วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"คอบร้าโกลด์" กับการถ่วงดุลมหาอำนาจ

มีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการฝึก "คอบร้าโกลด์ 15" หรือ "คอบร้าโกลด์ 2015"

 ซึ่งเปิดการฝึกไปเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา และเป็นการฝึกปฏิบัติการร่วมผสมทางทหารระหว่างกองทัพไทยกับสหรัฐ ที่ดำเนินการมาเป็นครั้งที่ 34 แล้ว

            O ก่อนอื่นขอพาย้อนไปดูข้อมูลพื้นฐานของคอบร้าโกลด์ก่อน...การฝึก "คอบร้าโกลด์" กล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในการฝึกร่วมผสมทางทหารแบบพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

            O สำหรับปีนี้เน้นภารกิจด้านมนุษยธรรม บรรเทาภัยพิบัติ และต่อต้านการก่อการร้าย มี 24 ประเทศเข้าร่วม แบ่งเป็นประเทศที่ร่วมฝึกหลัก 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ประเทศที่ร่วมการฝึกฝ่ายเสนาธิการผสม 9 ประเทศ และประเทศร่วมสังเกตการณ์อีก 6 ประเทศ

            O ปีนี้เป็นปีแรกที่ "จีน" ได้มีโอกาสเข้าร่วมการฝึก หลังจากเป็นประเทศสังเกตการณ์เมื่อปีที่ผ่านมา โดยร่วมในโครงการช่วยเหลือประชาชน ขณะที่อินเดียได้เข้าร่วมปีนี้เป็นปีแรกในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์

            O การฝึกคอบร้าโกลด์ปีนี้ กลายเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อสหรัฐใช้กดดันไทยที่มีการรัฐประหาร บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทหาร จากมหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ในวิกฤตยังมีโอกาส เพราะสถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้กองทัพไทยได้แสดง "บทบาทใหม่" ในภูมิภาคมากขึ้น

            O "บทบาทใหม่" ที่ว่านั้นก็คือ การปรับระดับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกับ "จีน" ถึงขั้นมีโปรแกรมฝึกร่วมแบบทวิภาคี ในขณะที่ภาพพจน์ของไทยเป็นพันธมิตรทางทหารของสหรัฐมาตลอด

            O อาจารย์วันวิชิต บอกว่า ไทยไม่ใช่ชาติแรกในอาเซียนที่เล่นบทบาทนี้ แต่อินโดนีเซียทำมาก่อนแล้ว และชาติอาเซียนหลายประเทศก็พยายามถ่วงดุลกับชาติมหาอำนาจ 2 ฟาก คือ สหรัฐกับจีน

            O ในบริบทของอินโดนีเซียนั้น จริงๆ แล้วจีนกับอินโดฯไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกันสักเท่าไร แต่ก็ยังมีการฝึกร่วมกัน เป็นการฝึกร่วมผสมกับ "หน่วยรบพิเศษ" ของอินโดฯซึ่งเคยถูกกล่าวหาประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชนในติมอร์ตะวันออก แต่หลังการปฏิรูปกองทัพ ได้ปรับให้หน่วยนี้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น

            O จะเห็นได้ว่าเข็มมุ่งของการฝึกสอดคล้องกับคอบร้าโกลด์ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก คือ เน้นด้านสิทธิมนุษยชน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม บรรเทาภัยพิบัติ และต่อต้านการก่อการร้าย

            O ในมุมของ อาจารย์วันวิชิต ยืนยันว่าในแง่ผลประโยชน์ในเวทีนานาชาติ ไทยไม่ได้เสียอะไรมากมายนักจากการรัฐประหาร แต่จะได้ประโยชน์หาก "เล่นเป็น" อย่างกรณีฝึกร่วมกับจีน จะได้เรียนรู้วิธีการรบของมหาอำนาจฝั่งเอเชีย ซึ่งแตกต่างจากฟากตะวันตกภายใต้การนำของสหรัฐ

            O เขาแสดงความเชื่อมั่นทิ้งท้ายว่า กองทัพสหรัฐไม่มีวันตัดรอนไทย ไม่มีวันเปลี่ยนพื้นที่การฝึกคอบร้าโกลด์ หรือลดความสำคัญของไทย เพราะไทยเป็นประเทศศูนย์กลางในภูมิภาคตัวจริง!!!