครคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเรียกว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไอบีเอ็มได้สร้างไอบีเอ็มคอมแพตติเบิล สร้างเป็นมาตรฐานทั่วโลก ทำให้คอมพิวเตอร์เกิดการแพร่หลายอย่างมาก ในยุคนั้นเราจะได้เห็นกระแสเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ถูกผลักดันโดยผู้ประกอบการหลัก 2 รายคือ อินเทล เจ้าของซีพียูที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและไมโครซอฟท์ เจ้าของระบบปฎิบัติการวินโดว์สที่คนใช้กันทั่วโลก จนกลายเป็นแพลตฟอร์มที่เรียกว่า วินเทล (Wintel)


การเติบโตของวินเทลตั้งแต่ปี 2525 จนถึงราวๆ ปี2550 เปรียบได้เหมือนอาณาจักรที่ไม่มีใครกล้าแข็งข้อ เพราะในตลาดไอทีเวลานั้นแทบจะไม่มีคู่ต่อสู้ ถึงจะมีระบบอื่นๆ เช่น ระบบแมคอินทอชของแอ๊ปเปิ้ล แต่ก็มีการใช้งานอยู่ในวงจำกัด เฉพาะในงานกราฟฟิกดีไซน์ กับ Desktop Publishing เป็นหลักเท่านั้น ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือกมากนัก


เวลานั้นยุคเฟื่องฟู วินเทล ยิ่งใหญ่และดูยิ่งยง ไม่มีใครกล้าท้าชน และไม่มีใครคิดว่าวินเทลจะต้องเผชิญความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามพลวัตรของธุรกิจไอที


หลังปี2550 ความยิ่งใหญ่ของ วินเทล ดูจะเสื่อมมนต์ขลังไปเมื่อ แอ๊ปเปิ้ล กลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคอนซูเมอร์อิเล็คทรอนิกส์ จากการเปิดตัวของไอพอด,ไอโฟนและ ไอแพด ที่จุดประกายให้แอ๊ปเปิ้ลประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นประวัติการณ์จนมีเงินสดสำรองในวันนี้มากกว่ารัฐบาลของหลายๆ ประเทศ


แอ๊ปเปิ้ล ได้เข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มุ่งตอบสนองความต้องการในการใช้งานของผู้บริโภค ทำให้เกิดเป็นตำแหน่งผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะไอโฟน และ ไอแพดที่เข้ามามีบทบาทอย่างสูงในตลาดของอุปกรณ์ส่วนบุคคล และสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง เบียดแซงคู่แข่งเจ้าตลาดโทรศัพท์มือถือ และเจ้าตลาดไอทีไปได้ (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)