การตลาดออนไลน์ไม่ยาก (Easy Online Marketing) คือกิจกรรมทางการตลาดบนอินเทอร์เน็ตและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผสานกับวิธีทางตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
และบรรลุจุดมุ่งหมายขององค์กร รวมไปถึงการซื้อขายบนเว็บไซต์ การโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต
ข้อดีของ Online Marketing
- สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้แบบจำเพาะเจาะจง (Niche Market)
- สามารถสื่อสารแบบ 2 ทางได้ (2 Way Communication) ผู้ประกอบการกับลูกค้าสามารถสื่อสารกันได้
- เป็นการตลาดแบบตัวต่อตัว (One to One Marketing หรือ Personalize Marketing) คือลูกค้าสามารถกำหนดรูปแบบสินค้าและบริการได้ตามต้องการ
- มีการกระจายไปยังกลุ่มผู้บริโภค (Dispersion of Consumer)
- สามารถสื่อสารไปทั่วทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง (24 Business Hours)
- สามารถติดต่อสื่อสาร โต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว (Quick Response)
- มีต้นทุนต่ำแต่ได้ประสิทธิผลสูง (Low Cost and Efficiency)
- มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมการตลาดแบบดั้งเดิม (Relate to Traditional Marketing)
- ลูกค้าตัดสินใจซื้อจากข้อมูลที่ได้รับ (Purchase by Information)
ทำไมต้องมีเว็บไซต์ และแฟนเพจ?
เพราะในปัจจุบัน Internet กลายเป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตของคนเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเพื่อให้ก้าวสู่ความสำเร็จบนโลกของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ และแฟนเพจ จึงมีสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ธุรกิจกับลูกค้า ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันที และเมื่อมีเว็บไซต์และแฟนเพจแล้ว เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาผู้เข้าชม (ทราฟฟิก) เข้ามายังเว็บไซต์และแฟนเพจของเรา และเราควรเชื่อมโยงทั้งเว็บไซต์และแฟนเพจของเราเข้าไว้ด้วยกัน คือ ให้เว็บสามารถลิงค์ไปแฟนเพจได้ แฟนเพจมีลิงค์ที่จะไปเว็บไซต์ได้ เพื่อให้ลูกค้าจดจำ แบรนด์ของเรา และตอบสนองการเข้าถึงของลูกค้าได้ง่ายขึ้น
แล้วทำยังไงล่ะ ถึงจะมีคนเข้า
1. ลงโฆษณา
2. SEO
3. เขียน blog ในเว็บที่มีทราฟฟิกเยอะๆ
ทำไมต้องจ่ายเงินเพื่อโฆษณาบน Socail Media
เพื่อให้คนเห็นสินค้าบริการที่เราจะขายให้ได้เยอะที่สุด เป็นการจ่ายเงินที่คุ้มค่า เราจะมาเปรียบเทียบให้ดูครับ ระหว่าง จ่ายเงินกับไม่จ่าย (ดูภาพประกอบที่ 1 และ 2)
จากภาพประกอบ จะเห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่าง จ่ายเงินค่าโฆษณาและการโพสต์ปกติของแฟนเพจ
* Facebook Ads
เป็นการทำการโฆษณาบน Facebook ที่สามารถจะกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ที่เราต้องการเพื่อให้โฆษณานั้นเข้าไปยังกลุ่มคนที่ตรงกับที่เรากำหนด เอาไว้ เช่น อายุ, เพศ, จังหวัด
เหมาะสำหรับสินค้าบริการที่ต้องการให้คนเห็นเยอะๆ หรือ จำเพาะเจาะจงกลุ่มลูกค้าลงไปอย่าง อายุ,เพศ,จังหวัด
* Google Adwords
บริการโฆษณาออนไลน์ของ Google ซึ่งให้บริการโฆษณาโดยจะคิดค่าบริการเป็นต่อคลิก หมายความว่า Google จะคิดค่าบริการก็ต่อเมื่อมีคนคลิกที่โฆษณา และเข้ามายังเว็บไซต์ของท่านแล้ว เปรียบเสมือนว่า “ถ้าท่านมีร้านค้าของท่าน ท่านก็เสียเงินเฉพาะเวลาที่ลูกค้าเข้ามาอยู่ในร้านท่านแล้วเท่านั้น”
เหมาะสำหรับสินค้าบริการที่ต้องการเจาะจงตามความต้องการ ตามคำค้นหาใน Google เช่น เสื้อ,กางเกง,ครีมทาหน้า เป็นต้น
* Youtube ads
โฆษณาต่างๆ ที่จะปรากฏอยู่ในคลิปวีดีโอของ Youtube.com ซึ่งลักษณะการแสดงผลจะมีหลากหลายวิธี
เหมาะสำหรับสินค้าบริการที่ต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ สื่อสารที่เป็นภาพวีดีโอ และ เน้นให้คนเห็นเยอะๆ ทำให้จดจำภาพลักษณ์หรือแบรนด์ของสินค้าบริการ
SEO (Search Engine Optimization)
คือ การทำให้เว็บไซต์ของท่านอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดของหน้าแสดงผลการค้นหาใน Search Engine ชั้นนำ เช่น Google , Yahoo , Bing และเมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาใน Keyword นั้นๆ จะคล้ายๆ กับ Google Adwordsแต่เราทำครั้งเดียว ไม่ต้องจ่ายค่าบริการเป็นคลิก
เหมาะสำหรับสินค้าบริการที่ต้องการเจาะจงตามความต้องการ ตามคำค้นหาใน Google เช่นกันกับ Google Adwords
เขียน blog ในเว็บที่มีทราฟฟิกเยอะๆ
เราสามารถเขียนบทความดีๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินค้าบริการของเรา เช่น ถ้าเราขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเส้นผม เราก็เข้าไปเขียนบนความที่เกี่ยวกับการบำรุงเส้นผม หรือ การรักษารังแค ในฟรีเว็บไซต์หลายๆ ที่ อย่างเช่น Gotoknow.com เป็นต้น และเมื่อเราเขียนบทความจบเราก็ลงท้ายด้วย ชื่อเว็บไซต์ หรือรายละเอียดการติดต่อของเรา และเมื่อมีคนมาอ่านและสนใจเราก็จะติดต่อเรามาผ่านบทความ เพราะเป็นเว็บไซต์ ฟรีและมีทราฟฟิกอยู่แล้ว เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหาลูกค้าแบบฟรีๆ
เหมาะสำหรับ เริ่มต้นธุรกิจใหม่ และเงินลงทุนน้อย แต่เป็นพื้นฐานของการทำ SEO ที่ส่งผลให้เราอาจติดกูเกิลหน้าแรกโดยไม่รู้ตัว และไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย






