วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

15 Shades ของบรรยากาศการลงทุน

ปีนี้ถนนทุกสายคงจะมุ่งสู่การถือเงินสกุลดอลลาร์และอาจรวมถึงเงินที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่างฟรังก์สวิส

โดยปกติ ผมไม่ค่อยได้เขียนบทความในแนวเมกะเทรนด์ของภาพเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนบ่อยเท่าไร ทว่าในช่วงนี้ ผมเห็นว่าเทรนด์ดังกล่าวปรากฏชัดมากว่าน่าจะเกิดขึ้นเช่นนี้ตลอดในปีนี้ ผมจึงขอเกาะกระแสหนังดังที่ฉายตอนนี้ มาเป็น 15 Shades ของบรรยากาศการลงทุน ดังนี้


หนึ่ง อัตราเงินเฟ้อต่ำปรากฏอยู่เกือบทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐ และจีน ปรากฏการณ์นี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าไม่ดี หากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ตกต่ำไปกว่านี้ไปเรื่อยๆ จนเป็นเงินฝืดเรื้อรัง เรียกได้ว่าปีนี้นั้น Low Inflation is all around


สอง ในมุมของอัตราแลกเปลี่ยน ปีนี้ถนนทุกสายคงจะมุ่งสู่การถือเงินสกุลดอลลาร์และอาจรวมถึงเงินที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่างฟรังก์สวิส ตรงนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอยู่ไม่น้อย เนื่องจากทุกครั้งที่เกิด Currency Bias กับเงินสกุลใดเงินสกุลหนึ่ง มักจะเกิดปัญหากับเซกเตอร์หรือตลาดใดตลาดหนึ่งเสมอ แล้วแต่ว่าหวยจะออกที่จุดไหน ผมคิดว่าในครั้งนี้ก็คงไม่น่าจะต่างกันเท่าไร เนื่องจากจะเกิดการเก็งกำไรจากความไม่สมดุลของค่าเงินได้เสมอในโลกที่เต็มไปด้วยนักลงทุนที่มีข้อมูลพร้อมและเงินทุนไหลได้เสรี


สาม ถึงตรงนี้ ปีใหม่เพิ่งผ่านพ้นไปราว 1 เดือนครึ่ง ทว่าเราได้ผ่านเหตุการณ์รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติหรือความเชื่ออยู่เกือบจะทุกสัปดาห์ เบาบ้างหนักบ้าง สลับกันไป ล่าสุดก็เกิดการยิงในงานปาฐกถาในเมืองโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก ซึ่งคงจะเห็นเหตุการณ์เช่นนี้อีกเรื่อยๆ ในปีนี้ ส่วนทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกอย่างกรณีของยูเครนที่มีการเจรจาสงบศึกระหว่างผู้นำยุโรปกับรัสเซีย ก็ยังคงไม่ใช่ฉากสุดท้ายในศึกใหญ่ระหว่างโลกตะวันตกกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย นั่นคือ “Geopolitics ยังแรงอยู่” ในปี 2015


สี่ แม้ว่าธนาคารกลางยุโรปจะออก QE ในตอนนี้ โดยจะเริ่มในเดือนหน้า ทว่าสำหรับ QE ฉบับยุโรป คงจะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจยุโรปเห็นผลดีแบบรวดเร็วนัก แต่จะทำให้บรรยากาศและความคึกคักของเศรษฐกิจค่อยๆ ปรากฏขึ้นแบบช้าๆ “ไม่ได้เป็น overnight magic” สำหรับ QE ชุดนี้ และคาดว่านายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรปน่าจะมีลูกเล่นใหม่ๆ ระหว่างทางสำหรับ QE ชุดนี้ด้วย


ห้า “กรีซคงตามหลอกหลอนต่อไป” ผมมองว่าท้ายสุดกรีซกับทาง Troika ซึ่งประกอบด้วยธนาคารกลางยุโรป กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และคณะกรรมาธิการยุโรป น่าจะตกลงกันได้ ดังตาราง


โดยไตรมาสที่น่าจะทำให้ตลาดได้หวาดเสียวที่สุด น่าจะเป็นไตรมาส 3 เนื่องจากทั้งการเจรจาเงินลอตใหญ่จะอยู่ตรงช่วงเวลานั้น ที่สำคัญในทางการเมืองแล้ว กระแสของประชาชนกรีซจะมีความรุนแรงในช่วงนั้นที่จะผลักดันให้นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกรีซทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้ช่วงก่อนเลือกตั้ง ดังนั้นคำว่า Grexit คงกลับมาให้ได้ยินอีกครั้งในตอนนั้น


หก นโยบายการเงินของจีนยังคงอยู่ในโหมดผ่อนคลาย ไปจนถึงอย่างน้อยถึงกลางปีนี้ สัญญาณที่มองได้ชัดเจนว่ารัฐบาลจีนอยู่ในโหมดกระตุ้นเศรษฐกิจในตอนนี้ เนื่องจากหุ้นในหมวดสาธารณูปโภคของตลาดหลักทรัพย์ของจีนขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วง 4-5 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้ว ซึ่งหุ้นเหล่านี้มีขาใหญ่สุดคือหน่วยงานที่เป็นแขนขาของรัฐบาลจีนนั่นเอง ทั้งนี้ การที่รัฐบาลจีนช่วยส่งใจและส่งเงินเชียร์ตลาดหุ้นในครั้งนี้ สามารถมองได้ว่า ณ นาทีนี้ไม่กลัวกระแสเงินร้อนจากนักเก็งกำไรตะวันตก เมื่อไม่กังวลตรงจุดนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินจึงทำได้แบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือน 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่ท่านผู้อ่านอาจต้องคอยเช็กสัญญาณจากผู้นำรัฐบาลและธนาคารจีนอยู่บ่อยๆ เพราะสามารถเปลี่ยนโทนได้ในช่วงกลางปีนี้ โดยรวมผมคิดว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้จะได้อานิสงส์จากการกระตุ้นดังกล่าว ทว่าตัวเลขเศรษฐกิจคงจะออกมาไม่ดีสลับกับดีบ้าง ทว่ายังไปได้อยู่ครับ


สำหรับอีก 9 Shades ที่เหลือไว้เขียนถึงคราวหน้าละกันครับ