แทบไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้บริหาร?

แทบไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้บริหาร?

คำถามที่ พนักงาน อยากจะถาม แต่ไม่กล้าที่จะถามคือ..ทำไม "แทบไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ" ของผู้บริหาร?

เป็นไปได้มั้ยว่า..เพราะผู้บริหารทุกระดับ (ตั้งแต่หัวหน้า/ผู้จัดการ/ผู้อำนวยการ/ไปจนถึง CEO) เครียด!

แล้วถ้าถามต่อว่า ทำไมถึงเครียด? คำตอบอาจจะเป็น มีงานเยอะ งานยุ่ง เจอปัญหาเรื่องงาน ผลงานของทีมไม่บรรลุเป้าหมาย เจอปัญหาเรื่องลูกน้อง และอีกสารพัดปัญหา ฯลฯ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ ที่แทบไม่มีรอยยิ้มของบรรดาหัวหน้า /ผู้จัดการให้เห็น เครียด บึ้งตึง กันตั้งแต่เช้ายันเย็นกันได้ทุกวัน!

เป็นไปได้อีกเช่นกันที่เป็น "ความเชื่อ" ของบรรดาเจ้านายทุกระดับว่า ต้องหน้าบึ้งๆ เข้าไว้ ลูกน้องจะได้กลัว จะได้ไม่ต้องเข้ามารบกวน ไม่กล้าเข้าหน้า เมื่อทำบ่อยๆ จากความเชื่อแบบนี้ จนก่อให้เกิดเป็น "ความเคยชิน" เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกโดยไม่รู้ตัวในทุกๆ วัน

ครั้นจะให้ผู้จัดการ ผู้บริหารเดินแจกยิ้ม หรือหัวเราะกันทั้งวัน มันก็จะดูแปลกๆ หรือไม่ลูกน้องก็อาจจะเข้าใจผิดได้ว่า ที่หัวหน้า หรือผู้จัดการ ยิ้มและหัวเราะแทบทั้งวัน คงจะเมากาว หรือไม่ก็คงไปรับยาผิดช่องมากินแน่!

เครียด บึ้งตึงทั้งวัน ก็ไม่ใช่เรื่องดี ยิ้ม หัวเราะทั้งวัน ก็ดูจะเพี้ยน หรือไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ ถ้างั้นเอาไงดี?

คงต้องมาดูกันก่อนว่า เครียด หน้าบึ้งทั้งวันแล้ว มีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน?

ผลดี..ทำให้ดูสมกับตำแหน่งที่หน้าตาต้องเครียด ต้องบึ้งตึง ลูกน้องกลัว..แล้วไงครับ?

ผลเสียล่ะ...น่าจะเยอะกว่าผลดีนะ ที่ชัดเจนเลยก็คือ ริ้วรอยและใบหน้าวิ่งแซงอายุ แก่เร็วไงครับ! (จากปกติที่หน้าแก่กว่าอายุอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้หน้าแก่เป็นจริงเป็นจังยิ่งขึ้น! (หน้าแก่แบบไม่เกรงใจญาติผู้ใหญ่ในบ้านเลย!)

หน้าบึ้ง หน้าเครียดทั้งวัน..ถามจริงเมื่อยบ้างมั้ยล่ะ เกร็งหน้าให้บึ้งทั้งวันระวังตะคริวขึ้นหน้านะครับ!

จะมีลูกน้องคนไหนบ้างที่ชอบ เจ้านายหน้าบึ้ง หน้าเครียดทั้งวัน? จะมีลูกน้องคนไหนบ้างที่จะกล้าเข้าไปขอคำปรึกษา หรือกล้าเข้าหา? จะมีลูกน้องคนไหนบ้างที่กล้าแสดงความคิดเห็นในระหว่างการประชุม?

มีผู้บริหารหลายท่านที่เคยเป็นแบบนี้ เป็นมานาน บางคนก็รู้ตัว บางคนก็ไม่รู้ตัว แต่เมื่อบางท่านได้รับคำแนะนำให้ผ่อนคลาย ให้เปลี่ยนมุมมอง..มองให้เห็นถึงผลเสียที่เกิดขึ้น ค่อยๆ ปรับพฤติกรรม ลดความเครียด ลดความบึ้งตึงบนใบหน้า ค่อยๆ เพิ่มรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในการทำงาน ในการคุยงานกับลูกน้อง กับทุกๆ คน

ผลก็คือ กลายเป็นคนมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว จากรอยยิ้ม จากใบหน้าที่แสดงออก ผลที่ตามมาอีก ก็คือลูกน้องกล้าที่จะเข้าหา พูดคุย ขอคำแนะนำ ฝ่ายอื่นๆ ที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ(คงหมั่นไส้ เก๊กหน้าเครียดทั้งวันอยู่ได้!)ก็ให้ความร่วมมือมากขึ้น กับลูกค้าก็ติดต่อง่ายขึ้น กับผู้บริหารระดับสูงสุด ก็ได้รับโอกาสจากการพูดคุยบ่อยขึ้น ฯลฯ

ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้บริหารท่านนี้บอกว่า รู้สึกว่าสุขภาพจิตตัวเองดีขึ้นเยอะ นอนหลับง่ายขึ้น และโรคเครียดลงกระเพาะก็เบาลงไปเยอะ ไม่น่าเชื่อจากแค่ ลดความเครียด ความบึ้งตึง ความขุ่นมัวของตัวเองที่เคยมีตลอดทั้งวันในทุกๆ วัน!
ส่วนเจ้านายทุกระดับตั้งแต่ชั้นต้น (หัวหน้างาน) ไปจนถึงระดับสูง ถ้ายังมีความสุขกับการไม่ยิ้ม หน้าบึ้งตึง เครียดทั้งวัน ถ้าคิดว่าดีก็ทำต่อไป "นะครัช" แต่ให้ถามตัวเองจริงๆ ซักนิดว่า สิ่งที่ทำอยู่ แน่ใจนะครับว่าเป็นความสุขของตัวเอง? และไม่ก่อให้เกิด ความทุกข์ ความตึงเครียดกับคนรอบข้าง?

ลองบริหารคนด้วย "รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ" ให้เหมาะสมดูสิครับ..ไม่ต้องไปกังวลว่า ลูกน้องจะไม่กลัวเกรง หรือคิดว่าเป็นการเสแสร้งแกล้งทำ

ถ้าเรา "ยิ้มออกมาจากข้างใน" ความรู้สึกด้านบวก จะส่งจากตัวเราไปให้กับทุกคนที่เรากำลังสื่อสาร..แต่ถ้าเราขุ่นมัว บึ้งตึง เครียดตลอดเวลา ความรู้สึกด้านลบ ก็จะส่งจากตัวเรา(คล้ายๆ รังสีอำมหิตแผ่ปกคลุมรอบๆ ตัวเรา ประมาณนั้น!)

รู้จักยิ้ม รู้จักส่งพลังทางด้านบวก..ผลมักจะออกมาเป็นบวก ไม่รู้จักยิ้ม เต็มไปด้วยความบึ้งตึง ความเครียด ผลมักจะออกมาทำให้เครียดยิ่งขึ้น!

ไม่จำเป็นต้องเชื่ออย่างที่ผมแนะนำ แต่อยากให้ลองทำดู...

กับตัวเราเองในฐานะที่ต้องนำคน มีลูกน้อง ยังไม่สามารถส่งความรู้สึกที่ดีให้กับทีมงานได้ แล้วลูกน้องหรือทีมงาน ใครจะโง่มาทุ่มเท ให้กับเจ้านายยิ้มไม่เป็น หัวเราะไม่ได้ มีแต่ความเครียดล้อมรอบตัวล่ะครับ!

ยิ้มเพิ่มอีกนิด..ชีวิตและงานจะมีความสุขและสนุกขึ้นอีกเยอะ "นะครัช"!