รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้สิทธิประโยชน์
ทางภาษีในหลายด้าน เพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้าไปตั้งโรงงานหรือดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยคาดว่าจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นการเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเริ่มขึ้นในปีนี้ แต่ล่าสุดรัฐบาลให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เนื่องจากภาคเอกชนบ่นว่าราคาที่ดินในพื้นที่เขตเศรษฐกิจราคาสูงขึ้น จนส่งผลต่อการตัดสินใจการลงทุน หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายไปเมื่อปีที่แล้ว
แน่นอนว่าราคาที่ดินสำหรับพัฒนาเขตอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยหนึ่งสำหรับการตัดสินใจเข้าลงทุน แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักหรือปัจจัยเดียวที่ทำให้การลงทุนเกิดขึ้น ดูตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกหรือเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ ของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันก็ปรากฏว่ามีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ที่ดินในเขตอุตสาหกรรมราคาค่อนข้างแพง แต่นักลงทุนในหลายอุตสาหกรรมก็เลือกลงทุน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัจจัยเรื่องที่ดินไม่ใช่เป็นตัวชี้ขาดการลงทุนของภาคเอกชน หากเห็นว่ามีโอกาสทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประเมินว่าหลังจากการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษไปแล้ว นักลงทุนไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก ทั้งๆ ที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีมีค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเขตอื่น ดังนั้นจึงต้องการสร้างแรงจูงใจเพิ่มเติมจากเงื่อนไขเดิม เพื่อหวังว่านักลงทุนจะให้ความสนใจมากขึ้น ซึ่งหากมีนักลงทุนให้ความสนใจมากพอ ก็ทำให้นโยบายดังกล่าวประสบความสำเร็จ ซึ่งผลที่สุดแล้ว ก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม แต่คำถามคือการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นนั้นมากเกินไปหรือไม่
หากเราพิจารณาจากวิธีคิดการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ การส่งเสริมการลงทุนประเภทต่างๆ ก็เนื่องจากต้องการให้เกิดการจ้างงานและการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเชื่อในทฤษฎีดั้งเดิมที่ว่าหากน้ำล้นแก้ว ก็จะมีน้ำบางส่วนไหลล้นออกมาและลงไปสู่อีกที่หนึ่ง นั่นหมายความว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับนั้น นอกจากในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว ยังเผื่อแผ่ไปยังพื้นที่อื่นในรูปแบบต่างๆ ทั้งการจับจ่ายใช้สอย การบริโภคของประชาชนในพื้นที่ ยิ่งเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ก็เท่ากับว่าผลประโยชน์จะกระจายไปทั่วภูมิภาค
แต่การพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ นักลงทุนมักจะมีข้อได้เปรียบหลายประการ เนื่องจากทุกรัฐบาลต้องการให้เกิดการค้าการลงทุนเหมือนกันหมดทุกรัฐบาล หรือแม้แต่เกือบทุกประเทศก็มีเงื่อนไขจูงใจนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนเหล่านี้มักจะยื่นเงื่อนไข หรือเรียกร้องให้รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยมีเหตุผลเดียวกันที่มักใช้อ้างกันทั่วโลก คือ สามารถเลือกไปลงทุนในแหล่งที่มีต้นทุนถูกกว่าได้ ซึ่งคำว่าการย้ายฐานลงทุนได้กลายเป็นคำขู่ของนักลงทุนต่อรัฐบาลในหลายประเทศที่ต้องการเงินลงทุนที่มักใช้ต่อรองเรียกร้องผลประโยชน์ให้มากที่สุด
เราเห็นว่ากรณีรัฐบาลกำลังเตรียมจัดหาที่ดินให้กับนักลงทุนในราคาถูก ทั้งการเช่าหรือจัดซื้อก็ตาม รัฐบาลกำลังให้สิทธิประโยชน์ที่มากเกินไปหรือไม่ ซึ่งหากประเมินจากสิ่งที่รัฐบาลหรือประชาชนในพื้นที่จะได้ประโยชน์นั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงตามแนวคิดข้างต้นก็เป็นได้ เพราะภาษีก็ได้รับการยกเว้น ต้นทุนทั้งแรงงานและที่ดินก็ต่ำ ซึ่งขณะนี้ในหลายประเทศเริ่มกลับมาทบทวนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐควรจะได้ เพราะหากพิจารณากันอย่างแท้จริงแล้ว ประเทศและประชาชนอาจได้ประโยชน์น้อยกว่านักลงทุนหลายเท่าตัว








