กฎหมายดิจิทัลมีเป้าหมายจะผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนต่างๆ และทยอยประกาศใช้ประมาณกลางปีนี้
แต่เนื้อหาของกฎหมายยังเป็นที่คลางแคลงของสังคม ไม่สร้างความมั่นใจว่าเมื่อประกาศใช้ จะเอื้อต่อการนำดิจิทัลมาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจริง เหมือนที่ตั้งเป้าหมายไว้แต่ต้นหรือสกัดกั้นการเติบโต เนื่องจากการออกกฎหมายส่อปิดกั้นและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทั่วไป ทำให้เสี่ยงต่อนักลงทุนต่างชาติจะหวั่นเกรงจนไม่กล้าเข้ามาลงทุน หรือลดระดับความสนใจเพิ่มการลงทุนในประเทศไทย แม้ปัจจุบันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอาจเป็นที่รบกวน ระคายเคืองความรู้สึกของผู้บริหารประเทศ แต่หน่วยงานต่างๆ ที่เห็นสัญญาณอันตรายจากกฎหมายดิจิทัลที่กำลังเดินหน้าได้ออกโรงค้านทั้งลักษณะการรวมกลุ่มผู้เห็นร่วม และการค้านแยกแต่ละองค์กรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุผลเพื่อก่อกวนความสุขสงบของคนในชาติ หรือเพราะอยากดัง แต่เป็นเพราะเห็นแก่ประโยชน์ระยะยาวของคนทั้งชาติจึงลุกขึ้นแสดงความคิดเห็น
ยกตัวอย่างมูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง (เครือข่ายพลเมืองเน็ต) ที่ร่วมกับองค์กรเครือข่าย สถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน มูลนิธิโลกสีเขียว และสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการปฏิรูปแห่งชาติ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันก่อน ก็มาโดยเข้าใจถึงความจำเป็นและหลักการของการต้องมีกฎหมาย แต่ที่กังวลเป็นเนื้อหา รายละเอียดในกฎหมายข้อต่างๆจึงต้องการให้เปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารประเทศระยะยาว และไม่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง เพื่อจะได้เอื้อต่อการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง เนื่องจากชุดกฎหมายดิจิทัลเป็นกฎหมายเชิงโครงสร้าง และเชิงปฏิรูปที่จะยกเครื่องการทำงานด้านทรัพยากรคลื่นความถี่ การสื่อสารโทรคมนาคม รวมไปถึงการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ จึงควรเปิดทางให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับรู้และหาทางแก้ไข มิเช่นนั้นมีโอกาสเกิดความเสี่ยงต่อทั้งการบริหารประเทศ และละเมิดสิทธิของประชาชน สะท้อนเรื่องความมั่นคงมากกว่าการส่งเสริมเศรษฐกิจ
ข้อกังวลต่อสาระของร่างกฎหมายคือ ประเด็นที่อาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเช่น การให้อำนาจหน่วยงานและเจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง ขาดกลไกการตรวจสอบอำนาจรัฐและกลไกคุ้มครองสิทธิที่ชัดเจน จนคุกคามหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพต่างๆ กระทั่งขณะนี้เกิดคำถามอย่างมากทั้งเชิงโครงสร้าง และผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งยังมีข้อกังวลในประเด็นคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ยังไม่รับประกันสัดส่วนจากผู้แทนด้านสิทธิ เช่น คณะกรรมการตามร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีกรรมการโดยตำแหน่งที่มาจากด้านสิทธิเสรีภาพ หรือการคุ้มครองผู้บริโภคแม้แต่ตำแหน่งเดียว
ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้าน เพราะการออกกฎหมายหนึ่งฉบับจะมีผลผูกพันระยะยาว จึงมองเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง หรือเพื่อแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งคงไม่ใช่กฎหมายที่ออกมาเพื่อประโยชน์สุขของคนทั้งชาติอย่างแน่นอน การที่ชาติจะไปข้างหน้าได้ประชาชนส่วนใหญ่ของชาติต้องได้รับประโยชน์จากกฎหมายนั้นๆ และขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยคนส่วนน้อยให้ได้รับความสุขจากกฎหมายตามสมควร หาใช่การปิดกั้นทุกแง่ทุกมุมจนขยับตัวไม่ได้ กฎหมายที่ดีต้องไม่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวจนเกินสมควร ต้องเหลือที่ว่างไว้ให้พลเมืองทั่วไปมีที่ยืนได้บ้าง มีพื้นที่หายใจสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อให้เลือดสูบฉีดและสมองปลอดโปร่งจะได้คิดดี ทำดีเพื่อประเทศต่อไป






